โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Blue Origin กำลังตรวจสอบสาเหตุการระเบิดของเครื่องยนต์จรวดในระหว่างทดสอบ

BT Beartai

อัพเดต 12 ก.ค. 2566 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2566 เวลา 02.51 น.
Blue Origin กำลังตรวจสอบสาเหตุการระเบิดของเครื่องยนต์จรวดในระหว่างทดสอบ

บลูออริจิน (Blue Origin) บริษัทการบินและอวกาศสัญชาติสหรัฐฯ ของ เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) ยังคงวนเวียนอยู่กับปัญหาทางเทคนิค ล่าสุดได้ออกมายืนยันว่าเครื่องยนต์ BE-4 ได้เกิดการระเบิดขึ้นในระหว่างการทดสอบจุดระเบิดเครื่องยนต์ประมาณ 10 วินาที ในเท็กซัสเมื่อ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้สำนักข่าว CNBC รายงานว่าเครื่องยนต์ BE-4 ได้ถูกกําหนดให้จัดส่งไปยัง ULA เพื่อใช้ในการปล่อยจรวด Vulcan ในครั้งที่ 2

บลูออริจินกล่าวว่ากำลังประเมินหาสาเหตุของปัญหา ซึ่งได้ทราบสาเหตุหลักของปัญหาแล้วและกำลังดำเนินการแก้ไข ทั้งนี้บริษัทจะดำเนินการทดสอบจรวดต่อไป และคาดว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการเครื่องยนต์จรวดให้กับลูกค้าได้ สรุปง่าย ๆ ว่าจะลุยทดสอบต่อและส่งมอบเครื่องยนต์จรวดได้แน่นอน

การระเบิดของเครื่องยนต์ BE-4 ครั้งนี้เกิดขึ้นหลายเดือนหลังจากการล้มเหลวของจรวด New Shepard เที่ยวบิน NS-23 เนื่องจากปัญหาของหัวฉีดเครื่องยนต์ในช่วงเดือนมีนาคม และปลายเดือนมีนาคม ULA ได้เกิดปัญหาในการปล่อยจรวด Vulcan ใหม่ครั้งแรก เนื่องจากเกิดการระเบิดของจรวดท่อนบน ซึ่งหลังจากการตวจสอบก็ได้มีการแก้ไขเสริมผนังเหล็กของท่อนจรวดให้หนาขึ้น

ปัญหาการการระเบิดของเครื่องยนต์ BE-4 อาจจะกระทบต่อธุรกิจของ ULA (บริษัทร่วมทุนของ Lockheed Martin Space และ Boeing) เพราะจรวด Vulcan ทุกลำของ ULA จะใช้เครื่องยนต์ BE-4 จำนวน 2 ตัว ซึ่ง ULA จำเป็นต้องใช้จรวด Vulcan ในการทำภารกิจให้กับกองทัพอวกาศสหรัฐฯ โดยมีคู่แข่งหรือคู่เทียบคือ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX)

นอกจากนี้จรวด New Glenn ของบลูออริจินก็ต้องการเครื่องยนต์ BE-4 ถึง 7 ตัว ซึ่งจรวด New Glenn มีความสำคัญต่อการปล่อยดาวเทียมบรอดแบนด์ในโครงการ Kuiper ของแอมะซอน ที่จะต้องปล่อยและใช้งานดาวเทียมให้ได้จำนวนครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 3,236 ดวง ภายใน 30 กรกฎาคม 2026 สรุปง่าย ๆ ว่าเวลา 3 ปี จะต้องปล่อยดาวเทียมให้ได้ประมาณ 1,600 ดวง

การระเบิดของจรวดในช่วงพัฒนาไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะระบบขนส่งสตาร์ชิปของสเปซเอ็กซ์ก็เกิดการระเบิดมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดในการทดสอบบินสู่อวกาศครั้งแรกของสตาร์ชิปก็เกิดการระเบิดกลางอากาศในระหว่างการแยกสลัดจรวดท่อนแรกออกมา ซึ่งสตาร์ชิปก็เป็นหัวใจสำคัญในการปล่อยดาวเทียม Strarlink V2 และยังเป็นยานลงจอดบนดวงจันทร์ในโครงการอาร์เทมิสของนาซาอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สเปซเอ็กซ์ยังมีจรวด Falcon Heavy สำหรับทำภารกิจให้กับกองทัพอวกาศสหรัฐฯ

นอกจากนี้ Virgin Galactic บริษัทท่องเที่ยวอวกาศคู่แข่งของบลูออริจินก็เพิ่งให้บริการเชิงพาณิชย์เที่ยวแรกได้เสร็จ ดังนั้นอาจจะสร้างแรงกดดันให้กับบลูออริจินเพิ่มขึ้น

ที่มา :engadget.com

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...