24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 ธันวาคม 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 ธันวาคม 2567
>> นายกรัฐมนตรี อวยพรปีใหม่ขอให้ประชาชนมีความสุข สดใส เบิกบาน เดินทางปลอดภัย
10.00 น. ณ บริเวณทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพรเทศกาลปีใหม่ให้กับประชาชนชาวไทยว่า ขอให้ทุกคนมีจิตใจที่สดใส และเบิกบาน พยายามมีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ ง่าย ๆ สมมุติว่า เรามีกระดาษหนึ่งแผ่น แล้วจิ้มจุดสีดำลงไป หากเรามองแต่จุดดำจุดนั้นจุดเดียว ก็จะกลายเป็นจุดที่ใหญ่มาก แต่ยังมีพื้นที่อีกตั้งเยอะที่เป็นเรื่องดีๆ จึงอยากให้ทุกคนมีพลังงานที่ดี ซึ่งปีหน้าได้ประกาศไปแล้วว่า จะเป็นปีแห่งโอกาส รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่
ขอให้ทุกคนสุภาพร่างกายแข็งแรง ไปไหนมาไหนขอให้เดินทางปลอดภัย และสนุกสนานให้เต็มที่ในช่วงวันหยุด และกลับมาทำงานต่ออย่างมีพลังกาย และพลังใจ
>> ผบช.สตม. ตรวจสนามบินเชียงใหม่ พร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยเที่ยวเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่
10.30 น. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สอท. ช่วยราชการ รอง ผบช.สตม. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง บริเวณช่องตรวจทั้งระบบ เพื่อดูสภาพปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีผู้โดยสารหนาแน่นมากๆ เน้นการอำนวยความสะดวกควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2568 คาดว่าจะเริ่มเดินทางกันในสัปดาห์นี้
พล.ต.ท.ภาณุมาศ กล่าวว่า เชียงใหม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักในภาคเหนือ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากคนไทยและต่างชาติ ที่รัฐบาลโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ อีกทั้งมีนโยบายที่ต้องการกระตุ้น โดยเน้นไปที่การท่องเที่ยว ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญ จากสถิติย้อนหลัง ปี66 พบว่ามีผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการประมาณ 2 ล้านคนเศษ ปีนี้67 พบว่ามีผู้มาใช้บริการแล้วถึง 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 25% โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศช่วง High season คือ ต.ค.-มี.ค. เฉลี่ยต่อวันสูงสุด 5,000 คน เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวสัญชาติที่เดินทางเข้ามามากสูงสุด 5 อันดับแรกคือ 1.เกาหลีใต้ 21,896 ราย 2.จีน 21,843 ราย 3.ไต้หวัน 8,561 ราย 4.มาเลเซีย 6,563 ราย และ5.ฮ่องกง 4,844 ราย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะใช้วิธีการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นลง เพื่อช่วยระบายความหนาแน่นของผู้โดยสาร สร้างความสะดวกรวดเร็วให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในช่วงเทศกาลสำคัญนี้
นาย นิตินัย สาสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษา สายปฏิบัติการและบำรุงรักษาท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้ามากถึง 5,000 คน ต่อวัน ซึ่งทางการท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้โดยสารขาเข้าไม่กังวล เนื่องจากจะทราบไฟลท์บินล่วงหน้า สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
>> ผู้การฯ จว.กาญจนบุรี สั่งเร่งขยายผลขบวนการค้าเฮโรอีนในพื้นที่
11.00 น. จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาญจนบุรี สนธิกำลังหลายหน่วยงาน ทำการจับกุม นายอนุชา อายุ 31 ปี เอเยนต์ค้าเฮโรอีนรายใหญ่ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี พร้อมของกลางเป็นเฮโรอีนจำนวน 8 แผ่น น้ำหนักรวม 2.8 กิโลกรัม ก่อนที่แม่ยายและภรรยาของ นายอนุชา จะพยายามติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอนำเงินสดจำนวน 2 ล้านบาทมาเคลียร์คดีแลกกับการปล่อยตัว นายอนุชา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนบอกให้แม่ยายพร้อมด้วยภรรยาของ นายอนุชา และเพื่อนของภรรยาอีก 1 คน เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะตลบหลังจับกุม ทั้ง 3 คน ในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าม่วงดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น
ล่าสุด พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้เดินทางลงพื้นที่ สภ.ท่าม่วง เพื่อร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรท่าม่วง พร้อมสั่งการให้เร่งขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการค้าเฮโรอีนของ นายอนุชา ที่คาดว่ายังมีอีกหลายรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายอนุชาและภรรยา รวมถึงของแม่ยายนายอนุชา ว่ามีความเกี่ยวข้องไปยังเพื่อนร่วมขบวนการรายใดบ้างต่อไป
พร้อมกันนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้กล่าวถึงกรณีที่ญาติของผู้ต้องหา พยายามนำเงินมาติดสินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ระบุว่า "ขอฝากไปถึงญาติของผู้ต้องหาทุกราย ที่ถูกจับกุมในคดียาเสพติดและพยายามจะนำเงินมาเคลียร์คดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตำรวจทุกนายไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนในจังหวัดกาญจนบุรี ไม่รับเงินเคลียร์คดีเด็ดขาด หากญาติของผู้ต้องหามีความพยายามจะนำเงินมาเคลียร์คดี เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องถูกจับกุมดำเนินคดีและกลายเป็นผู้ต้องหาไปด้วย"
>> ตร.ร่วมอัยการ ประชุมเร่งรัดคดี ทนายตั้ม นัดแรก ตั้งกรอบเวลาสรุปสำนวนภายใน 2 สัปดาห์
11.30 น. ที่ ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองปราบ พลตำรวจตรีสุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีของ ทนายตั้ม กรณียักยอกเงิน มาดามอ้อย ประชุมร่วมกับคณะทำงานฝ่ายอัยการ นำโดยนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เพื่อร่วมกันทำสำนวนคดีเป็นนัดแรก เนื่องจากมีการส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาและเล็งเห็นว่าพฤติการณ์ของทนายตั้ม เข้าข่ายเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ทำให้ต้องมีคณะทำงานของอัยการร่วมสอบสวน
นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่าจากการตรวจดูสำนวน พิจารณาพยานหลักฐานที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้สอบสวนไปแล้วทั้งหมดพบว่ามีความละเอียดเรียบร้อยดี แต่ในความเห็นของอัยการก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่จำเป็นต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้สำนวนเกิดความสมบูรณ์ รัดกุม และไม่เป็นช่องโหว่ให้ผู้ต้องหานำมาเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลได้ ซึ่งเบื้องต้นจะต้องมีการเรียก "มาดามอ้อย" และ "น้อย" เลขาคนสนิทของ "มาดามอ้อย" รวมถึงพยานบางส่วนมาสอบปากคำเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตามกระบวนการทำสำนวนทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จประมาณวันที่ 6 มกราคม ซึ่งเป็นช่วงขึ้นฝากขังผลัดที่ 6 ของผู้ต้องหา และสำนวนจะต้องถูกส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้สั่งคดีแต่เพียงผู้เดียว และสุดท้ายหากพบความผิดข้อหาอื่นๆ ก็จะต้องมีการแจ้งข้อหากับทนายตั้มและผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมในเรือนจำ
>> นายกฯ มอบนโยบาย กอ.รมน. ดูแลความมั่นคง ปราบยาเสพติด แก้ปัญหาน้ำท่วม - ฝุ่น PM2.5 ปราบอาชญากรรมออนไลน์ แก้หนี้นอกระบบ
13.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2567 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2568 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวขอบคุณข้าราชการส่วนหน้า ผู้นำองค์กร และภาคส่วนต่าง ๆ ในกรอบโครงสร้างของ กอ.รมน. ที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงในทุกรูปแบบ พร้อมมอบภารกิจสำคัญเพิ่มเติมให้ กอ.รมน. สำหรับปีงบประมาณ 2568 ดังนี้
ด้านความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ กอ.รมน. ภาค และจังหวัด ร่วมเป็นด่านหน้าหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติ และการป้องกัน เฝ้าระวังการลักลอบการตัดไม้ การเผาป่า เผาพื้นที่เกษตร ที่จะก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมไปถึงการเป็นหน่วยร่วมในการเฝ้าระวัง การลักลอบกำจัดหรือฝังกลบกากอุตสาหกรรมหรือของเสียอันตรายอย่างจริงจัง และ ด้านความมั่นคงทางสังคม มอบหมาย กอ.รมน. ให้ความสำคัญ ปัญหายาเสพติด, การป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์ต่างๆ และหนี้นอกระบบ
ปัญหาด้านความมั่นคงในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากกว่าเดิม ขอให้ กอ.รมน. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กร ให้ทันโลกและเปลี่ยนผ่านไปสู่ราชการที่ทันสมัย กำลังพลกะทัดรัดคล่องตัว ปรับตัวได้ง่าย สายการบังคับบัญชาต้องสั้นลง การทำงานต้องมีเป้าหมาย มีตัวชี้วัดผลที่ชัดเจนให้มากขึ้น บุคลากรที่มีความสามารถต้องได้รับความเจริญก้าวหน้า
>> มท.1 ลั่น กรณี อส.ยิงเด็กเสิร์ฟเสียชีวิต แค่ปลดไม่พอ เอาผิดให้ถึงที่สุด วอนอย่าเหมารวม กำชับนายอำเภอ ดูแลระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด
14.33 น. นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กองอาสารักษาดินแดน(อส.)ใช้อาวุธปืน ยิงในร้านข้าวต้ม หลังมีปากเสียงเจ้าของร้าน-เด็กเสิร์ฟ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตว่า เรื่องนี้แย่ น่าเสียใจ โดยอย่างแรกที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการคือปลดออกจากตำแหน่ง และดำเนินคดีอย่างเต็มที่กับผู้กระทำผิดครั้งนี้ กฎหมายระบุไว้ว่าหากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องมีสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ต้องดูแลประชาชน และเมื่อเป็นคนของรัฐและหากกระทำผิดต้องโทษทวีคูณ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนตัวตนนั้นมีความสนิทสนมกับ อส. แต่หาก อส. ทำตัวอันธพาลเช่นนี้ ก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ประชาชนจะได้เห็นว่าเราปกป้องคนกระทำผิด ส่วนเรื่องการพกอาวุธปืนนายอนุทินระบุว่าหากอส.อยู่ในหน้าที่ สามารถพกอาวุธได้เพราะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ แต่หากอยู่นอกเวลาราชการไม่มีสิทธิ์ที่จะพกอาวุธปืนและจะมีความผิดเพิ่มขึ้นมาเป็นอีกหลายกระทงเราจึงต้องเร่งดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่และคิดว่าหากแค่ปลดออกจากตำแหน่งคงง่ายไปต้องดำเนินการอย่างถึงที่สุด พร้อมย้ำว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองทำผิดไม่ได้
ส่วนกระแสข่าวที่ผ่านมามีเรื่องการกระทำความรุนแรงของ อส.นั้นนายอนุทินปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงเพราะที่ผ่านมา อส.เป็นผู้ถูกกระทำมากกว่า และขอว่าอย่าเอาข่าวเดียวมาตัดสิน อส.ทั้งหมด ซึ่งตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นก็ได้ประสานงานกับกองทัพบก เพื่อเพิ่มศักยภาพของ อส.ให้มีความใกล้ชิดกับประชาชน และสนิทสนมพูดคุยกับประชาชนมากขึ้น และมีศักยภาพในการป้องกันตัวเองเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
นายอนุทิน กล่าวต่อว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมี อส. ที่เกเรอยู่บ้างจากจำนวนทั้งหมด 30,000 คน แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องกำชับให้นายอำเภอนั้นไปดูแลในเรื่องของระเบียบวินัยของ อส.ต่อจากนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง คุณลุงวัย 62 ปีร่างกระเด็นดับในร่องน้ำข้างทาง
15.00 น. มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี (พ้งไล้36) ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะ ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนเส้นทางคลองบ้านดอนสว่าง ม.9 ต.หนองปลาหมอ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ มิตซูบิชิ สีเขียว สภาพเก่า จอดอยู่บนถนนในสภาพหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไปที่ร่องน้ำข้างทาง พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า สีดำ สภาพถูกชนเสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นายสมศักดิ์ อายุ 62 ปี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง ร่วมตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำส่งผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรหาสาเหตุที่ รพ.บ้านโป่ง
>> ปิดชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก เป็นเวลา 1 เดือน สกัดกั้นโรคอหิวาต์ระบาด
15.17 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลัง การประชุมสภากลาโหม ครั้งสุดท้ายประจำปี 2567 ถึงกรณีที่ปรากฏข่าวว่ามีการระบาดของโรคอหิวาตกโรค ในประเทศเมียนมา บริเวณใกล้กับชายแดนจังหวัดตากของประเทศไทย ได้มีการให้หน่วยทหารในพื้นที่ลงไปดูแลประชาชน รวมถึงตั้งจุดกักกันโรค หรือไม่ อย่างไร โดยกล่าวว่า
ขณะนี้ กระทรวงกลาโหม กองทัพ และกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกันดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ ด้วยการปิดกั้นบริเวณชายแดนอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ได้ทุกฝ่ายรับทราบ ถึงความอันตรายของอหิวาตกโรค มีการแจกถุงมือและหน้ากากอนามัย เพื่อรักษาความสะอาด และรักษาสุขอนามัยในการดำเนินการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใน 1 เดือนนี้ ได้ประกาศขอความร่วมมือว่าอาจต้องปิดชายแดนชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการระบาดของโรค
>> อุบัติเหตุแล้วเกิดเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ ภายในซอยเพชรเกษม 6 เสียหายวอดทั้งคัน
15.56 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ภายในซอยเพชรเกษม 6 ถนนเพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้ รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก อุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนทำให้น้ำมันเบนซินรั่วไหล ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เพศชาย อายุ 27 ปี มีอาการโดนไฟคลอกที่ขาทั้งสองข้าง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลตากสิน พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยธนบุรี
>> รถเก๋ง ขับพุ่งชนหน้าโรงเรียนดอนขวาง บาดเจ็บหลายราย และมีผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเด็กนักเรียน
16.00 น. หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตา นครราชสีมา รายงานเบื้องต้น บริเวณหน้าโรงเรียนดอนขวาง ต.หัวทะเล อ.เมือง นครราชสีมา เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งเข้าทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บาดเจ็บ กำลังปฏิบัติหนาที่ที่อำนวยการจราจรอยู่บริเวณหน้าโรงเรียน
พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยหลังเดินทางลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ จากการสอบถามพยานบอกว่า คนขับรถเก๋ง ขับมาจากทางแยกไฟแดงหัวทะเล มุ่งหน้าไปทางอำเภอเฉลิมพระเกียรติ มาด้วยความเร็ว ถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงโรงเรียนเลิกเรียน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกำลังปฏิบัติหน้าที่การจราจรอยู่ที่บริเวณหน้าโรงเรียน แล้วรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับพุ่งชนนายตำรวจจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่งรพ.อย่างเร่งด่วน และท่านได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลมหาราช
ส่วนรถเก๋งได้พุ่งชนเข้ากับกำแพงโรงเรียนจนรถพังเสียหาย พลิกตะแคงข้าง เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 11 ราย นำตัวทั้งหมดส่งโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เสียชีวิตต่อมา 2 ราย เป็นนักเรียน 1 และจนท.ตำรวจ 1 นาย เบื้องต้นได้รับรายงานจากโรงพยาบาลมหาราช คนขับรถเก๋งตรวจวัดแอลกอฮอล์ขึ้น 197%
>> กระบะชนขอบทาง บริเวณทางกลับรถใต้สะพาน ก่อนพุ่งลงแม่น้ำป่าสัก คนขับเสียชีวิตในซากรถ
18.45 น. รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยา ตรวจสอบอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งตกลงในแม่น้ำป่าสัก และผู้ขับขี่ยังติดอยู่ภายในยานพาหนะ บนถนนสายตึกส้ม - โคกมะลิ ช่วงทางใกล้รถใต้สะพานนครหลวง ฝั่งแยกตึกส้ม ในพื้นที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ ได้ลงค้นหาภายในแม่น้ำป่าสัก พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงดำเนินการนำร่างขึ้นฝั่ง และตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นายอานนท์ อายุ 38 ปี ภูมิลำเนาชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ จากนั้นได้ทำการลากรถยนต์ที่จมอยู่ใต้ขึ้นมาตรวจสอบ พบว่าเป็นรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ป้ายทะเบียน ชลบุรี สภาพหน้ารถมีร่องรอยการชนขอบทางสภาพพังเสียหาย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครหลวง
>> หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถเทรลเลอร์ เสียชีวิตทีท้ายรถ กลางถนนทางเข้า อบต.หนองปรือ
20.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนภายในซอย อบต.หนองปรือ ก่อนขึ้นสะพานคลองบางน้ำจืด ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน สุพรรณบุรี ลักษณะชนท้ายรถเทรลเลอร์ อีซูซุ ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 33 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี
>> หนุ่มเมียนมา ขี่รถจักรยานยนต์ชนขอบทางแล้วพลิกคว่ำ เสียชีวิตกลางถนนราชพฤกษ์
22.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนราชพฤกษ์ ใกล้เคียงซอยราชพฤกษ์ 26 ในพื้นที่เขตตลิ่งชัน กทม.
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ สีแดง - ดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนขอบทางแล้วพลิกคว่ำ ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 38 ปี สัญชาติเมียนมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน
>> รถบรรทุกชนขอบทางริมถนนศรีนครินทร์ มีผู้เสียชีวิต เป็นชายชาวกัมพูชา และบาดเจ็บหลายราย
22.30 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนขอบทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนศรีนครินทร์ ฝั่งขาเข้า ก่อนถึงสถานีรถไฟฟ้า ศรีกรีฑา เล็กน้อย
อาสา ม.ร่วมกตัญญู ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนขอบทางที่เกาะกลาง ห่างออกไปที่กลางถนน พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชาย อายุ 30 ปีชาวสัญชาติเมียนมา และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ทางอาสากู้ภัยให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนภายในชุมชน ซอยเพชรเกษม 114 เสียหายวอดหลายหลัง
22.03 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนแสงศิริ บ้านเลขที่ 14/43 ซอยเพชรเกษม 114 ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ปลูกติดกันจำนวนหลายหลัง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้านเลขที่ 14/43 ลุกลามบ้านเลขที่ 14/47 บ้านเลขที่ 130 เสียหายทั้งหมด จำนวน 3 หลังคาเรือน และลุกลามบ้านเลขที่ 14/8 เสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 55 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 44 ปี มีอาการสำลักควัน เนื่องจากเข้าไปช่วยทำการดับไฟในที่เกิดเหตุ อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม
และในขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ทำการตัดกระแสไฟฟ้าภายในชุมชน ส่งผลให้มีผู้ป่วยติดเตียงซึ่งเป็นผู้พิการทางสมองมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เป็นเพศชาย อายุประมาณ 15 ปี เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการช่วยเหลือโดยการใช้เครื่องช่วยหายใจจากรถพยาบาลช่วยปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุอาการปลอดภัย พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองแขม
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยเพชรเกษม 81 ประชาชนใช้น้ำทำการดับ เสียหายเพียงเล็กน้อย
เมื่อเวลา 00.43 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเพชรเกษม 81 ถนนเพชรเกษม แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก ยี่ห้อซูซูกิ ไม่ทราบรุ่น สีแดง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเพียงเล็กน้อย บริเวณหลังคารถ ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ชายวิกลจริต วางเพลิงจุดไฟเผา ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองแขม
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
00:57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหวขนาด 4.5 ลึก 10 กม. ประเทศเมียนมา ศูนย์ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 260 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> แผ่นดินไหว ที่พรมแดนระหว่างประเทศเมียนมา - ประเทศจีน
04.09 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.0 ความลึก 10 กม. บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศจีน ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 231 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย