โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตต้องสู้ ปี 2568 เราจะต้องพบกับอะไรบ้าง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 ม.ค. 2568 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 03.07 น.

10 ปีหลังนี้โลกเปลี่ยนเร็ว เทคโนโลยีก้าวหน้าจนตามไม่ทัน การแข่งขันรุนแรง

ทุกอาชีพถูกกระทบจนซวนเซ

การแข่งขันขยายข้ามเขตประเทศ ธุรกิจใหญ่หรือเล็กมีโอกาสล้มได้ทั้งสิ้น

การปรับตัวต้องมีอย่างต่อเนื่อง

ถ้าพลาดทั้งเจ้าของและลูกจ้างอาจต้องหางานใหม่

สิ่งที่จะพบและกระทบกับทุกคน คือ…

**1.การปรับอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำ

จบตามประกาศ**

สรุปว่าค่าจ้างขั้นต่ำ จะเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย คือเพิ่มในอัตราวันละ 7-55 บาท (เฉลี่ยร้อยละ 2.9) โดยมีอัตราสูงสุด คือ วันละ 400 บาท และอัตราต่ำสุด คือ วันละ 337 บาท ที่ว่าจะขึ้นวันละ 400 บาททั่วประเทศนั้นทำไม่ได้แล้วเพราะฝ่ายนายจ้างไม่ยอม เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ พวกเขาก็คิดว่าไม่สามารถแข่งขันได้ จุดนี้จึงกลายเป็นการประนีประนอม ที่ทางรัฐและฝ่ายนายทุนยอมรับ

ส่วนฝ่ายลูกจ้างจะรับได้หรือไม่ได้ ก็ต้องยอมรับ ถ้าไม่อยากทำต่อก็ลาออกไปได้ แต่สภาพเศรษฐกิจขณะนี้ใครมีงานก็ต้องกอดเอาไว้ให้แน่น เพราะโอกาสตกงานมีสูงมากเนื่องจากการล้มของบริษัททั้งใหญ่และเล็ก ไม่ใช่เฉพาะ SME แม้แต่บริษัทใหญ่ๆ ก็ยังต้องปิดตัวลง

ในทางการเมืองแล้วรัฐบาลคงไม่สามารถนำการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจำนวนเล็กน้อยนี้มาเป็นผลงานการเมืองคงต้องรอดูจนถึงปีสุดท้ายที่รัฐบาลอยู่ในตำแหน่งว่าสามารถขึ้นไปได้เท่าไร

2.การขึ้นภาษี VAT

แนวคิดการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากปัจจุบันที่จัดเก็บ 7% แนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษีสูงสุด 15% ก็คงเป็นเรื่องโยนก้อนหินถามทาง เพราะผู้คุมนโยบายก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเพิ่มภาษี VAT ให้มากขนาดนั้น

แม้การจัดเก็บที่ 7% ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

กัมพูชา อินโดนีเซีย และ สปป.ลาว จัดเก็บ VAT อยู่ที่ 10%

มาเลเซีย จัดเก็บ VAT Sale อยู่ที่ 10% และ Service อยู่ที่ 8%

ฟิลิปปินส์ จัดเก็บ VAT อยู่ที่ 12%

สิงคโปร์ จัดเก็บ VAT อยู่ที่ 9%

เมียนมา จัดเก็บ VAT อยู่ที่ 5%

และบรูไน ที่ไม่จัดเก็บภาษีเพราะรวย

การจัดเก็บภาษี VAT ของไทยเป็นรายได้หลักของประเทศจากรายงานของกระทรวงการคลัง พบว่า ในปีงบประมาณ 2567 ประเทศไทยจัดเก็บภาษีอยู่ที่ 9.47 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 9.13 แสนล้านบาท 10 ปีก่อน ประเทศไทยมีการจัดเก็บภาษี VAT อยู่ที่ 7.09 แสนล้านบาท และเมื่อคำนวณถึงการเติบโตในรายได้ด้านภาษี VAT ในช่วง 10 ปี พบว่า มีการขยายตัวสูงถึง 33%

โดยหากดูตัวเลขการเติบโตดังกล่าว จะพบว่า มีความเป็นไปได้ว่า รายได้ของ VAT ไทยจะทะลุที่ 1 ล้านล้านบาทต่อปีได้ไม่ยากนัก แต่การใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางต่างๆ ใช้เงินมากมาย ดังนั้น การเพิ่มภาษี VAT จึงเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดและได้เงินก้อนใหญ่ที่สุด กฎหมายเดิมเปิดช่องไว้ให้เก็บได้ถึง 10% แต่ปัจจุบันเก็บเพียงแค่ 7%

ดังนั้น ถ้าเพิ่มขึ้น 1% คือจาก 7% เป็น 8% ก็น่าจะเก็บภาษี VAT ได้มียอดถึง 1.08 ล้านล้านบาทต่อปี ถ้าเพิ่มขึ้น 2% คือเก็บที่ 9% ก็จะมีรายได้ 1.22 ล้านล้านบาทต่อปี

ถ้าประเมินผลกระทบทางการเมืองด้วยแล้วแม้รัฐจะอยากมีรายได้สูงขึ้นแต่คงไม่กล้าเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 10% ทันทีในปีแรก

แต่โอกาสที่จะเก็บในอัตรา 9% เท่ากับสิงคโปร์มีสูง เพราะจะทำให้มีรายได้เพิ่มอีก 200,000 ล้าน และรัฐบาลก็คงไม่อยากจะเพิ่มภาษีปีละ 1% ปีละครั้ง

ถ้าตัดสินใจได้แล้วในปี2568 น่าจะเป็น 9%

แต่รัฐบาลอาจมีวิธีการเก็บแบบมีรายละเอียด ไปยังสินค้านำเข้าต่างๆ ในทุกราคา และขณะเดียวกันก็อาจจะมีข้อยกเว้นหรือลดภาษีให้กับสินค้าบางชนิดที่ผลิตในประเทศ เช่น อาหารหรือยา หรือการบริการบางอย่าง

ความจำเป็นในปี 2568 มาถึงจุดที่เลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่ขึ้นภาษี VAT ก็จะหาเงินก้อนใหญ่มาสนับสนุนการใช้จ่ายทางภาครัฐไม่ได้ ส่วนภาษีรายได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ บริษัทที่มีกำไรก็มีน้อย บุคคลธรรมดาก็มีรายได้ที่จำกัด โอกาสที่เก็บเพิ่มก็มีน้อยมาก

ดังนั้น เราต้องชื้อสินค้าแพงขึ้นบ้าง

3.SME จะล้ม คนต้องเปลี่ยนอาชีพ

วิกฤตเศรษฐกิจคงขยายตัวออกไปอีกซึ่งเป็นไปทั้งระดับโลก ระดับภูมิภาคและในประเทศเรา ไม่ต้องพูดถึง SME ที่จะล้มระเนระนาดในปี 2568 และ 2569 การช่วยแก้ปัญหาหนี้สินเป็นทางออกที่รัฐพอช่วยได้บ้าง แต่ยังไม่เห็นรูปธรรม

ขณะนี้แม้แต่บริษัทใหญ่ๆ ก็ยังอยู่อย่างยากลำบาก ตัวอย่างบริษัทผลิตรถยนต์ ถ้าไม่รวมตัวกันตั้งป้อมสู้ก็ต้องปิดตัวเอง การผลิตสินค้าจำนวนมหาศาลทั้งชิ้นใหญ่ชิ้นเล็กตั้งแต่รถยนต์ไปยันเสื้อผ้า ได้มีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปช่วยจนกำลังการผลิตล้นเกินความต้องการ

ของเก่าที่ล้นสต๊อกก็ถูกเทออกมาขายไปตามประเทศที่ยากจนทั้งหลาย เมื่อสินค้าเก่าราคาถูกทะลักเข้ามา อุตสาหกรรมต่างๆ ภายในประเทศเล็กๆ ก็ล้มหายตายจากไปโดยฉับพลัน

ดังนั้น การตกงานของลูกจ้างอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

ความสามารถในการปรับตัวเพื่ออยู่รอด คือจะต้องออกจากความเคยชินเดิมที่อยู่ในอาชีพที่ทำมานับ 10 ปีเปลี่ยนไปทำอาชีพใหม่ถ้าทำไม่ได้ชีวิตจะยากลำบากมาก

อาชีพที่เคยกินเงินเดือนประจำแบบเก่าอาจจะไม่มีอีกแล้ว

แต่เมื่อคนจำนวนมากคิดเปลี่ยนแปลงมาค้าขายก็จะพบว่ามีคู่แข่งจำนวนมากที่มีอยู่แล้ว และเพิ่มขึ้นพร้อมกับตัวเองในช่วงเวลาเดียวกัน

การแข่งขันจึงหนักหน่วงมากขึ้นมันเป็นการแข่งขันตั้งแต่ระดับผู้ผลิตจนถึงผู้ขายปลีก

**4.ปัญหาการสร้างสมดุลจากแรงงานต่างด้าว

เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ**

เมื่อตำแหน่งงานลดลงคนต้องการงานเพิ่มขึ้นจะต้องมีการจำกัดอาชีพของคนต่างด้าวมากขึ้น

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการหางานทำไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ยิ่งถ้าจบปริญญาตรีและต้องการเงินเดือนที่เหมาะสม ต้องมีความสามารถพิเศษที่จะแย่งชิงตำแหน่งกับคนอื่นได้จึงจะมีโอกาสได้ทำงาน

ส่วนแรงงานระดับล่างนั้นปัจจุบันได้รับการชดเชยจากแรงงานต่างด้าวซึ่งเป็นชาวพม่า กัมพูชา และลาว ทำให้ทุกวันนี้ประเทศไทยจึงไม่อยู่ในสภาพที่ขาดแคลนแรงงานระดับล่าง และยังมีทะลักเข้ามาเรื่อยๆ เนื่องจากสงครามในพม่า

ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจของทั้งพม่า ลาว กัมพูชา ได้ส่งผลกระทบทั้ง 2 ด้าน เพราะประเทศเหล่านี้ก็คือลูกค้าของสินค้าไทยที่ส่งออกไปขายในประเทศรอบบ้านเราเมื่อกำลังซื้อของพวกเขาตก ยอดขายสินค้าของประเทศไทยก็ตกตามไปด้วย แถมยังโดนสินค้าจากประเทศจีนที่ราคาถูกเข้ามาตีตลาด

สภาพจริงที่เพิ่งเดินทางเข้าไปพบเห็นในประเทศเพื่อนบ้านปัจจุบันดูแล้วยังไม่ฟื้นง่ายๆ คนหนุ่มสาวต้องออกจากโรงเรียน และวิทยาลัย เพื่อหางานทำ

พวกเขาเองก็คาดหวังประเทศไทยเป็นที่พึ่งพิง ดังนั้น จึงคล้ายกับว่าประเทศไทยมีจังหวัดที่งอกเงยเพิ่มขึ้นมาจากทุกทิศ ทั้งตะวันออก ตะวันตก เหนือ อีสาน มีคนรวมกันหลายล้านครอบครัว

เงินทองของใช้ที่หาได้ก็นำส่งกลับไปให้ครอบครัวในประเทศต่างๆ ปัจจุบันมีระบบการส่งเงินและของแบบโพยก๊วนถึงหน้าบ้านของแต่ละครอบครัว เดี๋ยวนี้พัฒนาส่งของเป็นกระสอบ โดยมีรถมารับ กระสอบที่แพ็กเรียบร้อยแล้วจากเมืองไทยไปถึงหมู่บ้านในพม่า เพื่อให้พ่อแม่ญาติมิตรมีโอกาสใช้ชีวิตที่ดีขึ้น

ปัญหาค่าแรงและสวัสดิการคงต้องให้กันไปตามกฎหมาย แต่การเก็บภาษีจากรายได้ทุกชนิดของคนต่างชาติ ทั้งค่าจ้างและภาษีการค้าขนาดใหญ่และเล็ก ควรทำให้ทั่วถึงไม่ให้เกิดส่วย

มีหลายอาชีพที่รัฐจะต้องคิดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น เช่น เจ้าหน้าที่ รปภ. อาชีพที่ต้องขับรถ การเกิดคดี การตามหาผู้รับผิดชอบ อาชีพที่ใช้ความรู้และภาษาไทย

ควรจะปรับปรุงรายการอาชีพที่ต้องสงวนอะไรไว้ให้คนไทย?

การค้าขายของคนต่างชาติจะ มีข้อจำกัดอย่างไร?

การมีชีวิตอยู่วันนี้ แม้ดูไม่มั่นคงแต่เราก็ต้องอยู่ ทำความเคยชินกับมันเหมือนกับเรานั่งรถโดยสาร เราไม่ใช่คนขับ แม้ต่างคนจะมีจุดหมายของตัวเอง

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชีวิตต้องสู้ ปี 2568 เราจะต้องพบกับอะไรบ้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...