โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

รีวิวทริปพิชิตบันไดที่ “ศาลเจ้าอาตาโกะ” แห่งโตเกียว ใครอยากก้าวหน้าหรือเลื่อนขั้นห้ามพลาด!

conomi

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

“ความก้าวหน้า” หรือ “การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง” ในหน้าที่การงานหรือในด้านต่าง ๆ นอกเหนือไปจากความเพียรพยายามของบุคคลผู้นั้นแล้ว “การพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์” หรือ “การเสริมดวงเสริมโชค” ก็ถือเป็นหนึ่งในการสร้างพลังกายพลังใจที่จะขาดไปไม่ได้ ในวันนี้เราจะมาพาทุกคนไปขอพรยังศาลเจ้าที่เชื่อกันว่าถ้าใครอยากที่จะก้าวหน้าหรือได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งต้องไม่พลาดที่จะไปกัน คือ “ศาลเจ้าอาตาโกะ” (Atago Jinja = 愛宕神社) ศาลเจ้าในศาสนาชินโต ซึ่งตั้งอยู่ในเขตมินาโตะ กรุงโตเกียว อยู่ไม่ไกลจากแลนด์มาร์คชื่อดังของโตเกียวอย่างโตเกียวทาวเวอร์ และย่านชิมบาชิ (Shimbashi = 新橋) และย่านธุรกิจโทราโนะมง (Toranomon = 虎ノ門) ค่ะ

ด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้า (เครดิตภาพ : XROSSX)

ศาลเจ้าอาตาโกะแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนภูเขาอาตาโกะ (Atagoyama = 愛宕山) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นภูเขาตามธรรมชาติที่มีระดับความสูง 25.7 เมตรหรือเท่ากับระดับความสูงของตึกประมาณชั้น 8-9 โดยภูเขาอาตาโกะมีความสูงที่สุดในบรรดาภูเขาตามธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใน 23 เขตของกรุงโตเกียว แต่ถ้าไม่จำกัดความสูงของภูเขาตามธรรมชาติว่าต้องตั้งอยู่ใน 23 เขตโตเกียวแล้วล่ะก็ ภูเขาคุโมโทริ (Kumotori Yama หรือ Kumotori San = 雲取山) จะถือว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโตเกียว เนื่องจากมีความสูงถึง 2,017.13 เมตร แต่ก็อาจจะมีบางคนสงสัยว่าแล้วภูเขาฮาโกเน่ (Hakonesan = 箱根山) ในสวนสาธารณะโทยาม่า (Toyama Kouen = 戸山公園) ที่เขตชินจูกุ ดูเหมือนจะมีความสูงมากกว่าภูเขาอาตาโกะนี้ไม่ใช่หรือ? คำตอบ คือ ถูกต้องค่ะ!! ภูเขาฮาโกเน่มีความสูงมากกว่าภูเขาอาตาโกะ โดยมีความสูงที่ 44.6 เมตร แต่ทว่าภูเขาฮาโกเน่ไม่ได้เป็นภูเขาตามธรรมชาติ แต่จัดว่าเป็น“ภูเขาที่มนุษย์สร้างขึ้น” ดังนั้นตำแหน่งภูเขาตามธรรมชาติที่สูงที่สุดใน 23 เขตโตเกียวจึงตกเป็นของภูเขาอาตาโกะไปโดยปริยายค่ะ

ภูเขาคุโมโทริเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโตเกียวโดยมีความสูงถึง 2,017.13 เมตร
ทางเดินขึ้นภูเขาฮาโกเน่ในสวนสาธารณะโทยาม่า

ศาลเจ้าอาตาโกะถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งของโชกุนโทกูงาวะ อิเอยาสุ?

โชกุนโทกูงาวะ อิเอยาสุ โชกุนลำดับที่ 1 แห่งตระกูลโทกูงาวะ (ค.ศ. 1543 – ค.ศ. 1616)

ในส่วนของประวัติของศาลเจ้าอาตาโกะ แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1603 ตามคำสั่งของโชกุน โทกูงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu = 徳川家康) (โชกุนลำดับที่ 1 จากตระกูลโทกูงาวะ) เพื่อเป็นศาลเจ้าไว้คอยช่วยปกป้องรักษาคุ้มครองนครเอโดะ (ซึ่งต่อมาก็คือกรุงโตเกียวในปัจจุบัน) เพื่อให้รอดพ้นจากอัคคีภัย และแคล้วคลาดจากภัยธรรมชาติต่าง ๆ เนื่องจากในสมัยนั้นบริเวณนี้เป็นที่แห้งแล้ง เกิดไฟไหม้บ่อยครั้ง รวมถึงศาลเจ้าแห่งนี้ยังใช้เป็นหอสังเกตการณ์เวลาที่เกิดอัคคีภัยขึ้นในนครเอโดะอีกด้วย เนื่องจากตั้งอยู่บนภูเขาสูง จึงทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของนครเอโดะได้อย่างไม่มีอะไรมาบดบัง และยังมีบันทึกกล่าวไว้ว่าในสมัยก่อนในวันที่อากาศดีปลอดโปร่ง สามารถที่จะมองเห็นได้ไกลไปจนถึงคาบสมุทรโบโซ ในจังหวัดชิบะ ซึ่งเป็นคาบสมุทรที่ยื่นออกไปในมหาสมุทรแปซิฟิกได้นอกจากนี้ศาลเจ้าอาตาโกะแห่งนี้ยังเคยถูกใช้เป็นที่ตั้งเสาสัญญาณส่งคลื่นวิทยุครั้งแรกของญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1925 (ปีไทโชที่ 14) อีกด้วย

“บันไดหินแห่งความสำเร็จ” ไฮไลต์สำคัญของศาลเจ้าอาตาโกะ

ไฮไลต์ของศาลเจ้าอาตาโกะแห่งนี้คือ “โอโตโกะซากะ” (Otokozaka = 男坂) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ “บันไดหินแห่งความสำเร็จ” (Shusse no Ishida = 出生の石段) ภาษาอังกฤษคือ “Success Steps” ซึ่งมีทั้งหมด 86 ขั้นด้วยกัน และมีความชันค่อนข้างมากถึง 45 องศา

บันไดหินแห่งความสำเร็จรอให้ทุกคนพิชิตอยู่ด้านหน้า

ที่มาของบันไดหินแห่งความสำเร็จนี้มาจากที่ว่า ในวันหนึ่งขณะที่โชกุนโทกูงาวะ อิเอะมิซึ (Tokugawa Iemitsu = 徳川 家光) (โชกุนลำดับที่ 3 จากตระกูลโทกูงาวะ) ได้เดินทางผ่านที่ศาลเจ้าอาตาโกะแห่งนี้ โดยหลังจากที่ได้เดินทางไปสักการะไหว้ยังวัดโซโจจิ (Zojoji = 増上寺) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงไม่ห่างจากศาลเจ้าอาตาโกะ ในตอนนั้นก็เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกบ๊วยบนยอดเขาอาตาโกะบริเวณศาลเจ้าได้บานสะพรั่งอย่างสวยงามพอดี

โชกุนโทกูงาวะ อิเอมิซึ เมื่อเห็นดังนั้นก็รู้สึกอยากได้ดอกบ๊วยมาครอบครอง จึงได้ออกคำสั่งอย่างทันทีว่า “ใครก็ได้รีบขี่ม้าขึ้นไปเด็ดดอกบ๊วยนั้นมาซะ!” แต่เนื่องจากบันไดหินของภูเขาอาตาโกะมีความสูงชันเป็นอย่างมากผู้คนก็ต่างพากันคิดว่า “แค่คิดจะปีนขึ้น – ลงยังคิดหนัก แล้วจะให้ขี่ม้าขึ้นไปยิ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปแทบไม่ได้เลย ถ้าตกลงมาโชคช่วยก็อาจจะแค่บาดเจ็บ แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้…”

ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าเสนอตัวขึ้นไปเด็ดดอกบ๊วยดังกล่าว เมื่อโชกุนโทกูงาวะ อิเอมิซึเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจและเริ่มเกิดอาการเกรี้ยวกราด ทว่าทันใดนั้นเอง ก็มีซามูไรคนหนึ่งขี่ม้าปีนขึ้นบันไดหินชัน 45 องศานี้ไปเด็ดดอกบ๊วยซึ่งตั้งอยู่ข้างบนภายในศาลเจ้าอาตาโกะลงมาให้แก่โชกุนโทกูงาวะ อิเอมิซึ

ชายผู้นั้นมีชื่อว่า มากะคิ เฮย์คุโระ (Magaki Heikuro = 曲垣平九郎) ซึ่งต่อมาได้รับการชื่นชมยกย่องจากโชกุนโทกูงาวะ อิเอมิซึ ว่าเป็น “ผู้มีฝีมือในการขี่ม้าเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่น” ซึ่งชื่อเสียงดังกล่าวก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่นครเอโดะแต่ยังแพร่กระจายไปทั่วประเทศในเวลาต่อมาอีกด้วย ดังนั้นจึงได้มีผู้คนต่างเชื่อกันว่าถ้าสามารถพิชิตบันไดหินแห่งนี้ได้ก็จะประสบความสำเร็จ เกิดความก้าวหน้ารวมไปถึงได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง จึงทำให้มีผู้คนนิยมเดินทางมาสักการะบูชาพร้อมทั้งพิชิตปีนบันไดหินแห่งนี้จากทั่วทุกแห่งจวบจนมาถึงปัจจุบัน

ทางขึ้นบันไดซึ่งชันมากๆ (เครดิตภาพ : XROSSX)

ทางด้านขวาของบันไดหินแห่งความสำเร็จนี้ ยังมีบันได “อนนะซากะ” ( Onnazaka = 女坂) หรือ “บันไดสุภาพสตรี” ซึ่งมีความชันน้อยกว่าและเดินง่ายกว่า ถ้าใครไม่ถนัดบันไดหินแห่งความสำเร็จก็สามารถเลือกที่จะใช้บันไดสุภาพสตรีนี้แทนได้นะคะ

ทั้งนี้ตัวผู้เขียนก็แนะนำว่าตอนขาขึ้นให้ปีนขึ้นทางบันไดหินแห่งความสำเร็จ เพื่อให้สิ่งที่เราขอเป็นจริง และพอขากลับก็ให้เปลี่ยนมาใช้บันไดสุภาพสตรีนี้เพื่อไม่ให้คำขอกลับลงมาพร้อมเรา รวมถึงยังได้บรรยากาศตอนลงที่ต่างออกไปอีกด้วยค่ะ แต่ถ้าใครไม่สามารถปีนขึ้นบันไดหินทั้ง 2 แบบนี้ได้ บริเวณด้านข้างของศาลเจ้าก็มีลิฟท์ไว้ให้ใช้บริการเช่นกัน แต่มาถึงทั้งทีก็เชื่อว่าใครๆ ก็คงอยากลองปีนพิชิตบันไดกันถูกต้องไหมคะ? พยายามเข้าค่ะ!!

ถ้าใครไม่ถนัด สามารถเลือกไปเดินขึ้นบันไดด้านขวาแทนได้ (เครดิตภาพ : XROSSX)

อย่าลืมโค้งก่อนและหลังเข้าไปยังศาลเจ้านะ!!

ส่วนใหญ่แล้วทุกคนจะรู้กันว่าหลังจากที่เดินผ่านเสาโทริอิสีแดงมาแล้ว ก็จะพบกับจุดล้างมือมังกร แต่หลายคนทราบไหมคะว่ามีอีก 2 สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมก่อนที่จะเดินเข้าไปล้างมือ คือ

  • ต้องโค้งตอนเข้าและออกจากศาลเจ้าเสมอ
  • ต้องเดินชิดริมขอบด้านข้างอย่าเดินตรงกลางของทางเข้าศาลเจ้า

โดยเวลาก่อนที่เราจะเดินเข้าไปในศาลเจ้า เราควรที่จะโค้งทำความเคารพบริเวณหน้าเสาโทริอิสีแดง 1 ครั้ง และเดินชิดขอบด้านข้าง ไม่ควรเดินตรงกลางขอบทางเข้าศาลเจ้าเนื่องจากบริเวณทางเดินตรงกลางจะเป็นทางเดินที่เทพเจ้าจะใช้เดิน และเมื่อไหว้ขอพรเสร็จแล้ว ขากลับหลังจากที่เดินลงบันไดแล้วลอดผ่านเสาโทริอิสีแดง อย่าลืมที่จะหันกลับมาทำการโค้งคำนับ 1 ครั้งด้วยนะคะ!

โค้งแสดงความเคารพตอนเข้าแล้วอย่าลืมทำตอนขาออกด้วย (เครดิตภาพ : XROSSX)
ควรล้างมือชำระล้างจิตใจก่อนเข้าไปไหว้ยังอาคารหลักของศาลเจ้า (เครดิตภาพ : XROSSX)

เมื่อพิชิตบันไดสำเร็จแล้วภายในศาลเจ้าก็ยังมีอีกหลายจุดที่น่าสนใจอยู่!!

เมื่อเราเดินขึ้นพิชิตบันไดหินสำเร็จมาถึงยังด้านบนแล้ว เราจะเจอกับอาคารหลักของศาลเจ้า ก็ให้ทำการไหว้ยังบริเวณอาคารหลักแห่งนี้ก่อน โดยวิธีการไหว้ที่ถูกต้องคือ โยนเงินใส่กล่องบริจาคแล้วค่อยทำการ “ปรบมือ 2 ครั้ง – โค้ง 2 ครั้ง – อธิษฐาน – โค้ง 1 ครั้ง” หรือจำง่าย ๆ ว่า “2-2-1” ตามแบบฉบับคนญี่ปุ่นก็ได้นะคะ

อาคารหลักของศาลเจ้าที่ต้องมาต่อแถวขอพรกัน (เครดิตภาพ : XROSSX)

ทั้งนี้ ก่อนที่จะถึงบริเวณขอพรหรือบริเวณกล่องใส่เงินบริจาค ทางด้านซ้ายจะมี “หินโชคดี” ตั้งไว้อยู่ค่ะ โดยเชื่อกันว่าเมื่อลูกคลำหินนี้แล้วจะมีโชคดีเกิดขึ้นกับตัวเรา เพราะฉะนั้นอย่าลืมลูบหินในบริเวณนี้กัน

หินโชคดีลูบเยอะๆ จะได้มีโชคดีเกิดขึ้น (เครดิตภาพ : XROSSX)

ในส่วนของการบริจาคเงิน ถ้าใครรู้สึกว่าไม่มีเงินเยนญี่ปุ่นเพื่อโยนใส่กล่องบริจาค ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป ทางศาลเจ้าอาตาโกะแห่งนี้ได้มีการวางกล่องบริจาคเพื่อรับเงินสกุลต่างประเทศเอาไว้โดยเฉพาะอีกด้วยค่ะ!! (ทางศาลเจ้าปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้ดีเป็นอย่างมากเลย)

ทางศาลเจ้ามีกล่องบริจาครับเงินสกุลต่างประเทศโดยเฉพาะด้วย (เครดิตภาพ : XROSSX)

ในส่วนของเทพเจ้าหลักของศาลเจ้าอาตาโกะ คือเทพโฮมูสุบิ โนะ มิโกโตะ (Homusubi No Mikoto = 火産霊命) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งไฟ นอกจากผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับไฟ เช่น นักดับเพลิง จะต่างพากันนับถือแล้ว ผู้ที่ทำงานในสาขาเกี่ยวกับด้านคอมพิวเตอร์ ค้าขาย ก็นิยมมาสักการะกราบไหว้บูชายังศาลเจ้าอาตาโกะนี้เช่นกัน

นอกจากนั้นแล้วภายในตัวศาลเจ้าย่อยยังเป็นมี เทพแห่งน้ำ (Mizuhanome No Mikoto = 罔象女命) และ เทพแห่งภูเขา (Ooyamazumi No Mikoto = 大山祇命) และ เทพเจ้าแห่งกองทัพ (Yamato Takeru No Mikoto = 日本武尊) อีกด้วย

การขอพรเรื่องให้ได้งานหรืองานก้าวหน้าเป็นสิ่งที่คนนิยมมาขอกัน (เครดิตภาพ : XROSSX)
ต้นบ๊วยของท่านโชกุนที่ยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ (เครดิตภาพ : XROSSX)
น้องเหมียวเจ้าถิ่นประจำศาลเจ้ามักจะออกมาโชว์ตัวให้ผู้คนได้พบเห็นกันอยู่บ่อยๆ (เครดิตภาพ : XROSSX)

หลังจากที่ไหว้พระขอพรเสร็จแล้วถ้าใครอยากซื้อเครื่องราง เสี่ยงเซียมซีหรือเขียนแผ่นคำอธิษฐานก็สามารถทำได้ แต่ไฮไลต์ที่แนะนำคือ “การให้อาหารปลาคราฟ” ในบริเวณบ่อนำของศาลเจ้า ซึ่งอาหารปลาสามารถซื้อได้จากซุ้มขายเครื่องรางค่ะ

สามารถเขียนคำอธิษฐานแล้วมาฝากไว้กับศาลเจ้าได้ (เครดิตภาพ : XROSSX)
อาหารปลาคราฟกล่องละ 100 เยน (เครดิตภาพ : XROSSX)
สามารถให้อาหารปลาคราฟกันได้ตรงบ่อน้ำด้านหน้า (เครดิตภาพ : XROSSX)

ถ้ามีเวลาอย่าลืมแวะลองน้ำแข็งใสแก้ชง!

ในบริเวณพื้นที่ของศาลเจ้ายังมี “คาเฟ่ยามาโนะอุเอโนะจายะ” (Yama No Ue No Chaya = 山の上の茶屋) ให้บริการทั้งนั่งสั่งอาหารในร้านและซื้อทานนั่งบริเวณเก้าอี้ด้านนอก โดยภายในร้านยังมีซุ้มจำหน่ายขายสินค้า เช่น ใบชา พริกป่น น้ำผลไม้กล่อง เป็นต้นอีกด้วย ทั้งนี้ เมนูแนะนำที่จำหน่ายขายไม่เหมือนศาลเจ้าอื่น ๆ คือ “ยะคุโยเคะโคริ” (Yakuyoke Kori = 厄除け氷) หรือ “น้ำแข็งใสแก้ชง” ซึ่งใช้บ๊วยที่ปลูกในบริเวณศาลเจ้ามาทำเป็นไซรัปรสบ๊วยค่ะ รสหวานอมเปรี้ยวของบ๊วยกินในอากาศร้อน ช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้เป็นอย่างดี

ผู้คนต่างต่อแถวเพื่อซื้อน้ำแข็งใสแก้ชงกัน (เครดิตภาพ : XROSSX)
น้ำแข็งใสแก้ชงราคา 540 เยน ถ้ากินในร้านราคา 550 เยน (เครดิตภาพ : XROSSX)
บรรยากาศภายในค่าเฟ่ วิวสวยเขียวมองสบายตา (เครดิตภาพ : XROSSX)
(ตัวอย่าง) เมนูอาหารข้าวราดแกงกะหรี่ผักตามฤดูกาล (เครดิตภาพ : XROSSX)
ซุ้มขายสินค้าต่างๆ ภายในคาเฟ่ (เครดิตภาพ : XROSSX)

ร้านคาเฟ่ยามาโนะอุเอโนะจายะ

ที่อยู่ 1 Chome-5-2, Atago, Minato Ward, Tokyo 105-0002, Japan วัน-เวลาทำการ 11:00 น.-16:00 น. (ปิดทุกวันพฤหัสบดี) ช่วงราคา 350 เยน-1,700 เยน (ยังไม่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) การเดินทาง จากสถานี Kamiyacho สายรถไฟใต้ดิน Hibiya เดิน 5 นาที

ศาลเจ้าที่ยังคงโครงสร้างแบบเดิมมาโดยตลอด

แม้ว่าศาลเจ้าอาตาโกะแห่งนี้จะถูกทำลายหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นการโดนไฟเผาไหม้เสียหายในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่นครเอโดะ ปี ค.ศ. 1657 หรือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต ปี ค.ศ. 1923 ก็ตาม แต่ศาลเจ้าก็ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่เสมอ โดยอาคารปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1958 แม้จะเป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แต่ตัวศาลเจ้าก็ยังคงโครงสร้างในรูปแบบเดิมเอาไว้ ในส่วนงานเทศกาลสำคัญของทางศาลเจ้า “งานเทศกาลบันไดหินแห่งความสำเร็จ” จะถูกจัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี ในช่วงเดือนกันยายน โดยจะมีการแบกแห่ซุ้มศาลเจ้าโอมิโกชิ (Omikoshi = 御神輿) ขึ้นลงบันไดหินแห่งความสำเร็จนี้ เป็นหนึ่งในงานอีเว้นท์ที่น่าสนใจไม่ควรพลาด ถ้าใครมีโอกาสลองไปดูนะคะ!!

ขากลับจะเลือกกลับทางบันไดหินแห่งความสำเร็จ (เครดิตภาพ : XROSSX)
หรือจะเลือกบันไดสุภาพสตรีก็สามารถทำได้ (เครดิตภาพ : XROSSX)

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? กับศาลเจ้าที่มาแนะนำกันให้รู้จักกันในวันนี้ ความก้าวหน้า ความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือในเรื่องต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนปรารถนาให้มีเกิดขึ้น แต่ถ้าบางครั้งเราลองพยายามสุดความสามารถแล้วยังไม่ได้ผลตามที่ใจต้องการ บางทีเราก็อาจจะต้องมูเพื่อเพิ่มดวงเสริมโชคกันบ้างดู เพราะอาจจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นก็เป็นไปได้ ดังนั้นถ้าใครมีเวลานอกเหนือจากการไปเที่ยวยังโตเกียวทาวเวอร์สถานที่ท่องเที่ยวที่จะพลาดไปไม่ได้ของโตเกียวแล้ว ก็แนะนำให้ลองไปไหว้พระขอพรและลองวัดกำลังขาของตน ด้วยการลองพิชิตปีนขั้นบันไดหินแห่งความสำเร็จนี้กันดู ก็ขออวยพรให้ทุกคนโชคดีประสบความสำเร็จก้าวหน้ากันทุกคนค่ะ!

ศาลเจ้าอาตาโกะ

ที่อยู่ 1 Chome-5-3, Atago, Minato Ward, Tokyo 105-0002, Japan วัน-เวลาทำการ 09.00 น. – 16.00 น. การเดินทาง จากสถานี Kamiyacho สายรถไฟใต้ดิน Hibiya เดิน 5 นาที

สรุปเนื้อหาจาก : atago-jinja

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...