โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สช.จัดระเบียบร.ร.เอกชน ใน-นอกระบบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 มี.ค. 2563 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 08.21 น.

สช.จัดระเบียบร.ร.เอกชน ใน-นอกระบบ

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่มีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมหารือเรื่องการรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบ และมีมติว่าให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) กำชับศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ว่าในการพิจารณาให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับอนุบาล 3 ขวบได้ ให้เป็นไปตามมาตรการที่ สพฐ.กำหนดไว้เมื่อปีการศึกษา 2562 คือ ถ้าในพื้นที่มีโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) หรือโรงเรียนในสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โรงเรียน สพฐ.จะไม่เปิดรับนักเรียน และถ้าในพื้นที่ไม่มีโรงเรียน สช.หรือ อปท.อยู่เลย สามารถยื่นเรื่องของเปิดรับนักเรียนได้

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ที่ประชุมทบทวนมติเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อให้โรงเรียนเอกชนมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ โดยให้อำนาจในการอนุญาตให้พานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษาเฉะาโรงเรียนเอกชนนั้น ถ้าไม่มีการพักแรมให้เป็นอำนาจขอผู้อำนวยการสถานศึกษาในการอนุญาต แต่กรณีที่ค้างคืนภายในประเทศให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้อนุญาต ในส่วนที่มีการค้างคืนต่างประเทศจากเดิมที่ต้องเสนอมาให้ ปลัดศธ.พิจารณา เปลี่ยนให้ผู้รับใบอนุญาตให้การอนุญาต โดยจะต้องผ่านความเห็นชอบจากการคณะกรรมการบริหารโรงเรียนด้วย และเมื่อมีการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขึ้นมา สช.เห็นว่าจะต้องกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมคือ เมื่อโรงเรียนขออนุญาตนักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา โดยเฉพาะการไปต่างประเทศต้องรายงานการอนุญาตมายัง สช.ก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน ทั้งนี้ได้ให้อำนาจไว้ว่าถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตเห็นว่าการเดินทางไปครั้งนี้อาจจะเกิดภัยตรายสามารถสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกได้

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สช.เสนอเรื่องขอความเห็นชอบในเชิงนโยบายเพื่อพัฒนางานจากที่ประชุม ในเรื่อง การให้ผู้อนุญาตบังคับใช้มาตรา 95 ตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และหรือมีคำสั่งควบคุมกิจการของโรงเรียนในระบบที่ไม่จัดทำตราสารจัดตั้ง รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน และรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR)เนื่องจากมีโรงเรียนเอกชนบางส่วนไม่ส่ง SAR เฉพาะโรงเรียนในกรุงเทพฯ ไม่ส่งมีถึง 234 แห่ง จากโรงเรียนทั้งหมด 693 แห่ง จากที่กฎหมายกำหนดให้ สช.เป็นนายทะเบียนกลางเพื่อจัดเก็บเอกสารเหล่านี้ ซึ่งที่ผ่านมา สช.พยายามจัดเก็บและหาทางทวงถามมาตลอด ถ้าในวันที่ 27 มีนาคมนี้ โรงเรียนไม่ยอมส่งมา ต้องดำเนินการตามกฎหมายกำหนดคือ อาจจะงดการรับนักเรียนในปีการศึกษาต่อไป

“ขณะนี้ สช.ต้องการจัดระเบียบโรงเรียน ในเรื่องของจำนวนโรงเรียนที่มีอยู่จริง และโรงเรียนที่ไม่ประกอบกิจการแล้วต้องเลิกกิจการ จะไม่ปล่อยแช่ไว้ ซึ่งผมรายงานผลการติดตามโรงเรียนเอกชนที่ไม่มีจำนวนนักเรียนแต่ยังไม่ยื่นคำขอเลิกกิจการโรงเรียนในระบบ ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนเอกชนในระบบที่ไม่ปรากฏจำนวนนักเรียนและยังไม่ยื่นคำขอเลิกกิจการ จำนวน 124 โรง แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร จำนวน 61 แห่ง ต่างจังหวัด จำนวน 63 แห่ง หลายแห่งยังมีครูอยู่ ทำให้รัฐต้องส่งเงินสมทบเดือนละ 6% ในทุกเดือน รวมทั้งส่งเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ครูเอกชนอยู่ ทั้งนี้พบครูประมาณ 100 คน ที่มีชื่ออยู่ในโรงเรียนเหล่านี้ด้วย ทำให้รัฐเสียค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากกว่า 1 แสนบาท ที่ประชุมจึงมีมติมอบหมายให้สช.มีหนังสือติดตามทวงถามโรงเรียน หากโรงเรียนไม่ดำเนินการใดๆ สช. จำเป็นต้องสั่งตั้งกรรมการควบคุมโรงเรียน เพื่อเก็บหลักฐานมาไว้ในทะเบียบสช. เพื่อคุ้มครองประชาชน เพราะที่ผ่านมามีประชาชนที่เรียนจบจากโรงเรียนที่เลิกกิจการไป มาขอหลักฐานทางการศึกษา แต่สช.ไม่สามารถหาหลักฐานให้ได้ เนื่องจากโรงเรียนไม่ทำเรื่องเลิกกิจการ” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ในส่วนของโรงเรียนเอกชนนอกระบบที่มีกว่า 10,000 แห่ง สช.พยายามรวบรวมข้อมูลสถานะการดำเนินกิจการ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนวิชาชีพ โรงเรียนฝึกทักษะชีวิต และโรงเรียนศิลปะและกีฬา ในข้อมูลปัจจุบันมีโรงเรียนทั้งหมด 7,464 แห่ง ที่สช. ติดต่อให้ส่งรายงานตามที่กฎหมายกำหนดมาให้ แต่โรงเรียนหลายแห่งไม่ส่งข้อมูลมา ทำให้สช.ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าโรงเรียนเหล่านี้มีอยู่จริงหรือไม่ ที่ประชุมมีมติให้สช.ส่งหนังสือไปยังโรงเรียนเหล่านี้ส่งหลักฐานกลับมายัง สช. โดยให้เวลา 90 วัน ถ้าไม่ตอบกลับมา ถือว่าโรงเรียนแห่งนั้นไม่ประกอบกิจการ และจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตทุกราย ทั้งนี้โรงเรียนนอกระบบขอความเห็นใจจาก ศธ.ด้วย เนื่องจากคำสั่งปิดสถานศึกษา ทำให้โรงเรียนนอกระบบที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าเดือดร้อน เนื่องจากต้องจ่ายค่าเช่า และเงินเดือนครู จึงขอให้เจ้าของสถานที่ลดค่าเช่าได้หรือไม่ ต่อไปสช.จะทำหนังสือเพื่อขอความเห็นใจให้กับโรงเรียนเอกชนเหล่านี้ด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...