‘Queer Archive’ คลังข้อมูล LGBTQIAN+ ไทย เพื่อพหุวัฒนธรรมทางเพศ
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ เดินหน้า Queer Archive ฐานข้อมูลพหุวัฒนธรรมทางเพศของประเทศไทย จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ LGBTQIAN+ สร้างความเข้าใจ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยอมรับ เป็นความท้าทาย หลังพบเรื่องราวความหลากหลายทางเพศ ถูกกันออกจากพื้นที่สาธารณะ การศึกษา มองเป็นปัญหาเชิงศีลธรรมมากกว่าประวัติศาสตร์ หวัง รักษามรดกวัฒนธรรม คลังความทรงจำของสังคม จิตวิญญาณชุมชน LGBTQIAN+ เชื่อมโยงกับพหุวัฒนธรรมโลก
สืบเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นหอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่จัดเก็บทำฐานข้อมูล หนังสือ เอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางเพศ รวบรวมเป็น พิพิธภัณฑ์ หอจดหมายเหตุ หรือหอสมุด แม้ว่ากลุ่ม LGBTQIAN+ จะเป็นส่วนหนึ่งของ พหุวัฒนธรรมไทย มีประวัติศาสตร์ ความรู้ สังคม และการเคลื่อนไหวต่อสู้มาอย่างยาวนานและหลากหลาย
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ จึงจัดประชุมกำหนดทิศทาง Queer Archive ขึ้น โดยตั้งต้นจากคำถาม “ทำไม ? ต้องเก็บข้อมูล” ไปสู่ข้อเสนอ “เก็บข้อมูลอย่างไร ?”
ข้อจำกัดเก็บข้อมูลความทรงจำ LGBTQIAN+ไทย
ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยมี Thai Rainbow Archives Collection ที่ British Library เริ่มจากแนวคิดในปี 2548 โดย ศ.ปีเตอร์ แจ็คสัน ขอทุนจาก ANU และ British Library ในปี 2550 ร่วมกับ Bangkok Rainbow (องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ไม่แสวงหาผลกำไรในการสร้างความเท่าเทียมทางสังคม และรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของ HIV ในกลุ่มชายรักชาย) จัดเก็บและสแกนสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQIAN+ รวม 684 เล่ม ที่เผยแพร่ในช่วง พ.ศ. 2525–2552 เช่น จุลสาร กุลเกย์, อัญจารีสาร จดหมายข่าว สายฝนต้นรุ้ง นิตยสาร มิถุนา ที่เป็นเอกสารชั้นต้นที่สำคัญในการค้นคว้าประวัติศาสตร์สังคมพหุวฒนธรรม ขณะเดียวกันหมายความว่า เอกสารข้อมูลของ LGBTQIAN+ไทย ไม่ได้ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในประเทศ แต่อยู่ต่างประเทศ
แม้ประเทศไทยจะมีเอกสารข้อมูล แต่การรวบรวมเป็นคลังแห่งชาติก็เต็มไปด้วยความท้าทาย เพราะเรื่องราวประวัติศาสตร์ของกลุ่ม LGBTQIAN+ ไม่ถูกมองว่าควรค่าแก่การเก็บรักษา หลักฐานต่าง ๆ เช่นสิ่งพิมพ์ถูกผูกโยงกับสิ่งลามกอนาจาร ทำให้สื่อและเอกสารถูกมองเป็นของต้องห้ามมากกว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และเป็นปัญหาเชิงศีลธรรม เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชน จึงถูกกันออกจากพื้นที่สาธารณะและการศึกษา
ด้วยสถานะของหลักฐานพหุวัฒนธรรมทางเพศ แนวคิด Queer Archiving จึงเป็นการวิพากษ์คลังเอกสารข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ทั้งพิพิธภัณฑ์ หอสมุด หอจดหมายเหตุ แห่งรัฐหรือในระดับชาติที่มักถูกมองว่าเป็นที่เก็บ ข้อเท็จจริง นั้นมีความเป็นกลางหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่า ใครเป็นผู้เลือกว่าอะไรควรเก็บ หรือพิจารณาว่าหลักฐานเอกสารใดควรค่าแก่การจัดเก็บ ดังนั้นคลังเอกสารจึงไม่ได้เคยเป็นกลางตั้งแต่แรก แต่มีแนวคิดทางสังคมและการเมืองอยู่เบื้องหลัง
Queer Archive ในโลกสากล
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและส่งเสริมวิชาการ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ ยกตัวอย่างคลังข้อมูลพหุวัฒนธรรมในสากล ได้แก่
โตรอนโต : The ArQuives ซึ่งเป็นคลังพหุวัฒนธรรมทางเพศอิสระที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา ทำหน้าที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งแยกตัวจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เนื่องจากเอกสารประวัติศาสตร์เควียร์มักไม่ถูกเก็บโดยรัฐ
นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา : The Lesbian Herstory Archives ที่นิยามว่าเป็น คลังเอกสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยหญิงรักหญิง และเกี่ยวกับหญิงรักหญิง โดยมีหลักการให้เสียงกับคนกลุ่มนี้ได้ยิน มีตัวตน ด้วยเจ้าของเสียงและเจ้าของประสบการณ์เอง
ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา : GLBT Historical Society Museum & Archives ถือว่าเป็นหนึ่งใน คลัง LGBTQIAN+ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์อันรุ่มรวยของการเคลื่อนไหว ชุมชน และวัฒนธรรม ซึ่งความเก่าแก่นี้ เผยให้เห็นการเมืองแห่งอดีต ที่ซานฟรานซิสโกเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวมายาวนาน
ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา : ONE Archives at the USC Libraries ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นคลัง LGBTQIAN+ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากคลังข้อมูลชุมชนที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนเข้าไปอยู่ในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอีกโมเดลหนึ่งของการอยู่รอดของคลังข้อมูลอิสระ
ลอนดอน สหราชอาณาจักร : มี Queer Britain museum ที่นิยามว่าเป็น พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสำหรับชีวิต ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม LGBTQIAN+ ในสหราชอาณาจักร และการเป็น national museum ก็แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นชายขอบไปสู่การยอมรับในระดับชาติ
อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ : IHLIA LGBTI Heritage ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในคลังห้องสมุดและคอลเลกชันมรดก LGBTQIAN+ ชั้นนำของโลก ซึ่งการใช้คำว่า Heritage นั้นเป็นโมเดลนี้เน้นความเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และหอสมุด ที่ รวบรวมรักษามรดกทางวัฒนธรรม
เบอร์ลิน เยอรมนี : มีพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของโลกที่อุทิศให้กับประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม LGBTQIAN+ คือ Schwules Museum
แอฟริกา : GALA Queer Archive คลังพหุวัฒนธรรมทางเพศขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกา ที่บันทึกชีวิต การเคลื่อนไหว และวัฒนธรรมเควียร์ทั่วทั้งทวีป ซึ่งคลังนี้ทำหน้าที่เกินขอบเขตประเทศ เพราะหลายประเทศในทวีปยังไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในการเก็บประวัติศาสตร์
ออสเตรเลีย : มีทั้ง Australian Queer Archives ที่เซนต์คิลดา และ Qtopia Sydney ที่ซิดนีย์
อินเดีย : The Queer Archive for Memory, Reflection, and Activism (Gumbra) ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยกฎหมายเบงกาลอร์
ไต้หวัน : Lesbian Cultural Memory Bank
เกาหลีใต้ : Queerarch
อินโดนีเซีย : Queer Indonesia Archive
Queer Archiving การเมืองของความทรงจำ
นฤพนธ์ ย้ำว่า Queer Archiving ไม่ใช่แค่การเก็บเอกสาร แต่เป็น การเมืองของความทรงจำ ที่บันทึกประวัติศาสตร์ เสียง และตัวตนของกลุ่มอัตลักษณ์ที่ถูกผลักไปเป็นชายขอบ (marginalized) รวมถึงบันทึกชีวิตประจำวัน เรื่องราวและความทรงจำของการต่อสู้กับอคติในสังคมและโครงสร้างอำนาจรัฐ เช่น การเคลื่อนไหวเพื่อ สมรสเท่าเทียม ของกลุ่ม LGBTQIAN+ การเคลื่อนไหวให้ใบ สด.43 ยกเลิก คำว่า เป็นโรคจิตถาวร กับกลุ่มสาวประเภทสองที่ได้รับการยกเว้นเกณฑ์ทหาร พร้อมทั้งวิพากษ์การเก็บเอกสารแบบเดิมที่มองข้ามพหุวัฒนธรรม
รวมทั้งจัดเก็บรวบรวมงานวิชาการ-สารคดี งานวิจัย วิทยานิพนธ์ ข่าว ศิลปะ ภาพยนตร์ ดนตรี บทสัมภาษณ์บุคคลในวงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพหุวัฒนธรรมทางเพศ เช่น นักเคลื่อนไหวสิทธิความหลากหลายทางเพศ นักการเมือง ศิลปิน นักธุรกิจ ผู้นำชุมชน และบุคลากรในวงการศึกษา พร้อมทั้งทำแผนผังเครือข่ายองค์กรหลัก ๆ เช่น มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน, สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย, มูลนิธิอัญจารี, สมาคมหญิงรักหญิง, เครือข่ายเพื่อนสาว (SISTER), สมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย
“คลังหลักฐานเอกสารไปจนถึงวัตถุทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เป็นแค่การเก็บอดีต แต่คลังยังจะสามารถกำหนดเรื่องเล่าและการเคลื่อนไหวทางการเมือง LGBTQIAN+ ในอนาคต”
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ
ขณะที่ ผศ.กนกวรรณ ธราวรรณ อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุถึงความสำคัญของการสร้างคลังความรู้พหุวัฒนธรรมทางเพศว่า ขณะนี้ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิทางเพศเดินทางมาไกลมาก ๆ การสร้างคลังความรู้จะเป็นพื้นฐานในการค้นคว้าศึกษา และสร้างพลังการเคลื่อนไหวให้ LGBTQIAN+ต่อไป นอกจากนี้ยังเสนอว่า
“Queer Archive จะเป็นฐานข้อมูลให้กับการศึกษาด้านต่าง ๆ เช่นมานุษยวิทยา ซึ่งไม่ต้องกวาดข้อมูลเอกสารหลักฐานทั้งหมด มากองรวมกันไว้ที่เดียวก็ได้ แต่ Queer Archive สามารถทำ Guide book บอกแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ ทั้งในรูปแบบ online หรือรถุปแบบอื่นๆ เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่าย สร้างคุณูปการในการศึกษาและค้นคว้าต่อไป”
ผศ.กนกวรรณ ธราวรรณ
หลักฐาน LGBTQIAN+ ในฐานะสารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม
และ Queer Archive ในฐานะ GLAM
จากการศึกษาของวิศปัตย์ ชัยช่วย (2560) ThaiJO – สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรมสารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage Information) เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นในทศวรรษ 1990 ภายหลังที่ UNESCO ประกาศรับรองอนุสัญญามรดกโลก ให้มีสถาบันเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บ และให้บริการ ข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับตัวมรดกทางวัฒนธรรม การจัดการมรดก สถาบันที่ดูแลรักษา วิเคราะห์และเผยแพร่เพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และสืบทอด
สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม ถือเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ต่อมรดกทางวัฒนธรรม ในช่วงแรกที่ประกาศใช้อนุสัญญามรดกโลก ปี ค.ศ.1992 ทําให้เกิดแผนงานของยูเนสโก้ว่าด้วย ความทรงจําแห่งโลก (UNESCO’s “Memory of the World” Programme: MoW) ในปีเดียวกัน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางเอกสารของโลกด้วยเทคนิควิธีที่เหมาะสม ช่วยให้เข้าถึงมรดกเอกสารได้ทั่วโลก เพื่อเพิ่มความตระหนักเกี่ยวกับการดํารงอยู่และความสําคัญของมรดกทางเอกสารทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร โสตทัศนวัสดุ อย่างภาพถ่าย หรือภาพยนตร์
และเนื่องจากหอศิลป์ หอสมุด หอจดหมายเหตุ และพิพิธภัณฑ์ เป็นสถาบันสำคัญ ทำหน้าที่เก็บรักษา สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ความรู้ เปิดให้เข้าถึงแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ซึ่งมีคุณค่าสำหรับนักวิจัย หน่วยงานหรือสถาบันเหล่านี้ถูกเรียกรวม ๆ กันว่า GLAM (Galleries, Libraries, Archives, and Museums)
Galleries (หอศิลป์) : เน้นการจัดแสดงและอนุรักษ์งานทัศนศิลป์ ศิลปะร่วมสมัย หรือผลงานสร้างสรรค์จากจินตนาการของมนุษย์
Libraries (ห้องสมุด) : เน้นการจัดการ รวบรวม และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ หนังสือ และสื่อความรู้หลากหลายประเภทเพื่อการศึกษาค้นคว้า
Archives (หอจดหมายเหตุ) : เน้นการเก็บรักษาเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ บันทึกเหตุการณ์ หรือหลักฐานปฐมภูมิของบุคคล ชุมชน และองค์กรที่ไม่ควรสูญหาย
Museums (พิพิธภัณฑ์) : เน้นการรวบรวม ศึกษา และจัดแสดงวัตถุโบราณ โครงกระดูก ชิ้นงานทางวิทยาศาสตร์ หรือหลักฐานทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต
GLAM จึงไม่เพียงรวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมซึ่งเป็น คลังความทรงจำ ของสังคม และจิตวิญญาณของชุมชน แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงแบ่งปันฐานข้อมูล ทรัพยากร และการจัดนิทรรศการร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้แม้แต่ละแห่งจะมีรูปแบบการจัดเก็บและวัตถุประสงค์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน แต่กลุ่ม GLAM ทั้งหมดก็มีภารกิจร่วมกัน
และในยุคยุคดิจิทัล มีการนำเทคโนโลยีมาใช้แปลงข้อมูลทางวัฒนธรรมให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล (Digitization) เช่น การทำฐานข้อมูลออนไลน์ ซึ่งพบได้ในหลายๆหอสมุดและหอจดหมายเหตุทั่วโลก
ดังนั้นการจัดทำคลังข้อมูลเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQIAN+ จึงเป็นอีกการรักษามรดกทางวัฒนธรรม คลังความทรงจำของสังคม และจิตวิญญาณของชุมชน LGBTQIAN+ เชื่อมโยงกับพหุวัฒนธรรมของโลก