โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรุงไทยจับมือกรมลดโลกร้อน เปิดทาง SMEs เข้าถึงทุนสีเขียว

Thai PBS

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (5 พ.ย.2569) นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในช่วงการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 มีประเด็นในที่ประชุมให้ความสำคัญ คือสภาพภูมิอากาศกับกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ไม่ใช่เพียงการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างงานสีเขียว (Green Jobs) พัฒนาทักษะแรงงาน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่ต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ดูแลกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบ และกระจายประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

โดยมุ่งศึกษากลไกทางการเงินและตลาดคาร์บอน สนับสนุน SMEs ลงทุนปรับตัวรับเทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และกระจายโอกาสจากเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างทั่วถึง

ดังนั้นการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมของประเทศไทย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งด้านนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลไกทางการเงิน และการเสริมสร้างขีดความสามารถของภาคธุรกิจ โดยกรมฯ ร่วมกับธนาคารกรุงไทยศึกษาและพัฒนากรอบแนวทาง มาตรการ และกลไกสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และแรงงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ทั้งนี้ การดำเนินงานจะคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการส่งเสริมโอกาสและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับแนวทางการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมภายใต้ NDC 3.0 ของประเทศไทย

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดจากเวที IMF–World Bank สู่การวางรากฐานเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทย โดยมุ่งให้การยกระดับอุตสาหกรรมและการสร้างงานสีเขียวเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจทุกขนาด เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน

ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำคัญของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องเตรียมความพร้อมด้านเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากร เพื่อรองรับมาตรฐานใหม่ ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแรงงานและชุมชน

ธนาคารกรุงไทย จึงร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ศึกษากลไกทางการเงินและตลาดคาร์บอนที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ได้รับผล กระทบให้สามารถลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิต ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยพิจารณามิติทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กัน

การก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวต้องมั่นใจว่า ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กรุงไทยจึงพร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านการเงินมาเชื่อมเป้าหมาย ด้านสภาพภูมิอากาศกับโอกาสของ SMEs เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ สร้างโอกาสให้แรงงาน และกระจายประโยชน์สู่ชุมชน ให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน และร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตครั้งใหม่ของประเทศไทย

ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่างกรุงไทยและกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สะท้อนบทบาทของภาคการเงิน ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมุ่งให้ SMEs สามารถปรับตัวและเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ ควบคู่กับการสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การรักษาสิ่งแวดล้อม และความเป็นธรรมทางสังคมในระยะยาว

อ่านข่าว:

เอกชนชี้เศรษฐกิจไทยโตแบบ K-Shape จี้รัฐเร่งปฏิรูป ปราบโกง–สร้างเสถียรภาพ

สมอ.เร่งคุมแผงโซลาร์ สกัดสินค้าต่ำมาตรฐาน เริ่มต.ค.นี้

ไทยเนื้อหอม 8 ชาติอาเซียน เชื่อมจุดแข็งภูมิภาค รับเมกะเทรนด์โลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ผลพวง ครม.สัญจร อุดรฯ มีอะไร ? ที่คนอีสานต้องจับตา เมื่อรัฐมุ่งแต่พัฒนา จนลืมวิกฤตทรัพยากร-สิ่งแวดล้อม

18 นาทีที่แล้ว

คลิปอ้าง “ชาวออสเตรเลียเฮลั่น ทรัมป์แพ้เลือกตั้งกลางเทอม” ที่แท้เป็นคลิปฉลองบอลโลกปี 2022

19 นาทีที่แล้ว

เงินทำบุญ (ไม่ใช่ทุนส่วนตัว) ถ้า..คุมเข้มจริง ตรวจสอบได้ (5 พ.ย.69) I ตรงประเด็น

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"แหม่ม วิชุดา" แจ้งความมูลนิธิองค์กรทำดี หลังโอนช่วยน้ำท่วม 50,000 บาท

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...