โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฝรั่งเศสสนใจผลไม้และอาหารไทย เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการทำเงินช่วงเทศกาลสำคัญ

VoiceTV

อัพเดต 16 ม.ค. 2568 เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ สำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทย ตามนโยบายของพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และให้รายงานผลอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส ถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าอาหารในฝรั่งเศส ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองครั้งสำคัญปลายปี 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นแนวทางในการผลักดันสินค้าไทย

เข้าสู่ตลาดทำเงินเข้าประเทศเพิ่มขึ้นได้ โดยทูตพาณิชย์ ระบุว่า ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสยังคงต้องจ่ายค่าอาหารเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ จากปัญหาค่าครองชีพที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่สินค้าอาหารหลายรายการที่เป็นที่นิยมในช่วงเทศกาลมีการปรับลดราคาลงจากปีที่แล้ว เช่น ฟัวร์กราส์ และเนื้อสัตว์ปีกที่วางขายในห้างค้าปลีก ลดลงประมาณร้อยละ 5, อาหารทานเล่นแช่แข็ง ปรับราคาลง

ร้อยละ 5 แต่ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยผู้บริโภคลดค่าใช้จ่ายในมื้ออาหารเพื่อการเฉลิมฉลองปลายปีได้เท่าที่ควร เนื่องจากสินค้าอาหารรายการอื่นๆที่เป็นที่นิยมยังคงมีการปรับขึ้นราคาจากปี 2023 เช่น ปลาแซลมอน เห็ด แชมเปญ

(+ร้อยละ 4.5) ช็อคโกแลต (+ร้อยละ 3.5) หรือหอยทากอบแช่แข็ง (+ร้อยละ 5.3) ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำหรับมื้ออาหารในเทศกาลปีใหม่ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 123 ยูโร (+ร้อยละ 2.2 จากปีที่แล้ว)

แม้ราคาสินค้าอาหารหลายรายการจะเริ่มมีการปรับลดราคาลง แต่ยังคงมีสินค้าอีกหลายรายการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการจับจ่ายสำหรับมื้ออาหารในช่วงเวลาเทศกาลนี้จะปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1-3 นอกจากผู้บริโภคที่จำเป็นต้องปรับตัวแล้ว ในส่วนของผู้ประกอบการค้าปลีกเองก็เช่นกัน ดังเช่น ห้างค้าปลีก Carrefour ใช้กลยุทธ์การลดราคาสินค้า ซึ่งได้แนวความคิดมาจากเทศกาลลดราคา Black Friday ที่สามารถกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งกลยุทธ์การปรับลดราคาของห้างค้าปลีกในช่วงเทศกาลสามารถช่วยกระตุ้นให้สัดส่วนของผลประกอบการขายสินค้าอาหารในช่วงปลายปีเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 16 เป็นร้อยละ 20 ของผลประกอบการโดยรวมตลอดทั้งปี

โดยผู้บริโภคฝรั่งเศสยังคงรักษาความระมัดระวังในการใช้จ่ายเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากความไม่แน่นอนทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ แต่เนื่องมาจากประสบการณ์การบริโภคตั้งแต่ปี 2021 ที่ราคาสินค้าอาหารเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ชาวฝรั่งเศสสามารถปรับแนวทางในการบริโภคได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้าอาหารของ House Brand จนถึงการปรับเปลี่ยนเมนูอาหารในช่วงเทศกาล ลดเมนูที่มีราคาสูงเป็นเมนูเป็นเมนูอาหารที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า ดังเช่น เลือกมันฝรั่งทอดหรือชีสเป็นเมนูอาหารทานเล่นระหว่างช่วงเทศกาล ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 26 ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

นอกจากนี้ผู้บริโภคเลือกเครื่องดื่มที่มีราคาถูกลง ดังเช่น SPARKLING WINE ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เนื่องจากมีราคาถูกกว่าแชมเปญถึงร้อยละ 80 ยอดขายไอศกรีมแบบธรรมดาเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 แทนที่การบริโภค Ice Cream Cake ที่มีราคาสูงกว่า

“งานเฉลิมฉลองเทศกาลปลายปีสำหรับผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสยังคงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงมีการปรับตัวด้วยการปรับลดค่าใช้จ่าย แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองร่วมกันกับครอบครัว นอกเหนือจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป สินค้าผลไม้ไทยที่จัดว่าเป็นผลไม้ exotic สำหรับชาวฝรั่งเศส ตัวอย่างเช่น ลิ้นจี่ แก้วมังกร เสาวรส เคปกูสเบอรี่ ส้มจี๊ด มะม่วง เป็นต้น กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงเทศกาลปลายปี ดังนั้นการนำเสนอผลไม้ไทย รวมถึงสินค้าอาหารไทยให้กับผู้บริโภคฝรั่งเศสในช่วงเทศกาลปลายปี จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสจะเพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่าย แต่หากผู้ประกอบการสินค้าอาหารไทยเตรียมวางแผน ด้านการส่งสินค้า การทำการโฆษณา การทำการตลาด เช่น นโยบายลดราคาสำหรับช่วงเทศกาลปลายปี ร่วมมือกับห้างค้าปลีกจะสามารถช่วยให้ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสหันมาซื้อสินค้าอาหารและผลไม้ไทยได้เพิ่มมากขึ้นได้เช่นเดียวกัน” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...