โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

หยาดน้ำตาของสตรีตัวร้าย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 04 เม.ย. 2567 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2567 เวลา 12.10 น. • ความฝันของผีเสื้อ
ใครๆก็มองว่านางคือสตรีตัวร้ายอันดับ1ของเมืองหลวง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องหลังของนิสัยร้ายกาจมาจากคนชั่วกลุ่มหนึ่งซึ่งนางก็มารู้ความจริงเมื่อตอนสิ้นใจไปแล้ว แต่สวรรค์ยังส่งนางย้อนกลับมาเพื่อเอาคืน!

ข้อมูลเบื้องต้น

ใครๆก็มองว่านางคือสตรีตัวร้ายอันดับ1ของเมืองหลวง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องหลังของนิสัยร้ายกาจมาจากคนชั่วกลุ่มหนึ่งซึ่งนางก็มารู้ความจริงเมื่อตอนสิ้นใจไปแล้ว แต่สวรรค์ยังส่งนางย้อนกลับมาเพื่อเอาคืน!

สวัสดีค่ะ นิยายเรื่อง “หยาดน้ำตาของสตรีตัวร้าย” เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับสตรีนางหนึ่งที่ถูกผู้คนก่นด่านางว่าเป็นสตรีตัวร้าย เป็นนางร้ายที่น่าเอือมระอา แต่ใครจะรู้เล่าว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นมีเบื้องหลังที่น่าตกใจอยู่ นางผู้ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อให้เป็นสตรีร้ายกาจ นางผู้ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อต้องพบเจอกับการหักหลังที่เจ็บปวดแสนสาหัส ในวันที่นางสิ้นใจจากการโดนวางยาพิษคือวันที่นางได้รับรู้ความจริงอันดำมืดทุกสิ่งอย่าง และปาฏิหาริย์ก็ได้ส่งนางย้อนเวลากลับมา…แต่เดี๋ยวนะ ทำไมนางต้องย้อนกลับมาตอนอายุเพียง 7 หนาวด้วย!! มือก็เล็กเพียงนี้ ตัวก็แค่นี้ แล้วนางจะเอาอะไรไปสู้กับบรรดาศัตรูของนางกันล่ะ!!

สุดท้ายนี้ทุกสิ่งเป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น และอาจจะไม่สมเหตุสมผลในบางประการค่ะ หากมีข้อผิดพลาดตรงไหนสามารถคอมเม้นต์เพื่อแนะนำได้นะคะ ไรท์จะนำไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงของเรื่องถัดๆ ไปค่ะ

จุดเริ่มต้นของสตรีตัวร้าย

ณ แคว้นซี แคว้นขนาดกลางที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ราชวงศ์สุขสงบมามากกว่า 20 ปี ทำให้ความเป็นอยู่ของคนในแคว้นถือว่าดีกว่าแคว้นอื่นไม่น้อย ขุนนางส่วนใหญ่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม มีเพียงส่วนน้อยที่กอบโกยผลประโยชน์เข้าตนเอง

เซี่ยลี่อิงนางเป็นบุตรีคนโตของจวนเสนาบดี ด้วยใบหน้างดงามอ่อนหวานปานน้ำผึ้งตั้งแต่เด็กทำให้มีหลายตระกูลวาดหวังจะเกี่ยวดองด้วย ในครอบครัวของนางไม่มีเรื่องเรือนหลังมาทำให้ลำบากใจ บิดามีฮูหยินเพียง 2 คน ซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน นามว่าหลิวมี่อิงและหลิวมี่เอิน ทั้งสองปักใจชายหนุ่มคนเดียวกันจนในที่สุดก็ตกลงกันว่าจะแต่งให้เขาทั้งคู่ แต่เมื่อเซี่ยลี่อิงอายุเพียง 2 หนาว ในวันที่น้องสาวอีกคนของนางถือกำเนิดขึ้นมา ท่านน้าหลิวมี่เอินก็ได้สิ้นใจด้วยอาการป่วยหนักก่อนที่นางจะจำความได้เสียอีก และเมื่อท่านน้าเสียชีวิตไปแล้วบิดาก็ไม่คิดจะแต่งงานใหม่อีกเลย มีเพียงมารดาของนางมาจนถึงทุกวันนี้

เซี่ยลี่อิงโตมาพร้อมกับการตามใจจากมารดาและบิดาที่ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่นัก ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับบิดาถือว่าเต็มไปด้วยความห่างเหิน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นางรู้สึกไม่ชอบใจบิดาของตนแม้แต่น้อย ซึ่งในยามนั้นนางไม่ได้ใส่ใจกับความแปลกแยกนี้สักนิด ความสนใจของนางไปอยู่ที่น้องสาวของนาง ซึ่งมีนามว่าเซี่ยลี่หลินอยู่ที่เรือนเดียวกับมารดามาตั้งแต่เกิด ส่วนนางเมื่ออายุครบ 4 หนาวก็มีเรือนเป็นของตนเองแล้ว

ท่านแม่ของนางมีเพื่อนสนิทอยู่ 2 คน คนแรกคือพระสนมเหอกุ้ยเฟย ส่วนอีกคนคือฮูหยินเอกจวนราชครูนามว่าเฉินหวงหลาน ทั้งสองมีบุตรชายและบุตรสาวในวัยเดียวกันจึงทำให้เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย ดังนั้นกลุ่มของนางจะมีทั้งหมด 4 คนที่เติบโตมาด้วยกัน คนแรกคือน้องสาวแท้ๆ ที่อายุห่างกับนางเพียง 2 ปี คนที่สองเป็นองค์ชาย 4 บุตรของพระสนมเหอกุ้ยเฟย คนต่อมาคือบุตรีคนโตของจวนราชครูและสุดท้ายตัวนางที่เป็นผู้นำในทุกๆ เรื่อง หรือจะเรียกว่าเอาแต่ใจตนเองจนถึงขีดสุดก็ไม่ผิดนัก

เวลาผ่านไปจนกระทั่งหญิงสาวอายุได้ 12 หนาว เริ่มมีความรู้สึกตื่นเต้นกับเพศตรงข้ามบ้างแล้ว นางจึงปักใจชายหนุ่มผู้อยู่ในชีวิตของนางมาตลอด เซี่ยลี่อิงมอบใจทั้งหมดให้แก่ชายหนุ่มทันทีที่เริ่มรู้ความรู้สึกของตนเองและดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะมีใจให้นางเช่นเดียวกัน ชีวิตของนางโรยไปด้วยกลีบกุหลาบเมื่อทุกอย่างราบรื่นจนไม่มีสิ่งใดให้นางต้องหนักใจ แม้นางจะมีนิสัยเอาแต่ใจ ขี้โวยวายแต่องค์ชายก็ยังผูกสมัครรักใคร่นางไม่แปรเปลี่ยน ยิ่งทำให้เซี่ยลี่อิงหลงไหลบุรุษผู้นี้จนหัวปักหัวปำ

ทั้งสองตระกูลยอมรับการเกี่ยวดองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเพราะรู้ว่าเด็กๆ รู้จักกันมานาน อีกทั้งองค์ชายก็ปฏิบัติกับเซี่ยลี่อิงอย่างดีเสมอมา หลังจากประกาศการคบหาดูใจองค์ชาย 4 ก็ให้เกียรติหญิงสาวมาโดยตลอด เขาดูแลนางเป็นพิเศษ เขาทำให้นางมั่นใจว่าการกระทำของเขามิใช่ทำเหมือนเพื่อนทั่วไป นางกลายเป็นที่อิจฉาของบุตรขุนนางมากมายที่ต้องการเกี่ยวดองกับเชื้อพระวงศ์จนความหยิ่งผยองยิ่งเพิ่มมากขึ้น

เวลาล่วงเลยไปจวบจนถึงวัยปักปิ่น หญิงสาวได้รับการสู่ขออย่างสมเกียรติ พิธีแต่งงานเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะเสนาบดีของบิดา แม้ชื่อเสียงในเมืองหลวงของนางจะย่ำแย่เพียงใด ถูกนินทาว่าร้ายจนกระทั่งได้รับฉายาสตรีตัวร้ายอันดับ 1 นางก็มิได้สนใจ พวกนางเป็นเหมยเขียวม้าไม้ไผ่ (เติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก) ที่ถึงแม้หลายเสียงจะไม่พอใจในความเหมาะสม แต่ก็เถียงไม่ได้ว่าฐานะของนางจะเกื้อกูลเขาได้อย่างแน่นอน และในที่สุดนางก็ได้ใช้ชีวิตคู่แสนสุขกับชายอันเป็นที่รักอย่างที่ตนปรารถนา

ตลอดเวลา 5 ปีหลังจากแต่งเข้าตำหนักขององค์ชาย 4 ผู้เป็นสามี นางได้รับการเอาอกเอาใจชนิดที่เรียกได้ว่าทำให้เสียคนยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่านางจะโมโหร้ายและโกรธเกรี้ยวใส่บ่าวไพร่มากแค่ไหนสามีของนางก็ยังเข้าข้างนางเสมอ ทำให้เซี่ยลี่อิงยิ่งหลงระเริงและมอบทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อผลักดันให้ชายหนุ่มได้ขึ้นสู่ตำแหน่งองค์รัชทายาทอย่างที่เขาต้องการ ด้วยอำนาจของตระกูลเซี่ยจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสนับสนุนเขา แต่หลังจากที่บุรุษผู้นี้ได้ครอบครองตำแหน่งที่วาดหวังไว้ การกระทำที่เคยอ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ยามนางเกรี้ยวกราดเมื่อก่อนเขาจะเอาน้ำเย็นเข้าลูบแต่บัดนี้กลับโยนน้ำร้อนเข้าสาด ใบหน้างดงามถูกตบอย่างแรงจนร่างบางเซถลาลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกราวกับหายใจไม่ออกทำให้นางตัวแข็งทื่อ พฤติกรรมที่แปลกไปนั้นแม้แต่คนโง่ยังดูออก

เพี๊ยะ!

“เสด็จพี่…” เสียงหวานสั่นเครือเมื่อโดนชายที่รักทำร้ายร่างกายเป็นครั้งแรก ใบหน้าสวยหวานอ่อนโยนขัดกับนิสัยที่ถูกบ่มเพาะมาจนเลวร้ายเงยมองสบร่างสูงที่ยืนจ้องนางอยู่ ดวงตาคมที่มักมองนางด้วยความรักบัดนี้ว่างเปล่าจนไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกได้

“เจ้าช่างโง่งมยิ่งนักอิงเอ๋อร์ ชื่อเสียงของเจ้ามันเน่าเฟะเพียงใดได้ลองเงี่ยหูฟังบ้างรึไม่” เสียงทุ้มเข้มกดต่ำเมื่อรู้สึกขยะแขยงอีกฝ่ายเต็มกลืน บัดนี้เขาไม่ต้องทนกับสตรีนางนี้อีกต่อไปแล้ว

“แต่พระองค์เคยบอกว่า ฮึก ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอย่างไร พระองค์ก็จะรักหม่อมฉันตลอดไปนี่เพคะ” ดวงตาคู่สวยเงยมองคนรักอย่างตัดพ้อ คำหวานหูตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาลืมมันจนสิ้นแล้วกระนั้นหรือ

“หึหึ เจ้าคิดจริงๆ อย่างนั้นหรือ ว่าสตรีร้ายกาจเช่นเจ้า ข้าจะเหลียวมอง ลองคิดทบทวนดูให้ดีเสียก่อนเถิดว่าที่ผ่านมาเจ้าทำนิสัยย่ำแย่จนน่าเอือมระอาเพียงใด!” กล่าวจบบุรุษสูงศักดิ์ก็สะบัดชายอาภรณ์ออกจากตำหนักพระชายาเอกไป ใบหน้าหล่อเหลามืดครึ้มเพราะรำคาญอีกฝ่ายเต็มทน เสียงสะอื้นไห้ที่ตามหลังมามิอาจเรียกความสงสารจากเขาได้สักนิด

”ฮึก ฮืออออ กรี๊ดดดดด” มือบางกำชายผ้าแน่น เซี่ยลี่อิงกรีดร้องออกมาเมื่อทุกอย่างมันแปรเปลี่ยนไปหมด ร่างบางลุกขึ้นขว้างปาข้าวของอย่างที่เคยทำ ก่อนจะนึกบางสิ่งได้จึงเรียกนางกำนัลคนสนิทเข้ามา

“เหมยเหม่ย! ส่งคนไปรับน้องสาวของข้ามาเดี๋ยวนี้!” การทะเลาะกันวันนี้เพราะนางสืบทราบมาว่าน้องสาวแท้ๆ ของตนเองสนิทชิดเชื้อกับพี่เขยจนออกหน้าออกตา ราวกับจะประกาศให้รู้ว่ากำลังต้องการตำแหน่งชายารองที่เว้นว่างอยู่

“เพคะพระชายา” ดรุณีน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเร่งออกไปจัดการตามที่นายของตนสั่ง เพราะอยากหนีไปให้พ้นจากสายตาระรานที่พร้อมจะอาละวาดนั่น

หลังจากโวยวายจนพอใจคนงามก็นั่งลงที่โต๊ะน้ำชาซึ่งถูกเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว มือบางกำจอกชาแน่นด้วยความรู้สึกขับข้องหมองใจมันจุกอยู่ที่อก ตั้งแต่เล็กจนโตมารดาของนางมิเคยดุด่าว่ากล่าวเลยแม้แต่น้อย แสดงว่าสิ่งที่นางทำก็เป็นเรื่องที่ถูกที่ควรแล้วนี่ เหตุใดทุกคนจึงเอาแต่ว่ากล่าวหาว่านางเป็นสตรีตัวร้าย…เป็นผู้ที่จ้องแต่จะทำร้ายผู้อื่นล่ะ

“ถวายพระพรพระชายาเพคะ” ขณะที่กำลังคิดอย่างสับสนเสียงหวานราวกับกระดิ่งแก้วก็เรียกให้หญิงสาวหันมาสนใจผู้ที่เพิ่งมาใหม่

“มาแล้วอย่างนั้นหรือหลินเอ๋อร์ นั่งลงสิ”

……………………………………………………………………………

ฝากนิยายเรื่องใหม่ของไรท์ด้วยนะคะ ><

รบกวนกดถูกใจ คอมเม้น และกดเข้าชั้นเพื่อติดตามผลงานของไรท์ได้น๊า

การโดนหักหลังที่แสนเจ็บปวด

“ขอบพระทัยเพคะ” ร่างบอบบางในชุดสีชมพูอ่อนชวนให้ทนุถนอมยอบกายลงตามธรรมเนียมก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามพี่สาว

“พระชายาทรงมีเรื่องอันใดหรือเพคะ ถึงให้คนไปตามหม่อมฉันเร่งด่วนเพียงนี้” ถ้อยคำแฝงเร้นไปด้วยการตำหนิพี่สาวทำให้มือบางที่กำลังรินน้ำชาชะงักงัน ตลอดมานางมองว่าน้องสาวเป็นเด็กดีเชื่อฟังนางเสมอ ดูแล้วคงเป็นนางเองที่มองไม่ออกว่าใจจริงของทุกคนเป็นเช่นไรกันแน่

“ข่าวลือที่ว่าเจ้าจะแต่งเข้ามาเป็นพระชายารองเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ” เซี่ยลี่อิงไม่คิดจะอ้อมค้อม นางยกถ้วยชาขึ้นจิบพลางรอคำตอบ

“แล้วพระชายาคิดเช่นไรเล่าเพคะ” ในเมื่อนางเปิดตัวมาขนาดนี้แล้ว เซี่ยลี่หลินก็มิคิดจะเก็บงำความต้องการอีกต่อไป

เพี๊ยะ!

ไวเท่าความคิดฝ่ามือของสตรีสูงศักดิ์ในห้องก็ฟาดลงไปบนใบหน้างดงามที่คล้ายคลึงตนหลายส่วนอย่างแรง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามการหอบหายใจเพราะโทสะอันคุกรุ่น ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจ้องมองราวกับจะแผดเผาคนตรงหน้าให้วอดวาย

“เจ้ามันสารเลว! ให้ท่าได้แม้กระทั่งพี่เขยตนเอง!! เจ้ามั- อั่ก!” ขณะที่ความโกรธเกรี้ยวถูกระบายออกมา จู่ๆ โลหิตกองใหญ่ก็กระอักออกจากปากเซี่ยลี่อิง ร่างบางระหงทรุดลงด้วยความเจ็บปวดในช่องท้องที่ประทุขึ้นมา แม้แต่เสียงก็มิอาจเปล่งออกมาได้ หญิงสาวได้แต่นอนทุรนทุรายอยู่บนพื้นก่อนจะเริ่มไร้เรี่ยวแรงและได้แต่นอนนิ่งพร้อมลมหายใจที่อ่อนลงทุกที

ภาพทั้งหมดนั่นเซี่ยลี่หลินยืนมองมันด้วยน้ำตาที่นองหน้าไม่แพ้กัน ตั้งแต่เล็กนางถูกเปรียบเทียบกับพี่สาวมาโดยตลอด แม้แต่มารดาก็เอาแต่พูดว่าพี่สาวดีอย่างนั้นอย่างนี้ ทุกสิ่งของพี่สาวล้วนดีที่สุด ส่วนนางจะต้องรอของเหลือเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับพี่สาวก็ได้เลือกก่อน ขอเพียงพี่สาวเอ่ยปากว่าอยากได้อะไรมารดาก็พร้อมจะหามาให้ ผิดกับนางที่พอเอ่ยปากขอมารดากับบอกว่าต้องเก็บเงินไว้ซื้อของให้ผู้เป็นพี่ ขนาดบุรุษที่ดีอย่างองค์ชาย 4 ก็ยังยกให้เป็นของพี่สาว ทั้งๆ ที่นางก็รักชายผู้นั้นไม่ต่างกันแท้ๆ!

“เจ็บรึไม่เล่าเพคะ” เซี่ยลี่หลินสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะกล่าวออกมาอย่างเหยียดหยัน แต่หากสังเกตให้ดีภายในแววตานั้นเต็มไปด้วยระลอกคลื่นของความรู้สึกผิดและเกลียดชังผสมปนเปกันจนแทบแยกไม่ออก

“หม่อมฉันเองก็เจ็บไม่แพ้พี่หญิงหรอกเพคะ” ใช่ ตลอดมานางต้องทนอยู่กับความรักที่มารดามอบให้แต่พี่สาว บิดาก็ใส่ใจแต่พี่สาว ไม่มีใครเลยที่มองมาที่นาง ดวงตาดอกซิ่งหลุบมองร่างจมกองเลือดตรงหน้าคล้ายตัดสินใจได้แล้วก่อนจะนั่งลงตรงหน้า

“อดทนอีกนิดเพคะ ยาพิษนี้ออกฤทธิ์เร็วนัก แม้ท้ายที่สุดแล้วน้องก็มิอาจทนเห็นพี่หญิงทรมานได้ ช่างน่าสมเพชจริงเชียว” เสียงหวานเจือสะอื้น ความรู้สึกหลากหลายตีรวนไปมาจนแทบหายใจไม่ออก แต่ยามนี้ไม่มีทางเดินให้นางได้หวนกลับอีกแล้ว

เซี่ยลี่อิงเหม่อมองน้องสาวคนเดียวด้วยความโกรธแค้น ก่อนที่มันจะกลายเป็นความผิดหวัง เสียใจ โศกเศร้าที่น้องแท้ๆ ของตนลงมือกันถึงเพียงนี้ นิ้วเรียวพยายามขยับเพื่อเขียนบางอย่างแต่ก็มิอาจทำได้ สติสุดท้ายที่นางรับรู้คือภาพน้องสาวของนางปล่อยโฮออกมาแล้วสวมกอดร่างที่กำลังไร้ลมหายใจของตน นางทำสิ่งใดผิดไปกันนะ เหตุใดเรื่องราวจึงมาไกลถึงเพียงนี้…

…………

……

..

“อ๊ะ….กรี๊ดดดดดด” เสียงหวานอุทานขึ้นเมื่อรู้สึกวูบโหวงจนต้องลืมตาขึ้นมา ภาพตรงหน้าทำให้เซี่ยลี่อิงหวีดร้องด้วยความตกใจ ร่างบอบบางของนางในชุดเปื้อนเลือดกำลังล่องลอยอยู่เหนือศพของตนเอง

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครก็ได้ช่วยด้วย!” ด้วยตวามตกตะลึงนางตะโกนขอให้คนช่วยอย่างร้อนรน

“ช่วยด้วย! ข้าอยู่ตรงนี้ มีใครได้ยินรึไม่” ผ่านไปกว่าเค่อ (15 นาที) ก็ไร้ผู้ใดได้ยิน ในที่สุดนางก็ตระหนักได้

“นี่ข้าตายจริงๆ แล้วสินะ” มือบางชูขึ้นผ่านแสงจากหน้าต่างห้อง ส่องให้เห็นความโปร่งใสซึ่งไร้เนื้อหนังอย่างที่ควร แต่ก่อนจะได้คร่ำครวญสิ่งใดเหตุการณ์ในห้องก็ดึงความสนใจจากนางไปเสียก่อน

“จับคุณหนูรองตระกูลเซี่ยเอาไว้ ข้อหาวางยาพิษพระชายาเอกของข้า!!” เสียงตวาดเข้มของซุนอวิ้นหยางผู้เป็นองค์รัชทายาทดังที่หน้าตำหนักทำให้ดรุณีน้อยตกใจสุดขีด

“นี่มันอะไรกันเพคะ องค์รัชทายาท!” เซี่ยลี่หลินตะโกนพลางดิ้นหนีจากการจับกุม

“ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะลงมือเหี้ยมโหดขนาดนี้” เสียงทุ้มเอ่ยบอกด้วยท่าทางรังเกียจเล็กน้อย

“ทรงตรัสสิ่งใดเพคะ ก็พระองค์เป็นผู้วางแผนนี้ทั้งหมดนี่!” หญิงสาวไม่ยินยอมทั้งยังกล่าวจนข้ารับใช้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“อย่ามาโกหก! นางกำนัลคนสนิทของพระชายาสารภาพหมดแล้วว่าถูกเจ้าจ้างวานให้ใส่พิษในน้ำชาของนาง!” ชายหนุ่มปรายตามองเพื่อนสมัยเด็กอีกคนที่ตนเคยปันใจให้

“ไม่จริงเพคะ นางกำนัลผู้นั้นเป็นคนของพี่ซูฮวาต่างหาก!” พี่ซูฮวาที่กล่าวถึงคือ อันซูฮวาผู้เป็นเพื่อนสมัยเด็กอีกคนในกลุ่มนั่นเอง

“เลิกใส่ร้ายคนอื่นไปทั่วได้แล้ว! จับตัวนางไปขังในคุกหลวง รอการตัดสินโทษจากข้า!” เจ้าของตำหนักประกาศกร้าวจนองค์รักษ์ทั้งหมดรีบสั่งการให้เอาผ้าอุดปากนักโทษไว้

ภายใต้ความโกลาหลนั่นมีดวงวิญญาณดวงหนึ่งกำลังงุนงงกับเรื่องราวมากมายที่ถาโถมมาไม่หยุด ประโยคเมื่อครู่ที่บอกว่าแผนนี้ถูกวางโดยองค์รัชทายาท…สามีของตน และนางกำนัลคนสนิทของนางยังเป็นคนของสตรีอีกคนที่เป็นเพื่อนสนิทมาแสนนานทำให้นางเริ่มฉุกใจคิด แต่เดิมเซี่ยลี่อิงไม่ใช่คนโง่ นางมีไหวพริบและเฉลียวฉลาด เพียงแต่การเลี้ยงดูที่ให้ท้ายจนไม่สนสิ่งใดทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลเสียหมด นางจึงกลายเป็นสตรีร้ายกาจโง่งมในสายตาผู้อื่น

“พวกเจ้าออกไปให้หมด” เสียงทุ้มเข้มออกคำสั่งดึงสติรับรู้ของเซี่ยลี่อิงอีกครั้ง ภายในห้องนอกจากศพของนางกับร่างโปร่งที่ยืนห่างไปไม่ไกลนั้น ยังมีร่างอรชรแสนเย้ายวนของหญิงสาวคุ้นตายืนอยู่อีกคน อันซูฮวา…

‘มันจะไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือ’

นี่คือสิ่งแรกที่เซี่ยลี่อิงคิด จวนราชครูกับพระราชวังแม้ไม่ไกลกันแต่ก็ใช่จะโผล่มาไวถึงเพียงนี้ นอกเสียจาก…นางรู้เรื่องอยู่ก่อนแล้ว! ความกรุ่นโกรธเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง สมองน้อยๆ คิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด

“อาลัยอาวรณ์หรือเพคะ” เสียงหวานเต็มไปด้วยความน้อยใจให้ชายหนุ่มเร่งเข้าไปปลอบประโลมคนรักที่แท้จริงของตนทันที

“ใครว่า พี่ไม่ได้มีใจให้นางเสียหน่อย ไฉนจะมีสิ่งใดให้อาลัยเล่า” แขนแกร่งโอบกอดอีกฝ่ายเข้ามาแนบแน่น ทั้งยังจุมพิตหน้าผากมนอย่างรักใคร่ ภาพชายหญิงตรงหน้าทำเอาผู้ตายจนกลายเป็นวิญญาณถึงกับแข็งค้างราวกับถูกสาป

"น้องมิเชื่อคำของเสด็จพี่หรอกเพคะ อยู่กินกับนางมาตั้งนาน จะไม่มีเผลอไผลไปเชียวหรือ” อันซูฮวาแสร้งดิ้นขลุกขลักให้เนื้อนวลบดเบียดไปกับกายกำยำมากยิ่งขึ้น ก่อนจะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์บางเบาเมื่อบางสิ่งบางอย่างเติบโตขึ้นมาจนถูไถร่างกายของนาง

“งั้นพี่คงต้องแสดงให้รู้เสียแล้วว่าใจพี่มีเพียงเจ้าเท่านั้น พี่รอให้เจ้ามารับตำแหน่งพระชายานานแล้ว” เพราะอารมณ์บางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาทำให้ชายหนุ่มช้อนตัวคนรักขึ้นแล้วเข้าไปยังห้องบรรทมข้างๆ ด้วยความเร่งรีบ ไม่ต้องบอกว่าภาพต่อจากนั้นที่เซี่ยลี่อิงเห็นคือสิ่งใด เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงครวญครางพร่ำคำหวานล้วนกรีดลึกลงในใจของนาง

……………………………………………………………………………

นางเอกเราก็นิสัยร้ายมาก แต่ท้ายที่สุดกลับมีคนร้ายยิ่งกว่า

ความจริงที่แสนโหดร้าย

“อ๊ะ ท่านพี่ ซี๊ดดด เสียวจังเลยเพคะ” อันซูฮวาร้องออกมาเพราะความเสียวซ่านที่ได้รับ ยามท่อนเอ็นกดลึกสุดปลายโคนนางก็แอ่นรับอย่างรู้งาน

“อ่าห์ ฮวาเอ๋อร์ ร่องรักของเจ้าช่างดียิ่ง อืมม ดีเหมือนวันเข้าหอของเราเลย” ซุนอวิ้นหยางขยับเอวเข้าออกระรัว ริมฝีปากบางก็พร่ำเพ้อถึงความหลัง

“อื้อออ วันเข้าหอ อ๊าาา ในงานแต่งของท่านพี่กับอิงเอ๋อร์น่ะหรือเพคะ อื้มมม” อกอิ่มเด้งไปมาตามแรงกระแทกช่างล่อตาล่อใจจนมือหนาอดที่จะตะปบมันไม่ได้

“ใช่ วันที่ที่พี่มาเข้าหอกับเจ้าก่อนอย่างไรเล่า”

เซี่ยลี่อิงได้ฟังประโยคที่ผู้เป็นสามีเอ่ยออกมาเหมือนกับโดนฟ้าผ่ากลางใจ นางทั้งโกรธเกรี้ยว ด่าทอ ประนามหยามเหยียดพวกมันทั้งคู่ สาปส่งให้หญิงโฉดชายชั่วคู่นี้ตายอย่างไร้ที่กลบฝัง แต่คนทั้งคู่กลับระเริงรักกันอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนใจแม้แต่ศพของนางที่ไม่ทันเย็นด้วยซ้ำ!

นางนึกย้อนไปถึงวันเข้าหอ เขาหายไปค่อนคืนก่อนจะโผล่มาที่เรือนหอ บอกกล่าวกับนางว่าเพราะถูกเหล่าสหายและแขกเหรื่อมอมสุรา แต่ถ้านางเอะใจสักนิดจะเห็นได้ว่าเสื้อผ้าของเขายับย่นเพียงใด เหตุใดนางถึงคล้ายกับไม่เคยรู้จักคนที่เติบโตมาด้วยกันเลยสักนิดพวกเขาทำเช่นนี้กับนางได้อย่างไรกัน! ที่จริงแล้วถ้าเขาไม่พอใจนางตั้งแต่ต้นทำไมถึงไม่สู่ขออันซูฮวาแทนที่จะเป็นนาง!

ไม่รู้ว่าผ่านไปนางแค่ไหนที่เซี่ยลี่อิงไร้เรี่ยวแรงจะโกรธคนพวกนั้น ร่างโปร่งแสงของนางลอยละล่องอย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งมาหยุดอยู่สถานที่แห่งหนึ่ง เสียงสะอื้นปานจะขาดใจของร่างในห้องขังอับชื้นทำให้นางเขยิบเข้าไปใกล้อีกนิด ความคุ้นตานั่นทำให้นางรู้ว่าร่างเล็กที่คุดคู้ตัวตรงมุมกำแพงคือน้องสาวที่ตนเคยรักและเอ็นดู

“น้องขอโทษเจ้าค่ะพี่หญิง อึ่ก น้องโง่เองที่หลงรักบุรุษผู้หนึ่งจนลืมสิ้นทุกสิ่ง” เซี่ยลี่หลินกอดเข่าก้มหน้าแล้วพรั่งพรูความในใจออกมา

“ฮือออ น้องโง่ที่หลงเชื่อคำลวงของสตรีซึ่งคอยยุแยงน้องมาตลอด ฮึก น้องผิดไปแล้วจริงๆ” ท่ามกลางความเงียบในคุกหลวง เสียงกระซิบแผ่วเบานั่นเซี่ยลี่อิงได้ยินมันชัดเจน แม้จะโกรธเกลียดแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านางยังรักน้องสาวคนนี้ของนาง แม้นางจะเป็นพี่ที่ไม่ดีนักแต่ทั้งชีวิตก็มีเพียงพวกนางสองพี่น้องเท่านั้น หญิงสาวนั่งลงข้างๆ อีกฝ่ายพลางร่ำไห้ไปด้วยกัน นางจะทำเช่นไรดี อะไรที่ทำให้นางยังอยู่ตรงนี้…

ฟึ่บบ วู่วววววววว

“อะไรน่ะ!”

ลมสายหนึ่งพัดกรรโชกใส่ร่างโปร่งของเซี่ยลี่อิงจนนางเซถลาไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ แรงขึ้นจนนางมิอาจลืมตาได้ เสียงลมหวีดหวิวชวนให้ขนลุกมีเพียงดวงวิญญาณของนางเท่านั้นที่ได้ยิน เพราะคนรอบด้านกลับไม่รู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้นแม้แต่น้อย

กว่าจะรู้ตัวอีกทีร่างบอบบางสภาพซ่อมซ่อในชุดเปื้อนเลือดก็มายังสถานที่อีกแห่งหนึ่งเสียแล้ว…เซี่ยลี่อิงค่อยๆ ลืมตาด้วยความขลาดกลัว นางมิเคยสนใจเรื่องภูติผีปีศาจพอต้องมาเจอกับตัวจึงทำให้อดหวั่นเกรงไม่ได้ แต่สิ่งของคุ้นตาโดยรอบทำให้นางเบาใจขึ้นเมื่อรู้ว่าตนมาโผล่ที่ศาลบรรพชนของตระกูลเซี่ย

กึก! ครืดดดดดดด

เสียงเปิดประตูบานใหญ่เรียกเซี่ยลี่อิงให้หันไปมอง สตรีวัย 37 หนาวตรงหน้าทำให้นางร้องไห้ราวกับเขื่อนแตกออกมาอีกครั้ง

“ท่านแม่! ฮืออออ” ร่างโปร่งใสพุ่งเข้าใส่มารดาหมายจะกอดให้คลายความทุกข์ใจ แต่กลายเป็นว่านางพุ่งผ่านไปดุจสายลมเบาๆ ปะทะร่างของหลิวมี่อิงเท่านั้น

“พวกเจ้าออกไปก่อน” อดีตโฉมงามอันดับหนึ่งที่แม้เวลาจะผ่านมานานแต่ก็ไม่ได้ทำให้นางแก่ลงเท่าใดนักหันไปสั่งข้ารับใช้ทั้งหมดที่ตามมา

“เจ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสี่รับคำก่อนจะถอยหลังออกจากห้อง

“ท่านแม่ ท่านได้ยินข้าบ้างรึไม่เจ้าคะ” เซี่ยลี่อิงเข้าไปใกล้มารดาแล้วเอ่ยเรียกอีกครั้ง ซึ่งก็ยังเหมือนเดิมคือไม่มีใครได้ยินหรือรับรู้การมีอยู่ของนาง

ร่างบางของหลิวมี่อิงเดินไปจุดธูป จากนั้นก็นั่งลงคำนับบรรพชนก่อนจะปักธูปลง

“พี่สาว ข้ามาในวันนี้เพื่อส่งข่าวที่น่ายินดีให้ท่านได้รับรู้” เสียงคุ้นเคยของมารดาทำให้หญิงสาวรู้สึกคิดถึง ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเมื่อมารดาเรียกใครสักคนว่าพี่สาว…มารดาของนางเป็นบุตรีคนโต จะมีพี่สาวได้อย่างไรกัน

“อิงเอ๋อร์ของเจ้าตายตกตามเจ้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มิหนำซ้ำยังตายด้วยน้ำมือของน้องสาวอย่างหลินเอ๋อร์อีกด้วย ฮ่าๆ ลูกๆ ของเจ้าฆ่ากันเองเช่นนี้คงตายตาไม่หลับกระมัง” ประโยคที่ออกจากปากของมารดาทำเอาโลกทั้งใบของเซี่ยลี่อิงถล่มลงมา ร่างวิญญาณนิ่งสนิทราวกับถูกตรึงด้วยเส้นใยที่มองไม่เห็น ใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งที่นางเป็นเพียงวิญญาณ อาการเหล่านั้นมันไม่ควรเกิดขึ้นมิใช่หรือ…

“เพราะเจ้า ท่านพี่จึงมิเคยชายตามองข้า ถึงจะแต่งเข้ามาพร้อมกันแล้วอย่างไรในเมื่อคนที่เขารักก็คือเจ้า! หึหึ ต้องโทษที่เจ้าตายด้วยพิษไวไปนัก ทิ้งนังเด็กโสโครกสายเลือดเจ้าไว้ตั้งสองคน! ฮ่าๆ ข้าจึงเสี้ยมสอนให้มันมีนิสัยเยี่ยงนั้นอย่างไรเล่า ชื่อเสียงฉาวโฉ่ของบุตรีเจ้าคงดังไปถึงนรกที่เจ้าอยู่เป็นแน่”

เสียงหัวเราะลั่นสั่นสะท้านไปทั้งดวงจิตของหญิงสาว นางทรุดลงเหม่อมองผู้ที่ตนรักใคร่และคิดเสมอว่ามารดาเองก็รักตนมากจนตามใจทุกอย่าง แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงแผนการของคนๆ หนึ่งเท่านั้น…

“เจ้ารู้รึไม่ ข้ายังสั่งสอนให้บุตรีคนเล็กของเจ้าอิจฉาริษยาพี่สาวแท้ๆ ทั้งยังอยากได้บุรุษของพี่จนตัวสั่น สุดท้ายถึงกับวางยาพิษใส่พี่สาวตนเอง เหมือนที่เจ้าโดนอย่างไรล่ะ!…หลิวมี่อิง ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้าตายตาหลับหรอก แม้เจ้าจะตายไปแล้วข้าก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้วิญญาณของเจ้ามิอาจไปผุดไปเกิดได้!!” ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวไปด้วยความแค้น นางยอมเสียเวลาเลี้ยงดูสายเลือดของคนที่ตนเกลียดก็เพื่อวันนี้ เพื่อมองพวกมันฆ่ากันเอง และหวังว่าแม่ของพวกมันจะรับรู้

ย้อนกลับไปตอนที่พวกตนเพิ่งปักปิ่น ตระกูลหลิวจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ พวกนางสองพี่น้องล้วนเป็นโฉมงามอันดับ 1 ของเมืองหลวง ถึงอย่างนั้นเซี่ยซือจงกลับตกหลุมรักหลิวมี่อิงตั้งแต่แรกพบ ทั้งๆ ที่พวกนางเหมือนกันทุกส่วนแม้แต่คนในครอบครัวยังแยกไม่ออก แต่ชายผู้นี้กลับมองเพียงพี่สาวของนางเรื่อยมา จนกระทั่งนางสารภาพกับพี่สาวตามตรงว่าชอบบุรุษคนนี้ช่นกัน สุดท้ายพี่สาวจึงยื่นข้อเสนอ นางจะยอมรับคำขอแต่งงานถ้าอีกฝ่ายยินยอมที่จะแต่งพวกนางทั้งคู่

ตัวนางในฐานะน้องสาวย่อมซาบซึ้งกับการกระทำของผู้เป็นพี่ แม้เซี่ยซือจงจะอยากปฏิเสธแต่ก็มิอาจทำใจทิ้งสตรีที่ตนรักได้ สุดท้ายจึงมีการแต่งงานเกิดขึ้น สตรีสองนางได้ขึ้นเกี้ยวแปดคนหามอย่างยิ่งใหญ่ สองเกี้ยว สองเรือนหอ คืนเข้าหอเขาไปห้องพี่สาวนางก็ทำใจไว้แล้ว แต่วันต่อๆ มาเขาก็ยังพักที่เรือนของพี่สาวนางก็ทำได้แค่รอคอยเท่านั้น จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปีจนพี่สาวตั้งครรภ์ หลิวมี่เอินได้แต่คาดหวังว่าช่วงที่พี่สาวมิอาจปรนนิบัติอีกฝ่ายได้ เขาคงนึกถึงนางบ้าง…ซึ่งมันเป็นการเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง เขายอมอดทนมากกว่าที่จะมาปลดปล่อยกับนาง! จากความซาบซึ้งในคราแรกจึงแปรเปลี่ยนเป็นความริษยา จนในที่สุดนางก็เลือกทางเดินที่มิอาจเปลี่ยนใจได้อีก

……………………………………………………………………………

ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะคำว่าริษยาคำเดียว

ผู้ชายไม่ได้รักก็ยังไปยัดเยียดตัวเองให้เขาทำไมก่อนนนน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...