โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาร์ทฟินน์ แพลตฟอร์มจับคู่ขายฝากอสังหาฯ จับมือ SME D Bank ยกระดับองค์กร เตรียมความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 ม.ค. 2568 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2568 เวลา 07.25 น.

สมาร์ทฟินน์ แพลตฟอร์มจับคู่ขายฝากอสังหาฯ ย้ำความน่าเชื่อถือองค์กร ผนึก SME D Bank โดยกองทุนร่วมลงทุนในกิจการ SMEs (กองทุนย่อยกองที่ 1) ประสานพลัง “ร่วมทุน” เตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ดร.ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า สมาร์ทฟินน์ ขึ้นแท่น Matching Platform อันดับ 1 ที่ได้มาตรฐานรายแรกของประเทศไทย โดยเน้นการจับคู่ระหว่างผู้รับซื้อฝากใจดีจากทั่วประเทศแบบถูกต้องตามกฎหมาย กับกลุ่มผู้ที่ต้องการเงินทุนหรือผู้ขายฝาก

โดยมีโฉนด น.ส.4 หรือ หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการทำสัญญาขายฝาก พร้อมรับเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 9% ต่อปี และมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาในการทำธุรกรรม เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุดภายใต้มาตรฐานที่เป็นธรรม ถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัย

ในภาวะที่เศรษฐกิจทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย ธุรกิจ SMEs จำนวนมากต้องดิ้นรนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องหรือต่อยอดการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า แต่ด้วยเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร และข้อจำกัดในกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SMEs จำนวนหนึ่งที่ไม่ได้รับการพิจารณาสินเชื่อ และต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงถึง 24-36% ต่อปี ในขณะที่อัตรากำไรเฉลี่ยของธุรกิจ SMEs อยู่ในระดับ 10-15% เท่านั้น

สมาร์ทฟินน์มองเห็นถึงปัญหาและมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ SMEs ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มการจับคู่ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้มีโฉนดที่ดิน หรือ กรรมสิทธิ์ห้องชุดสามารถใช้ทรัพย์สินของตนเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุน

แพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง “ผู้รับซื้อฝากใจดี” และ“ผู้ขายฝาก” โดยใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีการประเมินราคากับบริษัทเอกชนที่อยู่ในการกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อกำหนดวงเงินที่เหมาะสมกับคุณภาพของสินทรัพย์ สร้างความเป็นธรรม และช่วยป้องกันการถูกกดราคา

โดยผู้ขายฝากสามารถทำธุรกรรมได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเตรียมเอกสารจำนวนมากเพราะไม่เช็กเครดิตบูโร และประวัติการเดินบัญชี โดยตลอดอายุสัญญาผู้ขายฝากสามารถทำประโยชน์บนทรัพย์ขายฝากได้ตามปกติ เช่น พักอาศัย ปล่อยเช่า ทำธุรกิจ ทำการเกษตร เป็นต้น และสามารถแจ้งไถ่ถอนสินทรัพย์ได้ตลอดเวลา โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้การดูแลและอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน

ด้านผู้รับซื้อฝากใจดี ก็สามารถเข้าถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพและรับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากทั้งผู้รับซื้อฝากและกลุ่มบรรดาเจ้าของธุรกิจเป็นอย่างดีมาตลอดระยะเวลามากกว่า 8 ปี สามารถปิดดีลมูลค่าทรัพย์ขายฝากไปแล้วกว่า 10,800 ล้านบาท

ดร.ปฏิมากร ใจอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ สมาร์ทฟินน์ กล่าวเสริมว่า ในปี 2568 เป็นอีกก้าวสำคัญของสมาร์ทฟินน์ ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยการร่วมลงทุนกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดยกองทุนร่วมลงทุนในกิจการ SMEs (กองทุนย่อยกองที่ 1)

ความร่วมมือนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสนับสนุนด้านเงินทุน แต่ยังรวมถึงเสริมศักยภาพของสมาร์ทฟินน์ในหลายมิติ ทั้งแนวทางกำกับดูแลกิจการที่ดี และการยกระดับมาตรฐานองค์กร เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างมั่นคง

เป้าหมายของการร่วมทุนระหว่างสมาร์ทฟินน์ กับ SME D Bank ครั้งนี้ เพื่อช่วยขยายการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเงินทุนจากการร่วมลงทุนนี้ จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ อาทิ การขยายพื้นที่ให้บริการรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์จากเดิมครอบคลุมอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ๆ ใน 46 จังหวัด

โดยตั้งเป้าขยายพื้นที่รับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้ครอบคลุมต่างจังหวัดมากขึ้น รวมถึงขยายผลสัมฤทธิ์ด้านทีมงาน การตลาด และการเชื่อมต่อเทคโนโลยีการเงิน สร้างประโยชน์สนับสนุนให้ธุรกิจ SMEs และบุคคลทั่วไป ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายอย่างสะดวก และรวดเร็ว พร้อมขับเคลื่อนและผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป

ในระยะยาวกองทุน SMES (กองทุนย่อยที่ 1) จะช่วยขยายตลาดของสมาร์ทฟินน์และสร้างรากฐานที่มั่นคง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในอนาคต

“การร่วมมือกับ SME D Bank ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้สมาร์ทฟินน์สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง พร้อมผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...