โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน! โรคในผู้หญิง “เชื้อราในช่องคลอด” ไม่อยากเป็นหยุดพฤติกรรมเหล่านี้

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 16 พ.ค. 2566 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2566 เวลา 02.35 น. • Bright Today

ปัญหาพบบ่อยที่ผู้หญิงควรรู้ เตือน! โรคในผู้หญิง “เชื้อราในช่องคลอด” ไม่อยากเป็นหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ ปล่อยไว้ไม่ดีแน่

ภาวะเชื้อราในช่องคลอด เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิงของการอักเสบในช่องคลอด โดยผู้หญิง 3 ใน 4 คนเคยติดเชื้อราในช่องคลอดอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตและหลายคนติดเชื้ออย่างน้อยสองครั้ง ภาวะเชื้อราในช่องคลอดทำให้เกิดอาการบวม คันและระคายเคือง รวมถึงมีตกขาวออกจากช่องคลอดได้ แล้วสาเหตุไหนที่ทำให้เกิดโรคนี้บ้างมาดูเลย

woman-suffering-from-pain-lower

ปัจจัยต่อการติดเชื้อราในช่องคลอด

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่คุมน้ำตาลไม่ดี
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วน
  • ภาวะตั้งครรภ์
  • การสวมกางเกงที่รัดแน่น อับชื้น
  • การสวนล้างช่องคลอดบ่อย ๆ
  • การรับประทานยาคุมกำเนิดในปริมาณสูง
  • การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน
  • การรับประทานยากดภูมิคุ้มกัน ยากลุ่มเสตียรอยด์
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรังอื่น ๆ อยู่เดิม
  • คู่นอนมีการติดเชื้อรา

อาการโรคเชื้อราในช่องคลอด

  • คันบริเวณปากช่องคลอดหรือภายในช่องคลอด
  • ผื่นแดงบริเวณช่องคลอด อาจลามไปหัวหน่าว ขาหนีบ
  • ตกขาว สีขาวข้นคล้ายนม มีกลิ่นผิดปกติ
  • แสบขัดเวลาปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์

วิธีการรักษาเชื้อราในช่องคลอด

เชื้อราในช่องคลอด สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาต้านเชื้อรา เช่น โคลไตรมาโซล ฟลูโคนาโซล คีโตโคนาโซล ไอทราโคนาโซล โดยรูปแบบยาจะมีทั้งยารับประทาน ยาเหน็บช่องคลอด และยาทา ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ตามระดับความรุนแรงของโรคและการตอบสนองต่อการรักษา หากมีอาการกลับมาเป็นซ้ำบ่อยตั้งแต่ 4 ครั้งต่อปีขึ้นไป แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาต้านเชื้อราต่อเนื่องประมาณ 6 เดือน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรค

ป้องกันไม่ให้เป็นเชื้อราในช่องคลอด

  • ทำความสะอาดบริเวณช่องคลอดด้วยน้ำสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการสวนล้างภายในช่องคลอดบ่อย ๆ
  • เลือกสวมใส่กางเกงที่มีการถ่ายเทของอากาศดี ไม่รัดแน่นจนเกินไป ไม่อับชื้น
  • รักษาความสะอาดของกางเกงชั้นใน ตากให้แห้งสนิทและโดนแสงแดด
  • ช่วงมีประจำเดือน ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้อับชื้น
  • ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
  • รักษาโรคร่วม เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • การรับประทานอาหารประเภทโยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส อาจช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างภายในช่องคลอด ลดโอกาสเกิดเชื้อราในช่องคลอด

แหล่งที่มา โรงพยาบาลสินแพทย์

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...