"ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ" อ่านวิกฤตเศรษฐกิจไทย ผ่านยอดซื้อรถยนต์ คาด 4 ปีฟื้นตัว100%
“ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ” อ่านวิกฤตเศรษฐกิจไทย ผ่านยอดซื้อรถยนต์ คาด 4 ปีฟื้นตัว100%
น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการอาวุโส กลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2565 ดีขึ้นแต่ไม่มาก ส่วนปี2566 น่าจะดีขึ้นอีกเล็กน้อย โดยส่วนตัวมองว่ายังไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่คงต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี เศรษฐกิจถึงจะกลับมาเป็นปกติเท่ากับก่อนมีโควิด โดยดูจากยอดขายรถยนต์ที่ขายได้ปีละ 2 ล้านคันในช่วงก่อนมีโควิด ส่วนปีนี้คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 1.6-1.7 ล้านคัน ถ้ามียอดขายเพิ่มขึ้นปีละ 1 แสนคัน ก็ต้องใช้เวลา3- 4 ปีกว่าจะกลับมาเหมือนเดิมได้
“ที่นำตัวเลขรถยนต์มาเป็นตัวสะท้อนเศรษฐกิจ เพราะรถยนต์เปรียบเสมือนปัจจัยที่5 ไปแล้ว ซึ่งเกษตรกรที่มีเงินก็อยากจะซื้อรถปิกอัพ ตัวเลขจะสะท้อนว่าคนมีรายได้หรือไม่”น.ส.ชนาพรรณกล่าว
น.ส.ชนาพรรณกล่าวว่า สำหรับตลาดรถยนต์ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายคาดว่าน่าจะกระเตื้องขึ้น แต่ยังนอนใจไม่ได้ สิ่งที่รอลุ้นคือปัญหาการซัพพลายชิ้นส่วนที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศจะขาดแคลนหรือไม่ แม้ตอนนี้จะบรรเทาแล้วก็ตาม เนื่องจากชิ้นส่วนรถยนต์ถ้าขาดไปชิ้นเดียวก็จะทำให้ประกอบไม่ได้แล้ว ทำให้ตอนนี้กำลังซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์มีออร์เดอร์ไม่มาเท่าที่ควร จากปัญหาซัพพลายขาด คาดว่าในปีหน้าถ้าไม่มีอะไรทำให้สะดุดอีกตลาดก็ยังพอไปได้
“เท่าที่ดูแนวโน้มสงครามรัสเซียกับยูเครน น่าจะเบาลง เพราะผลกระทบเริ่มทุเลาลงแล้ว ถ้าไม่ทุเลาภาคธุรกิจต่างๆก็เริ่มจะปรับตัวได้แล้วตอนนี้ แต่ที่ยังน่ากังวลคือเงินเฟ้อกับดอกเบี้ยขาขึ้น ยังมีเรื่องการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ที่ยังเป็นผลกระทบต่อธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์ด้วย เพราะเป็นต้นทุนถาวร ซึ่งบริษัทเองพยายามหาทางควบคุมต้นทุนการผลิต เช่น นำหุ่นยนต์มาใช้มากขึ้น หาวิธีประหยัดพลังงาน ใช้วัสดุทดแทนที่ราคาถูกมากขึ้นแต่ไม่ลดคุณภาพสินค้า ทั้งนี้จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ ยังไม่ส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภค แต่ทำให้กำไรของผู้ผลิตลดลงมากพอสมควร “น.ส.ชนาพรรณกล่าว