สมรสเท่าเทียม “ไม่เท่ากับ” ได้สัญชาติ : เรื่องที่ควรรู้ของการแต่งงานกับชาวต่างชาติ และสมรสเท่าเทียมไม่ได้แถมสัญชาติไทยมาให้หลังจด
หลังจากวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการรับรองการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม โดยที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายแล้วนั้น แต่ประเด็นหนึ่งที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงอยู่นั้น คือการ “ไม่ได้รับสัญชาติโดยอัตโนมัติ” ของคู่สมรสที่ต่างสัญชาติ ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาคุยในหลายๆ วง วันนี้บางกอกไพรด์ขอมากางดูสักหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
หากจะดูสิทธิในการสมรสหลังจากแก้ไขกฎหมายนั้น ปัญหาหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาคุยทั้งในภาคประชาสังคมและภาครัฐ คือการให้สัญชาติแก่ชาวต่างชาติที่จดทะเบียนสมรสในคู่รักเพศเดียวกันนั้น ไม่ถูกรวมเข้าไปในประเด็นการจดทะเบียนสมรสด้วย เนื่องจากกฎหมายเรื่องการให้สัญชาติไม่ได้ถูกรวมในกฎหมายที่ใช้หลักอ้างอิงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีการแก้ไขไปก่อนหน้านี้
ประเด็นนี้นั้น ไต้หวันเองซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมนั้นเคยประสบปัญหาแบบเดียวกัน ซึ่งในช่วงแรก (2019) ไต้หวันอนุญาตให้ชาวต่างชาติในประเทศที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้วเท่านั้นดำเนินการจดทะเบียนสมรสคู่เพศเดียวกันได้ในไต้หวัน หลังจากนั้นในเดือนมกราคม 2023 ไต้หวันได้ขยายขอบเขตการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ โดยไม่ตำนึงถึงประเทศต้นกำเนิดของชาวต่างชาติแล้ว ยกเว้นสัญชาติจีนที่ยังไม่สามารถจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในไต้หวันได้
แต่ถึงแม้ว่าคุณจะจดทะเบียนที่ไต้หวัน คุณก็จะยังไม่สามารถได้รับสัญชาติไต้หวันได้เลยโดยอัตโนมัติ โดยต้องดำเนินการตามที่รัฐบาลไต้หวันกำหนด เช่น การอยู่ในไต้หวันต่อเนื่อง 3-5 ปี การแสดงความสามารถว่าจะใช้ชีวิตได้ เช่น การทำงานและรายได้ รวมไปถึงการละทิ้งสัญชาติเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าการจดทะเบียนสมรสที่นั่นจะไร้ค่าไปเลย เพราะยังสามารถเป็นเอกสารประกอบสำหรับการขอวีซ่าพำนักถาวรได้ด้วย
เช่นเดียวกับในไทยและอีกหลายประเทศที่มีการจดทะเบียนสมรส ที่หลายชาติต่างป้องกัน “การจดทะเบียนสมรสปลอม” โดยมีวัตถุประสงค์ในการได้สัญชาตินั้นๆ แบบง่ายดาย หลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส บราซิล หรือไทย ต่างต้องมีการพิสูจน์การพำนัก การมีงานทำ (หรือมีวีซ่าทำงาน) หรือแม้กระทั่งการที่คู่สมรสต้องเข้าสู่ระบบภาษี การสมรสเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ช่วยร่นระยะเวลาให้การได้สัญชาติง่ายขึ้นไปอีกก้าวเพียงเท่านั้นเอง
อย่างไรก็ดี จากประเด็นต่างๆ เหล่านี้ หลังจากที่มีการแก้ไขกฎหมายสมรสเท่าเทียม และมีผลบังคับใช้แล้ว ภาคประชาสังคมและภาครัฐก็กำลังถกเถียงถึงก้าวต่อไปของสมรสเท่าเทียมว่าจะต้องแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งใดๆ ที่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีการแก้ไขไป ซึ่งมีกรอบระยะเวลา 180 วันนับจากวันที่มีผลบังคับใช้ หรือไม่เกินวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป