โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คกก.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพฯ ออกมาตรการเขตพื้นที่การเฝ้าระวัง-ควบคุมโรคจาก “PM 2.5”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 11.51 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2568 เวลา 04.51 น.

คกก.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพฯ ออกมาตรการเขตพื้นที่การเฝ้าระวัง การป้องกัน และพื้นที่ที่ต้องมีการควบคุมโรคจาก "PM 2.5"

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2568

โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 28 มกราคม 2568 เห็นชอบเรื่องการกำหนดเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคหรืออาการที่เกิดจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 และพิจารณาปรับปรุง หรือกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อใช้ดำเนินการในเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง การป้องกัน ฯ ได้ตามความเหมาะสม ในการประชุมครั้งนี้ มีการปรับใช้มาตรการเพื่อดำเนินการในเขตพื้นที่

โดยกำหนดเขตพื้นที่เป็น 2 ระดับ ได้แก่

  • เขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวังและการป้องกันโรค คือ มีค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยใน 24 ชั่วโมง เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. แต่ไม่เกิน 75 มคก./ลบ.ม. จะมีมาตรการ

  • สนับสนุนหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง

  • จัดเตรียมพื้นที่หรือห้องปลอดฝุ่นในอาคารสถานที่ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน หรือศูนย์รองรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง

  • เขตพื้นที่ที่ต้องมีการควบคุมโรค คือ มีค่าฝุ่น PM2.5เฉลี่ยใน 24 ชั่วโมง เกิน 75 มคก./ลบ.ม. มีมาตรการ ได้แก่

  • สนับสนุนหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง และจัดเตรียมพื้นที่หรือห้องปลอดฝุ่นในอาคารสถานที่ ในเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวังและการป้องกันอย่างต่อเนื่อง

  • หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ พิจารณาปรับรูปแบบการ การทำงานแบบ Work from home เป็นลำดับแรก และงดกิจกรรมกลางแจ้งที่ต่อเนื่อง ส่วนภาคเอกชนให้พิจารณาปรับรูปแบบการดำเนินงานหรือวิธีการทำงานของหน่วยงานเพื่อดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว ตามสมควรแก่กรณี

  • หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด

  • ใช้กลไกและมาตรการทางกฎหมายตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ฯ โดยให้คณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ให้คำแนะนำแก่อธิบดีกรมควบคุมโรค เพื่อประกาศเขตพื้นที่ที่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง ฯ ซึ่งเป็นกรณีที่หากปล่อยไว้อาจเกิดหรือก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของประชาชนในเขตพื้นที่ เพื่อให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง การป้องกัน หรือการควบคุมโรคจากฝุ่น PM2.5 หรือกำหนดมาตรการอื่นใดที่เหมาะสมแก่สภาพของพื้นที่นั้นเป็นการเฉพาะ

พร้อมทั้งเห็นชอบมาตรการเพิ่มเติมสำหรับเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคหรืออาการที่เกิดจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ตาม พ.ร.บ. ฯ ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 การลดการสัมผัส ฝุ่น PM2.5 โดยผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดศูนย์รองรับการอพยพประชาชน (shelter) สำหรับกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงเข้าพักคอยจนกว่าสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อยู่ในภาวะปกติ

มาตรการที่ 2 การสื่อสารความเสี่ยง โดย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด แจ้งเตือนประชาชนเมื่อเข้าพื้นที่ฝุ่นเกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ผ่านช่องทางต่างๆ ผู้นำชุมชน/ผู้ใหญ่บ้าน สื่อสารความเสี่ยงผ่านเสียงตามสายทุกวัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ทำกิจกรรมเคาะประตูบ้าน (knock door) สื่อสารให้ความรู้แก่ประชาชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แจ้งเตือนผู้ป่วยโรคที่อาจมีอาการกำเริบจากการ สัมผัสฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคหลอดเลือดหัวใจให้ป้องกันตนเองจากการรับสัมผัสฝุ่น PM2.5

มาตรการที่ 3 การเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สุ่มเลือกพื้นที่เพื่อคัดกรองสุขภาพประชาชนเชิงรุกด้วยแบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์ และเก็บพิกัดบ้านของผู้ที่ได้รับการคัดกรอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน นำพิกัดจากผู้ที่เข้ารับบริการจากคลินิกมลพิษออนไลน์ไปดำเนินการคัดกรองสุขภาพประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงกับผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคหรืออาการจากฝุ่น PM2.5 ด้วยแบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์

มาตรการที่ 4 การเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรับ(เวชกรรมสิ่งแวดล้อม) ให้หน่วยบริการสุขภาพ คัดกรองผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคหรืออาการจากฝุ่น PM2.5 เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์วินิจฉัยโรค ที่แผนกต่อไปนี้ แผนกผู้ป่วยนอก (OPD) แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน (ER) แผนกหูคอจมูก แผนกตา แผนกอายุรกรรม แผนกกุมารเวชกรรม และ ลงรหัสโรค (ICD-10) ที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ร่วมกับรหัส Z58.1 ในระบบ HDC/DDS

มาตรการที่ 5 เจ้าบ้านหรือผู้ควบคุมดูแลบ้านผู้ควบคุมดูแลสถานศึกษา หรือผู้ควบคุมดูแลสถานที่อื่น ๆ ให้แจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่พบผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคหรืออาการจากฝุ่น PM2.5

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...