โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จะเกิดภัยไซเบอร์ใหญ่กว่านี้ โครงสร้างพื้นฐานอาจเป็นเป้าหมายต่อไป

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปอย่างน้อย 9 ประเทศ เผชิญเหตุโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าระบบควบคุมตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็ง บางแห่งอุณหภูมิในตู้แช่แข็งพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส จนอาหารได้รับความเสียหายจำนวนมาก ประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ เบลเยียม เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส และสวีเดน

แฮกเกอร์ โจมตีจากช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้อัพเดท

ดร.ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ดร.ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไซเบอร์ตรอน จำกัด ให้สัมภาษณ์ "ไทยพีบีเอส" วิเคราะห์ว่า ตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งใช้เทคโนโลยีของเดนฟอส จากประเทศเดนมาร์ก สามารถเข้าสู่โหมด Defrost หรือ โหมดละลายน้ำแข็ง โดยควบคุมจากซอฟต์แวร์ส่วนกลาง ที่กดปุ่มเซ็ตอุณหภูมิได้ แฮกเกอร์น่าจะแฮกจากส่วนนี้

อุณหภูมิตู้แช่เย็นอาจจะบริหารจัดการจากส่วนกลางได้ เช่น ร้านสะดวกซื้อมีสาขา 30-50 สาขา อาจจะมีศูนย์กลางที่สามารถกดปุ่มเซ็ตอุณหภูมิให้เท่ากันหมด เช่นต้องการที่ -18 องศาเซลเซียส สามารถ Centralize อุปกรณ์ OT (Operational Technology) พวกนี้ หรืออุปกรณ์ที่ควบคุมจากศูนย์กลางสามารถสั่งตู้แช่ หรือ ตู้เย็น ถ้าโดนยึดที่ศูนย์ คนที่ยึดเครื่องสามารถเปลี่ยนตัวเลขได้

เทคนิคการแฮก อาศัยช่องโหว่ของระบบควบคุมอุณหภูมิ ที่ไม่ได้อัพเดทซอฟต์แวร์ ส่วนเป้าประสงค์ของการแฮกมีความเป็นไปได้หลายสาเหตุ เช่น ทำเพื่อจะเรียกแรนซัมแวร์ (Ransomware หรือไวรัสเรียกค่าไถ่) หรือ มีคู่แข่งทางธุรกิจ หรือ แฮกเกอร์จะโชว์พาวเวอร์ หรือเป็นเหตุผลทางการเมืองก็ได้ หรือ อยากจะโจมตีเพราะสร้างความเสียหายได้เร็วและกว้างขวาง

จะเกิดภัยไซเบอร์ใหญ่กว่านี้ โครงสร้างพื้นฐานอาจเป็นเป้าหมายต่อไป

ดร.ปริญญา บอกด้วยว่า จุดที่แฮกเกอร์เปลี่ยนอุณหภูมิแทนที่จะขโมยข้อมูลลูกค้าก็น่าสนใจ เพราะปกติแฮกก็จะดูดข้อมูลลูกค้าไปขาย แต่ครั้งนี้เลือกวิธีเข้ามาเปลี่ยนอุณหภูมิ น่าจะเป็นพวกต้องการจะประท้วงมากกว่า หรืออาจจะไปเรียกค่าไถ่ทีหลังก็ได้ ก็ต้องติดตามต่อไป

แฮกเกอร์ สามารถนำไปเป็นโปรไฟล์ เพื่อเรียกค่าตัวเพิ่มได้ว่าเก่ง หรือแฮกได้ เวลาจะถูกจ้างไปทำเรื่องไม่ดี ก็สามารถเรียกค่าตัวได้ เพราะแฮกเกอร์เป็นอาชีพของมิจฉาชีพ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ยังไม่พบว่ามีกลุ่มไหนอ้างความรับผิดชอบ

อนาคตจะเกิดภัยไซเบอร์ที่ใหญ่กว่านี้

จะเกิดภัยไซเบอร์ใหญ่กว่านี้ โครงสร้างพื้นฐานอาจเป็นเป้าหมายต่อไป

สิ่งที่น่ากลัวจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ มองว่าปัญหาจะใหญ่ขึ้น "จะเกิดภัยไซเบอร์ใหญ่แน่นอน" ที่กระทบกับโครงสร้างพื้นฐาน (Critical Infrastructure) เช่น สายการบิน รถไฟฟ้า ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า อาจมีไฟดับเป็นวงกว้าง รถไฟฟ้าเดินรถไม่ได้ เครื่องบิน บินไม่ได้ โรงพยาบาลอาจจะโดน ไซเบอร์ แอทแทรค หรือแม้แต่โรงแรม

ถล่ม Infrastructure เหมือนถล่มโรงไฟฟ้า ไฟฟ้าก็ดับทั้งเมืองแล้ว น่าจะเป็นภัยไซเบอร์ในแนวนี้มากกว่า

ถ้าถามว่า ทำไปเพื่ออะไร น่าจะเป็น Hacktivism หรือการแฮกเพื่ออุดมการณ์บางอย่าง แสดงศักยภาพว่ามีศักยภาพสูง อาจจะเป็นเหตุผลทางการเมืองไม่แฮปปี้กับเจ้านั้นเจ้านี้มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น

ประเทศไทยกระทบไหม?

ไทยเรายังไม่ได้เป็น ทาร์เก็ต หรือ กลุ่มเป้าหมายของแฮกเกอร์ ที่ผ่านมาบริษัทพลังงานใหญ่ๆ ก็ทำได้ดี แนะนำว่า บริษัทพลังงานอย่างพวกไฟฟ้า ประปา ก็ควรจะอยู่ในความไม่ประมาทหรืออะไรที่กระทบกับมวลชนจำนวนมาก เช่น ระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าบนดิน สนามบินอาจจะต้องมีระบบที่มั่นคงแข็งแรง

ที่ผ่านมา ระบบธนาคาร ทำได้ดีไม่ค่อยได้ยินข่าวว่าโดนเจาะนำเงินออกมา ที่น่าห่วงอีกอย่างหนึ่ง คือ โรงพยาบาลยังมีช่องโหว่อยู่มากมีข้อมูลคนไข้ มีข้อมูลหลายอย่าง และโรงพยาบาลส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการซื้อเครื่องมือแพทย์ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องไอที ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ อย่างเต็มที่นัก

แบงก์ยาก ก็มาแฮกโรงพยาบาล แฮกโรงไฟฟ้า มันจะแฮกอะไรกระทบในวงกว้าง จะได้มีผลงาน แฮกทีคนไปไหนไม่ได้เป็นพันสองพันคน พวกแฮกเกอร์มีจิตวิญญาณในแนวนี้อยู่แล้ว โจรคิดว่าแฮก Critical Infrastructure สนุกกว่าอยู่แล้ว

ส่วนประเด็นที่ว่า ประเทศไทยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เตือนภัยไซเบอร์ไหม มีหน่วยงานที่ชื่อว่า สกมช.(สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ) ที่ทำหน้าที่เตือนภัย ช่วยดูอยู่ระดับหนึ่งแต่ไม่ได้ทั้งหมด ทำหน้าที่ในการติดตามและเตือน แต่ไม่ถึงระดับประเทศชาติบ้านเมือง ต้องใช้เวลาระดับหนึ่ง และต้องมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ามาด้วย

แนะลงทุนระบบความปลอดภัยไซเบอร์

ในโลกแห่งความเป็นจริงภัยไซเบอร์ ใกล้ตัวมากขึ้นและรุนแรงขึ้น ปัจจุบันในไทยเอกชนตื่นตัวด้านนี้นานแล้วเป็นสถาบันการเงิน และ บริษัทใหญ่ๆ แต่ยังมีส่วนที่น่าเป็นห่วง คือ โรงงานอุตสาหกรรม หรือธุรกิจอื่นๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์แนะนำว่า ควรจะลงทุน ในเรื่องความปลอดภัย ตามความเหมาะสม หรือ ตามขนาดของธุรกิจ

แม้ว่าเป้าหมายของแฮกเกอร์จะเป็นธุรกิจรายใหญ่ เพราะการแฮกต้องการให้มีผลกระทบมีอิมแพค ถ้าแฮกระดับชาติได้จะภูมิใจมาก แต่ขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆ ควรเตรียมความพร้อม ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท แบ็คอัพข้อมูลไว้ดีกว่า

อ่านข่าว :

"ไชยชนก" เสนอ "สมช." ถกรับมือภัยไซเบอร์ พรุ่งนี้

"โจมตีไซเบอร์" ป่วนยุโรปพุ่งเป้า "ระบบตู้แช่เย็น" อุณหภูมิสูง 50 องศาฯ

ตู้แช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตในสวีเดนอุณหภูมิสูงขึ้น คาดฝีมือแฮกเกอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.5 ไทยตอนบน รับมือฝนฟ้าคะนอง-ลูกเห็บตก

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อุทยานธรณีขอนแก่น ผ่านการประเมิน UNESCO จ่อเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่ 3 ของไทย

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เร่งฟื้น "สวนสยาม" กลับมาเปิด 19 พ.ย.นี้ หลังเสียหายเหตุน้ำท่วม

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘Queer Archive’ คลังข้อมูล LGBTQIAN+ ไทย เพื่อพหุวัฒนธรรมทางเพศ

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไอที อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...