โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากทฤษฎีวิวัฒนาการ ของชาร์ลส์ ดาร์วิน สู่แนวคิดทางจริยศาสตร์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 01 เม.ย. 2567 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2567 เวลา 02.10 น.

Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์

วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

www.facebook.com/bintokrit

จากทฤษฎีวิวัฒนาการ

ของชาร์ลส์ ดาร์วิน

สู่แนวคิดทางจริยศาสตร์

“ทฤษฎีวิวัฒนาการ” (Theory of Evolution) ของ “ชาร์ลส์ ดาร์วิน” (Charles Darwin) เป็นแนวคิดทางชีววิทยาที่ไม่ได้มีอิทธิพลต่อแนวคิดในแวดวงวิทยาศาสตร์เท่านั้น

แต่ยังส่งผลไปถึงทฤษฎีอื่นๆ ในสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์อีกหลายสาขาวิชาด้วย

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ “จริยศาสตร์” (Ethics) อันเป็นสาขาย่อยของ “ปรัชญา” (philosophy) อีกที เนื่องจากแนวคิดทางจริยศาสตร์นั้นจำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่อง “ศีลธรรม” (morality) ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ และมีลักษณะเป็นอย่างไร เพื่อเป็นรากฐานให้กับการตัดสินคุณค่าของการกระทำ หรือการวินิจฉัยความถูกผิดดีชั่วในพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์นั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วผู้คนในสังคมก็มักมีความเข้าใจไปโดยอัตโนมัติว่าศีลธรรมเป็นสิ่งที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว หาได้มีใครไปกำหนดขึ้น ถึงแม้จะมีความคิดความเชื่อทางศีลธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่ละสังคม และแต่ละยุคสมัยก็ตาม ทว่า มีน้อยคนมากที่จะคิดว่าศีลธรรมเหล่านี้ไม่ได้มีอยู่แต่เดิมในธรรมชาติ

การที่ผู้คนเคยชินกับการมองศีลธรรมแบบนี้ทำให้คิดว่าศีลธรรมเป็นเรื่องสัจธรรมที่จริงแท้แน่นอนและไม่มีวันแปรเปลี่ยน

รวมทั้งจินตนาการไม่ออกว่าศีลธรรมไปเกี่ยวพันกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ อย่างเช่น ทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้อย่างไร

หารู้ไม่ว่าคำอธิบายโลกธรรมชาติของดาร์วินได้ส่งผลกระทบต่อความเข้าใจในเรื่องศีลธรรมของมนุษย์ด้วย

ตามแนวคิดเรื่อง “การคัดสรรตามธรรมชาติ” (Natural Selection) ของทฤษฎีวิวัฒนาการมองว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะเกิดกระบวนการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมให้อยู่รอดต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการต่อสู้ดิ้นรนในการใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมต่างๆ ผู้ที่มีลักษณะเด่นอันสอดคล้องหรือเอื้อต่อการดำรงอยู่ในพื้นที่จะเป็นผู้ชนะและทำให้ผู้ที่มีลักษณะด้อยกว่าค่อยๆ ลดปริมาณจนกระทั่งกลุ่มของผู้ที่มีลักษณะด้อยนั้นหายไป และทำให้เกิดลักษณะของสายพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงหรือวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา

ยกตัวอย่างเช่น หากอาหารส่วนใหญ่ของยีราฟอยู่บนยอดไม้ที่สูงกว่าสิบเมตร ยีราฟที่คอยาวเกินกว่าสิบเมตรก็มีโอกาสเอื้อมไปถึงอาหารได้มากกว่ายีราฟที่มีคอสั้นกว่าสิบเมตร ทำให้ยีราฟที่คอยาวกว่ามีโอกาสรอดชีวิตมากกว่ายีราฟที่คอสั้น เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าจึงเหลือแต่ยีราฟที่คอยาวเกินกว่าสิบเมตร

นอกจากนั้น เมื่อถึงเวลาผสมพันธุ์ ยีราฟตัวผู้ที่มีคอยาวกว่าก็มีโอกาสได้ผสมพันธุ์กับยีราฟตัวเมียมากกว่าด้วย เพราะลักษณะที่เอื้อต่อการรอดชีวิตนี้ดึงดูดใจให้ตัวเมียเลือกตัวผู้ที่มีแนวโน้มในการหาอาหารได้มากกว่า

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้ยีราฟที่มีคอยาวสามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้มาก

ส่วนยีราฟคอสั้นขยายพันธุ์ได้น้อย ปริมาณของยีราฟคอสั้นก็ลดลง ส่วนยีราฟคอยาวก็เพิ่มขึ้น จนกระทั่งในที่สุดก็เหลือแต่ยีราฟคอยาว

คําอธิบายธรรมชาติแบบการคัดสรรตามธรรมชาตินี้เป็นจุดให้มีคนโต้แย้งอยู่เหมือนกันว่าหากแนวคิดนี้ถูกต้อง สิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็คงเอาแต่แก่งแย่งแข่งขันกันเพื่อความอยู่รอด

แล้วเหตุใดสิ่งมีชีวิตจำนวนมากถึงได้มีพฤติกรรมที่เสียสละ อุทิศตนให้ผู้อื่น หรือกระทั่งบางครั้งยอมพลีชีพเพื่อช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วย

เพราะการเสียสละตัวเองเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความพยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด

แต่ผู้ที่เชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการก็สามารถโต้แย้งได้ว่าเพราะลักษณะของการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือตัวอื่นเป็นการสร้างหลักประกันว่าสิ่งมีชีวิตจะมีโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้นเนื่องจากมีการเกาะกลุ่มพึ่งพาอาศัยกันนั่นเอง

ความอยู่รอดที่ว่านี้จึงไม่ใช่รอดเพียงแค่ตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น แต่คือปริมาณโดยภาพรวมที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีโอกาสรอดได้เป็นจำนวนมาก

คราวนี้เมื่อพิจารณาลงมาที่สังคมมนุษย์ในฐานะที่เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเช่นกัน ก็เห็นได้ว่าคนที่มีความเสียสละจะได้รับการยกย่องชื่นชมจากสังคมมากกว่าคนเห็นแก่ตัวเอง

และกลายเป็นทั้งสำนึกในใจของแต่ละคน ตลอดจนค่านิยมของสังคมที่ส่งเสริมให้ผู้คนคำนึงถึงคนอื่นอยู่เสมอ

ซึ่งถ้าหากมองเรื่องนี้ผ่านแว่นของทฤษฎีวิวัฒนาการก็จะเห็นว่าศีลธรรมไม่ใช่เรื่องดีงามที่มีอยู่ก่อนสิ่งมีชีวิต

หากแต่เป็นกลไกอย่างหนึ่งในจิตใจของสิ่งมีชีวิต ตลอดจนเป็นกลไกส่วนหนึ่งของการอยู่ร่วมกันทางสังคม เพื่อเพิ่มหลักประกันว่ามนุษย์มีโอกาสดำรงเผ่าพันธุ์สืบต่อไปได้

และเมื่ออาศัยคำอธิบายเช่นนี้ก็จะเห็นว่านอกจากลักษณะของความเสียสละเป็นแนวโน้มที่อยู่ในตัวมนุษย์เองแล้ว การเป็นคนเสียสละยังเป็นลักษณะเด่นที่เอื้อต่อการจับคู่อีกด้วย เพราะแม้การอุทิศตนเพื่อผู้อื่นจะดูเหมือนเสี่ยงต่อชีวิต ต่อการได้รับอันตราย หรือต่อการเสียผลประโยชน์มากกว่าผู้ที่คิดถึงแต่ตัวเอง

ทว่า ก็มีแนวโน้มที่จะได้จับคู่และสืบต่อเชื้อสายไปได้มากกว่าคนเห็นแก่ตัว

คําถามต่อมาก็คือ แล้วตกลงหลักการทางศีลธรรมต่างๆ รวมทั้งกฎเกณฑ์ทางสังคมทั้งหลาย เป็นเรื่องที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเอง หรือว่ามีอยู่แต่เดิมแล้วในธรรมชาติก่อนการเกิดขึ้นของมนุษย์

แน่นอนว่าหากคิดแบบทฤษฎีวิวัฒนาการ เรื่องศีลธรรมเป็นเรื่องที่สังคมมนุษย์กำหนดขึ้นร่วมกันเพื่อเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์และแพร่ขยายต่อไปนั่นเอง

แต่ว่าการกำหนดขึ้นนี้เป็นไปเองโดยธรรมชาติแบบแนบเนียนและไม่รู้ตัว ท้ายที่สุดแนวโน้มที่สิ่งมีชีวิตเล็งเห็นคล้ายๆ กันนี้จะพัฒนาต่อไปกลายเป็นข้อตกลงและกฎหมายที่เป็นรูปธรรมชัดเจน

สำหรับคำอธิบายว่าแล้วเหตุใดผู้คนจึงมักมีอารมณ์ขุ่นเคืองหรือไม่พอใจที่เห็นคนอื่นละเมิดข้อตกลงของสังคมหรือไปก่ออาชญากรรมทำร้ายคนอื่น นั่นก็เป็นเพราะว่าพฤติกรรมเช่นนั้นเป็นการคุกคามความปลอดภัยของคนอื่นๆ ที่เหลือด้วย มิใช่แต่เพียงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเท่านั้น

ซึ่งหากปล่อยให้มีผู้ที่มีพฤติการณ์เช่นนี้ต่อไปในที่สุดภัยก็ตกมาถึงคนอื่นๆ และเป็นอุปสรรคต่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์โดยรวม

ในขณะเดียวกันก็ทำให้มองได้ว่าหลักการทางศีลธรรมและค่านิยมทางศีลธรรมใดที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ก็มักได้รับการยอมรับในสังคม อันส่งผลให้หลักศีลธรรมนั้นคงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ต่างกับหลักศีลธรรมและค่านิยมทางศีลธรรมใดที่ไม่เอื้อต่อการขยายเผ่าพันธุ์ก็จะเสื่อมถอยจนกระทั่งหายไปในที่สุด

จะเห็นได้ว่าคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ซึ่งดูผิวเผินแล้วไม่น่าเกี่ยวพันกับแนวคิดทฤษฎีทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ได้เลย

แต่กลับส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อการมองโลกมองชีวิตเป็นอย่างยิ่ง

ทำให้เกิดมุมมองใหม่ในแบบที่เรียกว่าเป็นการปฏิวัติความรู้ความเข้าใจในทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยเฉพาะยิ่งในแนวคิดพื้นฐานทางปรัชญา จริยศาสตร์ ตลอดจนองค์ความรู้ในแขนงอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากทฤษฎีวิวัฒนาการ ของชาร์ลส์ ดาร์วิน สู่แนวคิดทางจริยศาสตร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...