โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KSS มองหุ้นไทยฟื้นตัว รับประชุม World Bank-IMF แนะช้อป DELTA-PTTGC-SCC

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ (12-16 ต.ค. 2569) ว่า คาดการณ์ดัชนีจะอยู่ในภาวะ “ฟื้นตัวในกรอบ” โดยประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,590 จุด และ 1,606 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,561 จุด และ 1,550 จุด

สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น และการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรือตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ ประจำเดือนกันยายน 2569 ในวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งตลาดคาดว่าจะขยายตัว 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังต้องประเมินสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กระแสยังคงผันผวน ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบในเดือนกันยายนปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ทางด้านปัจจัยในประเทศ ตลาดรอดูสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบต่อตลาดจำกัดหากสถานการณ์ไม่รุนแรง รวมถึงการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่คาดว่าจะยังไม่โดดเด่นนัก อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้รับปัจจัยบวกจากการเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Bank-IMF Forum 2026 ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. ซึ่งจะช่วยสะท้อนจุดแข็งของประเทศและเปิดโอกาสทางธุรกิจจากการตั้งฐานธุรกิจในไทยสู่สายตานักลงทุนต่างชาติ

ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะนำเลือกหุ้นเด่น 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA (ราคาเป้าหมาย 320 บาท) ซึ่งได้แรงหนุนจากรอบการลงทุนด้าน AI (AI CAPEX cycle) และเป็นบริษัทที่มีสินค้าเชื่อมโยงกับกลุ่มนี้มากที่สุด ถัดมาคือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC (ราคาเป้าหมาย 63 บาท) และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC (ราคาเป้าหมาย 315 บาท) ซึ่งทั้งสองบริษัทมีปัจจัยบวกด้านอัพไซด์จากการผนึกกำลัง (Synergy) ผ่านการร่วมทุน (JV) ในธุรกิจปิโตรเคมีระหว่างกัน

นอกจากนี้ ยังมีธีมการลงทุนอื่นๆ ที่น่าสนใจ แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Play) อาทิ DELTA, บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE, บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM

ส่วนกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสงครามยืดเยื้อ ได้แก่ PTTGC, SCC และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวจะรับอานิสงส์จากกระแสการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม World Bank-IMF ได้แก่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL สำหรับธีมการลงทุนแบบตั้งรับ (Defensive) แนะนำ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...