ลงทุนนิยม EP.26 : “ซื้อหุ้น” ที่ไหนดี?
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Facebook | Line | Youtube | Instagram
[ลงทุนนิยมx investnow]
*“อยากซื้อหุ้น” *
ที่ไหน? ใช้เงินเท่าไหร่? เลือกหุ้นยังไง? ลงทุนวันไหน? มีค่าธรรมเนียมมั้ย?
เล่าให้ฟังแบบง่ายที่สุดกับผู้ริเริ่มแนวคิด“ใช้แรงทำเงิน ให้เงินทำงาน” เฟิร์น ศิรัถยา อิศรภักดี
***สนใจเริ่มต้นลงทุน ออมหุ้นแบบDCA คลิ๊กwww.set.or.th/investnow *
“มือใหม่หัดลงทุน” หรือคนที่ อยากลงทุนแต่เวลาก็ไม่มี จะซื้อขายหุ้นตอนไหนก็ไม่รู้ เงินตั้งต้นก็ไม่เยอะ แต่“อยากลงทุนยาวๆ” แล้วใช้DCA หรือDollar Cost Averaging (คือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย เท่ากันทุกๆ เดือน) เป็นตัวช่วยสร้างวินัยการลงทุนให้กับตัวเอง
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์ หรือ โบรกเกอร์ กว่า20 แห่งจัดโปรแกรม“ออมหุ้น” ที่ใช้เงินขั้นต่ำแค่1,000 บาทก็ซื้อหุ้นรายตัวได้แล้ว โดยแบ่งเป็น“ออมหุ้นกับโบรกเกอร์” กับ“ออมหุ้นผ่านStreaming” ซึ่งข้อแตกต่างระหว่าง2 แบบนี้คือ
ออมหุ้นผ่านStreaming
ซื้อขั้นต่ำที่จำนวน1 Lot ของหุ้นนั้นๆ นั่นก็คือ ซื้ออย่างน้อย100 ตัว เช่น หุ้น ตัวละ10 บาท ก็ต้องใช้จำนวนเงิน1000 บาทในการซื้อในครั้งนั้น ข้อดี คือ ความยืดหยุ่นที่มากกว่า ทั้งการส่งคำสั่ง การปรับเปลี่ยนเงื่อนไข รวมทั้งยังสามารถเล่นFunction ต่างๆ ในโปรแกรม ที่จะช่วยประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น
ออมหุ้นกับโบรกเกอร์
โบรกเกอร์ที่มีบริการออมหุ้นของตัวเองนั้น จะช่วยเราในการส่งคำสั่งซื้อขาย หุ้น ที่เราเลือก(เราสามารถเลือกหุ้นได้ตามรายชื่อของแต่ละ โบรกเกอร์) และซื้อหุ้นตามจำนวนเงิน ที่เราได้ตกลงไว้ โดยซื้อจนครบตามจำนวนเงิน พูดง่ายๆคือซื้อ จนถึงระดับเศษหุ้น
แล้วจะซื้อหุ้นอะไรได้บ้าง มีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ตัดเงินลงทุนวันไหน เปรียบเทียบกันให้เห็นๆ ไปเลย!
เริ่มจากกลุ่มแรกโบรกเกอร์ที่“แบบไม่มีเงินลงทุนขั้นต่ำ, ขั้นต่ำ1,000 และขั้นต่ำ2,000 บาท/เดือน”
ออมหุ้นของโบรกเกอร์: มีของPhillip Capital กับNomura
ออมหุ้นกับStreaming: มีของAsia Wealth, KTBST, SCBS, KGI, Yuanta, หลักทรัพย์ธนชาต, Globex, SBI, Z.com
ทีนี้มาไล่เรียงกันทีละประเด็น…
ขั้นต่ำเท่าไหร่แน่*? *
ต้องดู“จำนวนหุ้นขั้นต่ำที่ซื้อได้”
นี่คือสิ่งที่ต้องดูประกอบ เพราะแม้จะระบุเงินขั้นต่ำไว้ เช่น1,000 บาท แต่ถ้าตรงนี้เขียนว่าหุ้นขั้นต่ำที่ซื้อได้คือ100 หุ้น ถ้าหุ้นที่เราเลือกราคาเกิน10 บาท(10×100 = 1,000) ก็เท่ากับเราลงทุนหุ้นนั้นไม่ได้ ก็มี2 ทางคือ 1. ซื้อหุ้นราคาต่ำ10 หรือ 2. ถ้าชอบหุ้นที่ราคาเกิน10 บาทจริง ก็ต้องเพิ่มเงินลงทุนขั้นต่ำ
แต่ถ้าเขียนว่าเป็นOdd lot อย่างPhillip กับNomura ก็แปลว่าซื้อเศษหุ้นได้ คือไม่ต้องถึง100 หุ้น แค่1 หุ้นก็ซื้อได้แล้ว(หรือลงทุนได้ขั้นต่ำ1,000 บาทจริงๆ แม้ราคาหุ้นนั้นจะแพงกว่า10 บาท ไปเป็น50,100 บาทก็ตาม…แต่ราคาในOdd lot เองบางครั้งก็อาจไม่เท่ากับกระดานหลักนะคะ แต่ก็ไม่แตกต่างกันมาก)
ซื้อหุ้นตัวไหนได้บ้าง*? *
ต้องดู“นโยบายการลงทุน”
ถามว่าแล้วเราเลือกหุ้นตัวไหนได้บ้าง…ก็ต้องมาดูที่นโยบายการลงทุน ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์จะระบุไว้ชัดเจนว่า ลงทุนในหุ้นกลุ่มไหนได้บ้าง เช่นNomura จะเลือกหุ้นSETHD คือหุ้นที่มีปันผลสูง ส่วนKTBST ก็ได้ทั้งหุ้นSET และMai และส่วนที่เหลือโดยมากจะเป็นหุ้นSET100 และTDEX (ก็คือหุ้น50 ตัวที่อยู่ในSET50 แล้วซื้อขายได้เหมือนหุ้น1 ตัว)
ค่าใช้จ่าย*? *
ต้องดู“ค่าธรรมเนียม” มี2 ส่วนคือค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชี–การซื้อขายค่าธรรมเนียมเปิดบัญชี ส่วนใหญ่ไม่คิด ยกเว้นบางแห่ง แต่ก็ไม่แพงแค่30 บาทเท่านั้น// ส่วนค่าธรรมเนียมการซื้อขาย(สำหรับกรณีนี้เรายกตัวอย่างบัญชีCash Balance ก็คือต้องมีเงินในบัญชีก่อน ถึงตัดเงินไปลงทุน) ค่าธรรมเนียมก็จะไล่ไปตั้งแต่0.07-0.275% คิดง่ายๆ คือซื้อหุ้น1,000 บาทก็เสียค่าธรรมเนียมซื้อขายตั้งแต่0.70 บาท(70 สตางค์) ไปจนถึง2.75 บาท
ส่วนบัญชีประเภทอื่น ค่าธรรมเนียมก็อาจจะแตกต่างจากนี้ ต้องเช็คกับโบรกเกอร์อีกทีนะคะ
ซื้อหุ้นวันไหน*? *
ต้องดู“รอบวันที่ใช้ในการตัดเงิน”
แต่ละแห่งจะมีรอบวันให้เลือกซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกัน เช่น3-4 วันต่อเดือน อาจเป็นวันที่1,5,15,25 ถ้าเราลงทุนหุ้นหลายตัวก็สามารถกระจายเลือก1 วันสำหรับการลงทุนหุ้น1 ตัวก็ได้ หรือถ้าจะเลือกวันเดียวกันก็สุดแล้วแต่ โดยการตัดเงินของแต่ละโบรกก็ต่างกันเล็กน้อย เช่นบางแห่งตัดเงินล่วงหน้า1 วันทำงาน บางแห่งก็ตัดเงินวันที่เราทำคำสั่งซื้อเลย
ส่วนโบรกเกอร์กลุ่มที่2 คือเงินลงทุนขั้นต่ำ5,000 และ10,000 บาท
ออมหุ้นของโบรกเกอร์: มีของKTZmico, BLS, LH Securities, CGS CIMB
ออมหุ้นกับStreaming: มีของBLS, KTZmico, Asia Plus, ASL, Aira, DBS, Trinity, Tisco, Kasikorn, Country Group, UOB KayHian, Krunsri, Finansia, Maybank Kimeng
ส่วนใหญ่จะกำหนดขั้นต่ำ5,000 บาท และสำหรับวิธีการดูหุ้นที่ซื้อได้, ค่าใช้จ่าย หรือวันที่ซื้อหุ้น ก็ใช้หลักการเดียวกับกลุ่มแรกเลยค่า
สรุป: 5 ข้อสำหรับคนที่อยากเริ่ม“ออมหุ้น” แบบDCA
- มีเงินแค่1,000, 2,000 หรือ5,000 บาทก็สามารถเริ่มได้แล้วกับบล.ที่ให้บริการกว่า20 แห่ง
- “ให้เงินทำงาน” แบบง่ายๆเพราะแต่ละโบรกมีรายละเอียดให้หมดว่าซื้อหุ้นไหนได้บ้างขั้นต่ำเท่าไหร่ค่าธรรมเนียมมากน้อยแค่ไหนซื้อหุ้นวันไหนหรือถ้าสงสัยก็ยกหูถามแต่ละที่ได้เลย
- สร้างวินัยลงทุนผ่านการDCA (ลงทุนถัวเฉลี่ยทุกเดือนเดือนไหนหุ้นร่วงก็ได้จำนวนหุ้นเยอะ, เดือนไหนหุ้นขึ้นก็ได้จำนวนหุ้นน้อย) ไม่ต้องคอยจับจังหวะตลาด(ซึ่งเราอาจไม่มีเวลาไม่มึความรู้) ก็ให้DCA ลงทุนเป็นอัตโนมัติ
- ได้เป็นเจ้าของหุ้นใหญ่พื้นฐานดีกิจการมั่นคงในSET50/SET100 ลงทุนได้ยาวๆ
มา#investnow ลงทุนทันทีเพื่ออนาคตการเงินดีๆของตัวคุณเองกันนะคะข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊กไปเลยที่www.set.or.th/investnow