โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 'อาวุธคุมม็อบ' ไม่ทันการณ์ 'เพื่อไทย' เผยเหตุเลิกเพราะต่างชาติกดดัน

VoiceTV

อัพเดต 24 ก.ย 2565 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2565 เวลา 03.57 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันที่ 24 ก.ย. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เห็นชอบยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วหลังสถานการณ์โควิด-19 ในไทยแผ่วลงตามลำดับและปิดฉากการทำงานของ ศบค.ในวันที่ 30 ก.ย. ว่า ชุดความคิดจะเลิกอะไรต้องเลิกหลังเกษียณ 30 กันยายน และจะเริ่มอะไรก็ต้องเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคม ตามปีงบประมาณใหม่ ไม่ทันสมัย ไม่เป็นสากล เป็นมาตรการที่ล่าช้าไม่ทันการณ์ ไม่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์

"ประชาชนคนไทยเรียกร้องให้มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่อนคลาย แต่รัฐบาลไม่ยกเลิก มีความพยายามใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในทางการเมืองเพื่อจํากัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน เพื่อปราบม็อบนักศึกษา ม็อบเกษตรกร ม็อบ ชาวบ้านที่เดือดร้อนจากโครงการต่างๆ ของรัฐ แต่พอถูกกดดันจากประเทศต่างๆ ที่จะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุม เพราะการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นสิ่งที่ประเทศต่างๆ ไม่สบายใจ" อนุสรณ์กล่าว

อนุสรณ์กล่าวอีกว่าดังนั้นรัฐบาลถึงกลับลำ ประชาชน เรียกร้อง ให้ยกเลิกกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วให้ใช้พ.ร.บ.โรคติดต่อคุมโควิดแทน มาเป็นปี แต่รัฐบาลก็ยืนกรานกระต่ายขาเดียวมาโดยตลอดว่าใช้ทดแทนกันไม่ได้ แต่พอจะใช้แทนได้ก็ใช้แทนได้ แสดงให้เห็นถึงการไม่ได้ยึดหลักเกณฑ์อะไรหรือไม่

“คุณภาพชีวิตของคนไทยภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน รัฐบาลมั่นคง แต่ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิ รัฐบาลจึงควรต้องระมัดระวังให้มาก” อนุสรณ์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...