โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Life & Health : การรักษามะเร็งลูคีเมียแบบใหม่ด้วยการตัดต่อยีนเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์เพื่อเพิ่มภูมิ

แนวหน้า

เผยแพร่ 18 ก.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเด็กก็เป็นโรคมะเร็งได้ นับเป็นเรื่องที่น่าสลดใจที่ผู้ป่วยเด็กๆ เหล่านี้จะพลาดโอกาสในการใช้ชีวิตวัยเด็กที่แสนจะสุขสดใส เช่นเดียวกับเด็กที่ปกติ และเติบโตเป็นกำลังของชาติ ต่อไป

ข้อมูลจาก ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ เปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กมีอุบัติการณ์ในแต่ละปีสูงถึง 1,000 ราย ซึ่งมีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 15 ปี โดยโรคมะเร็งเด็กที่พบมากที่สุดคือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวร้อยละ 30 รองลงมาคือโรคมะเร็งสมองร้อยละ 20 โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองร้อยละ 15 โรคมะเร็งต่อมหมวกไตร้อยละ 10 ส่วนโรคมะเร็งไต โรคมะเร็งกระดูกและกล้ามเนื้อลาย โรคมะเร็งตับโรคมะเร็งลูกนัยน์ตา และโรคมะเร็งอื่นๆ พบในสัดส่วนที่เท่ากัน คือร้อยละ 5

สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในเด็ก ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ พบแค่ประมาณร้อยละ 1-3 เท่านั้นที่อาจมาจากกรรมพันธุ์ เช่น โรคมะเร็งจอภาพตาของนัยน์ตา ส่วนโรคมะเร็งในเด็กชนิดอื่นยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นต้นเหตุ ไม่เหมือนกับโรคมะเร็งในผู้ใหญ่สามารถบอกสาเหตุได้และป้องกันได้ เช่น บุหรี่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด เป็นต้น ส่วนสาเหตุอื่นๆ เช่น สารพิษต่างๆ หรือรังสีที่พบว่าเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในผู้ใหญ่ ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุของมะเร็งในเด็ก และไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูว่าดีหรือไม่ดีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม โรคมะเร็งในเด็กมีโอกาสรักษาหายได้มากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งของโรคมะเร็งในเด็กมีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก ทุกๆ เซลล์มีลักษณะคล้ายคลึงกันในคน คนเดียวกัน จึงตอบสนองต่อการรักษาเหมือนกันและตอบสนองได้ดีมาก ซึ่งแตกต่างจากเซลล์มะเร็งของโรคมะเร็งในผู้ใหญ่ที่มีการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งมากกว่า ทำให้เซลล์มะเร็งมีความแตกต่างกันในคนคนเดียวกัน จึงทำให้การตอบสนองต่อการรักษาไม่ค่อยดีและแตกต่างกันไปในแต่ละคน

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งที่พบบ่อยในเด็ก

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในเด็ก แบ่งเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน และโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 จะเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน โดยร้อยละ 80 ของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันในเด็กเป็นชนิด acute lymphoblastic leukemia (ALL) ส่วนอีกประมาณร้อยละ 20 เป็นชนิด acute myeloid leukemia (AML) ซึ่งในปัจจุบันอัตราการรอดชีวิตที่หมายถึงการหายขาดจากโรคของ ALL มีได้ประมาณร้อยละ 80 จากการรักษาด้วยการให้ยาเคมีบำบัด ส่วน AML มีอัตราการรอดชีวิตประมาณร้อยละ 50 จากการรักษาด้วยการให้ยาเคมีบำบัด แต่ถ้าได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกจะมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80 เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ถ้ายังไม่สามารถรับการปลูกถ่ายไขกระดูก ขณะนี้ประเทศไทยมีนวัตกรรมที่สามารถช่วยชีวิตคนไข้เหล่านี้ได้

การรักษามะเร็งลูคีเมียแบบใหม่ด้วยการตัดต่อยีนเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์เพื่อเพิ่มภูมิ Chimeric Antigen Receptor T-Cell (CAR T-Cell)

โรคจำนวนมากได้รับการรักษาให้หายขาดได้ด้วยเทคนิคใหม่ๆ ทางการแพทย์ที่มีความละเอียดลึกซึ้งมาก โดยรักษาลงไปที่ระดับเซลล์หรือระดับพันธุกรรมคือ ยีนและ DNAแม้กระนั้นโรคบางอย่างก็ยังมีความยากลำบากมากในการรักษาอยู่ เช่น โรคมะเร็ง เพราะมะเร็งชนิดที่แตกต่างกัน มีธรรมชาติหลายอย่างที่แตกต่างกันมาก จึงมีผู้พยายามใช้ความรู้ไปดัดแปลงและปรับเปลี่ยนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้มีความสามารถในการทำลายเซลล์มะเร็งได้ โดยไม่ส่งผลกระทบกับเซลล์ปกติ วิธีการที่ได้ผลดีแบบหนึ่งเรียก CAR T–Cell คำว่า CAR ในที่นี้เป็นตัวอักษรย่อมาจากคำว่า Chimeric AntigenReceptor ขณะที่ T-Cell คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งในร่างกายที่มีความสามารถในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม เซลล์ติดเชื้อโรค หรือเซลล์มะเร็ง ในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง T-Cell ของผู้ป่วยไม่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ จึงเกิดโรคขึ้นมาหลักการสำคัญของวิธี CAR T-Cell คือ เราดัดแปลง T-Cell ของผู้ป่วย ให้สร้างโปรตีนที่เรียกว่า CAR คล้ายๆ ติดอาวุธให้ T-Cell เมื่อ T-Cell เจอกับเซลล์มะเร็ง จึงสามารถจดจำและกำจัดเซลล์มะเร็งชนิดจำเพาะเหล่านั้นได้เทคโนโลยีนี้มีจุดเด่นคือ มี“ความจำเพาะ” กับเซลล์มะเร็งสูง เกิดอันตรายกับเซลล์ปกติเล็กน้อยการผลิต CAR T-Cell จะมีความจำเพาะกับผู้ป่วยแต่ละรายเท่านั้น ต่างกับวิธีการรักษามะเร็งส่วนใหญ่ที่ใช้กันอยู่

ปัจจุบันในต่างประเทศมีการใช้เทคโนโลยีนี้รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดชนิดบีเซลล์ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันในเด็ก หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในผู้ใหญ่ ได้ผลดี มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ US FDA ให้ใช้จริงในผู้ป่วยแล้ว คือ CAR CD19 T-cell โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เช่น ผลิตภัณฑ์ชื่อ ทิสซาเจนเลกลูเซล (Tisagenlecleucel) ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบลิมโฟบลาสติก (Acute Lymphoblastic Leukemia–ALL) และโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดดิฟิวลาจน์บีเซลล์ (Diffuse large B cell lymphoma)

สำหรับในประเทศไทย ทีมวิจัยนำโดย ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง และ รศ.นพ.อุษณรัสมิ์ อนุรัฐพันธ์ นักวิจัยแกนนำของ สวทช. ประจำปี 2559 ได้ศึกษาการใช้ CAR CD19 T-Cell รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวลูคีเมียและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองลิมโฟมา ซึ่งอยู่ในระยะคลินิกเฟส 1/2 โดยทำการศึกษาในหลายสถาบันในประเทศไทย ในปัจจุบันได้ทำการรักษาด้วยวิธีนี้ 11 ราย คนไข้ทุกรายที่ดื้อต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดตลอดจนยามุ่งเป้าแล้วหลายชนิดผู้ป่วยที่เคยดื้อต่อการรักษามาแล้ว ตอบสนองดีมากต่อการรักษาด้วย CAR CD19 T-Cellผู้ป่วยทุกรายโรคสงบได้ โดยปัจจุบันบริษัทเจเนพูติก ไบโอ จำกัด ซึ่งเป็นของคนไทย ได้รับ license จากมหาวิทยาลัยมหิดล ไปต่อยอดเพื่อขึ้นทะเบียนยากับสำนักงานอาหารและยาต่อไป นอกจากนี้ทีมวิจัยได้ทำการวิจัย CAR BCMA T-Cell สำหรับโรคมะเร็งมัยอิโลมา CAR GD2 T-Cell สำหรับมะเร็งต่อมหมวกไต มะเร็งกระดูก และมะเร็งสมองอีกด้วย

กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯคืนชีวิตใหม่..ให้ผู้ป่วยมะเร็งเด็ก

นับตั้งแต่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงรับกองทุนโรคมะเร็งในเด็กไว้ในพระอุปถัมภ์ จวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ทรงมีพระเมตตาช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศใน รพ. กว่า 20 แห่ง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือคือ ช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก เวชภัณฑ์ต่างๆ ด้วย สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...