โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุจิตต์ วงษ์เทศ : เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ สร้างสรรค์อยุธยา 'มั่งคั่ง' เมื่อเป็นรัฐการค้าทางทะเล

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 13 พ.ย. 2564 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2564 เวลา 06.30 น.
กรุงศรีอยุธยายศยิ่งฟ้ามีขึ้นจากความมั่งคั่งที่เป็นรัฐการค้าทางทะเลโดยการสร้างสรรค์รากฐานมั่นคงของเจ้านครอินทร์ เชื้อสายสุพรรณภูมิ ตั้งแต่หลัง พ.ศ.1900 [กรุงศรีอยุธยาบนภาพเขียนเก่าแก่ที่สุดพบในยุโรป ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ พ.ศ.2219 (ตรงกับแผ่นดินพระนารายณ์) จากหนังสือ กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง ของธวัชชัย ตั้งศิริวานิช สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2549 หน้า 52]

 

เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ

สร้างสรรค์อยุธยา ‘มั่งคั่ง’

เมื่อเป็นรัฐการค้าทางทะเล

 

เจ้านครอินทร์เป็นกษัตริย์สยามแห่งเมืองสุพรรณ (รัฐสุพรรณภูมิ) มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นพิเศษกับจีน จึงชำนาญการค้าสำเภากับจีนและการค้าระยะไกลทางทะเลกับบ้านเมืองต่างๆ ทั้งในและนอกภูมิภาคอุษาคเนย์

ต่อมาจ้านครอินทร์เสวยราชย์เป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ได้วางรากฐานสร้างสรรค์ความมั่งคั่งให้อยุธยาเมื่อเป็นรัฐการค้าทางทะเล (โดยยกย่องบุคคลนานาชาติผู้ชำนาญด้านสำเภาและสลุบกำปั่นทำงานควบคุมดูแล) ซึ่งนำไปสู่การค้าโลก แล้วรับประโยชน์จากการค้าโลก เท่ากับเจ้านครอินทร์สร้างความเคลื่อนไหวก้าวหน้าให้นานาประเทศสมัยนั้น รับรู้ว่ากรุงศรีอยุธยาเป็นส่วนหนึ่งของโลก

ในที่สุดมีความมั่นคงและมั่งคั่งจากการค้าทางทะเลกับนานาประเทศ จนกรุงศรีอยุธยาได้รับยกย่องจากนานาชาติว่า“ราชอาณาจักรสยาม” (แห่งแรก)

ก่อนเจ้านครอินทร์เป็นกษัตริย์อยุธยา ในพระนครศรีอยุธยายกย่องภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาไทยเป็นภาษากลางทางการค้า เพราะสมัยนั้นอยุธยาเป็นรัฐสืบมรดกจากขอมละโว้-อโยธยาศรีรามเทพ

หลังเจ้านครอินทร์เป็นกษัตริย์อยุธยา ได้ยกย่องภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาเขมรเป็นภาษาเทวราช (ปัจจุบันเรียกราชาศัพท์) คนในอยุธยาส่วนมากเรียกตนเองว่าไทย (อีกส่วนหนึ่งเรียกตามชาติพันธุ์ของตนเอง) แต่ทั้งหมดเรียกกรุงศรีอยุธยาว่าเมืองไทย

 

ศาสนา-การเมือง

เจ้านครอินทร์ แปลว่าผู้เป็นใหญ่ในเมืองสวรรค์ (ชั้นดาวดึงส์) หมายถึงพระอินทร์ ซึ่งเป็นชื่อทางวัฒนธรรมของชนชั้นนำพูดภาษาไทย (ตระกูลไท-ไต) ตามความเชื่อเรื่องพระอินทร์ ดังนั้น จึงพบชื่อมีลักษณะคล้ายคลึงกันในที่อื่นๆ ได้แก่

(1.) “เมืองอินทร์” หมายถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระอินทร์ และ “เรือนอินทร์” หมายถึงวิมานไพชยนต์ของพระอินทร์ พบในโองการแช่งน้ำ

(2.) “เจ้าเชียงอินทร์” หมายถึงกษัตริย์เมืองเชียงใหม่ พบในเสภาขุนช้างขุนแผนตอนพลายงามตีเมืองเชียงใหม่ มีกลอนวรรคหนึ่งว่า “พระเจ้าเชียงอินทร์ปิ่นเชียงใหม่”

(3.) “งั่วอิน” หรือ “งั่วอินทร์” หมายถึงลูกชายคนที่ห้าชื่ออินหรืออินทร์ พบในตำนานขุนบรมว่างั่วอิน หรืองั่วอินทร์ จากเมืองแถน (ในเวียดนาม) แยกครัวไปสร้างเมืองอยู่ทางลุ่มน้ำภาคกลางในไทย (คือสุพรรณภูมิ-อโยธยา) เรื่องนี้เป็นพยานแสดงความสัมพันธ์ทางภาษาและวัฒนธรรมระหว่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาในไทยกับลุ่มน้ำแดงในเวียดนาม ซึ่งเป็นแหล่งต้นตอความเชื่อเรื่องขวัญ, ประเพณีฝังศพครั้งที่ 2, เทคโนโลยีเกี่ยวกับสำริด เป็นต้น

พระอินทร์เป็นเทวดาผู้ยิ่งใหญ่ในคัมภีร์พระเวทของอินเดียหลายพันปีมาแล้ว ต่อมาศาสนาพุทธ (โดยเฉพาะลัทธิเถรวาท) ยกย่องพระอินทร์เป็นเทวดาผู้พิทักษ์พุทธศาสนา มีฐานะเป็นเทวราชผู้เป็นใหญ่ในหมู่เทวดาทั้งหลายในจักรวาลได้นามว่า “อมรินทราธิราช”

นครินทราธิราช แปลว่าผู้เป็นใหญ่สุดบนสวรรค์ (ชั้นดาวดึงส์) หมายถึงจักรพรรดิราช (คือพระอินทร์) เป็นพระนามเฉลิมพระเกียรติพระบรมอัฐิของเจ้านครอินทร์เป็นจักรพรรดิราช แล้วเชิญประดิษฐานในพระปรางค์ประธานวัดราชบูรณะ ซึ่งจะทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองกษัตริย์และประชาชนในราชอาณาจักรต่อไป

อุดมการณ์ทางศาสนา-การเมืองเรื่องจักรพรรดิราช ที่ยกย่องพระอินทร์เป็นราชาของเทวดาและนางฟ้าบนสวรรค์ มีพิธีกรรมสนองความเชื่อเรียกอินทราภิเษก หมายถึงการแต่งตั้งพระอินทร์กลับขึ้นไปปกครองเทวดาและนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่อยู่เหนือจอมเขาพระสุเมรุอันเป็นแกนกลางของโลกภายหลังเมื่อปราบปรามความกำเริบเสิบสานของหมู่มารหมดสิ้นแล้ว (พิธีอินทราภิเษกมีการละเล่นกวนเกษียรสมุทร หรือชักนาคดึกดำบรรพ์ ที่เชื่อกันว่าเป็นต้นทางของการละเล่นเรียกโขน)

จักรพรรดิราช คือ ราชาหรือกษัตริย์ในอุดมคติของฝ่ายศาสนาพุทธ มีสัญลักษณ์เป็นแก้ว 7 ประการ ได้แก่ ช้างแก้ว, ม้าแก้ว, ขุนพลแก้ว, เสนาแก้ว, ชายาแก้ว, จักรแก้ว และรัตนะที่สลักเป็นสัญลักษณ์ด้วยรูปสี่เหลี่ยมประดับอยู่บนยอดเสา จักรพรรดิราชในอุดมคติของศาสนาพุทธมีสถานภาพสูงส่งเสมอด้วยพระโพธิสัตว์หรือพระพุทธเจ้า ดังนั้น จึงมีสรรพนามแทนตัวผู้กราบบังคมทูลกับพระจักรพรรดิราชว่า “ข้าพระพุทธเจ้า”

ตระกูลอินทร์-ตระกูลราม การเมืองสมัยอยุธยาตอนต้นเกี่ยวข้องระบบความเชื่อทางศาสนา เรียกศาสนา-การเมือง ซึ่งจิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายเชิงเปรียบเทียบระหว่างตระกูลอินทร์กับตระกูลรามอยู่ในหนังสือสังคมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา [(พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2526) สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ.2547 หน้า 309-356] มีสาระสำคัญโดยสรุปดังนี้

กลุ่มสุพรรณยกย่องพระอินทร์ในคติพุทธ จัดเป็นตระกูลอินทร์ มีรูปความคิดทางการเมืองแบบเครือญาติพี่น้อง ส่วนกลุ่มละโว้ยกย่องพระรามในคติพราหมณ์ จัดเป็นตระกูลราม มีรูปความคิดทางการเมืองแบบเจ้านายกับข้าทาสบริวาร

ต่อมาตระกูลอินทร์มีอำนาจเหนือตระกูลราม แต่ความคิดทางการเมืองแบบตระกูลอินทร์มีข้อจำกัดทำให้ไปต่อแล้วมีปัญหา ฝ่ายตระกูลอินทร์จึงปรับรูปความคิดทางการเมืองเข้าแนวตระกูลรามซึ่งสอดคล้องขนาดของรัฐที่ขยายใหญ่โตกว้างขวางกว่าแต่ก่อน

 

อยุธยาสมัยแรกมีขนาดจำกัด

กรุงศรีอยุธยาสมัยแรกสถาปนามีขนาดพื้นที่จำกัดเสมือนรัฐกันชนของละโว้กับสุพรรณภูมิ อยู่บริเวณจำกัดตรงพื้นที่เหนืออ่าวไทยบนชุมทางคมนาคมทางน้ำหลายสาย โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแกนกลาง ดังนี้

1. อยู่ระหว่างรัฐละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งถูกเรียกว่าขอม ทางทิศตะวันออก กับรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) ซึ่งถูกเรียกว่าสยาม ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา

2. อยู่ใต้การปกครองของรัฐเอกเทศทั้งสอง คือ รัฐละโว้และรัฐสุพรรณภูมิที่ต่างแก่งแย่งช่วงชิงซึ่งกันและกัน แล้วผลัดกันมีอำนาจอันเป็นลักษณะการเมืองการปกครองของสมัยแรกก่อนที่สมัยต่อไปอยุธยาจะใช้อำนาจรวมศูนย์

กรุงศรีอยุธยาขณะพระรามราชาเป็นกษัตริย์ (เชื้อสายรัฐละโว้-อโยธยาศรีรามเทพ) โดยมีขุนนางข้าราชการจำนวนหนึ่งเป็นชาวสยามสุพรรณภูมิสืบเนื่องจากแผ่นดินก่อนๆ

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เจ้านครอินทร์เป็นกษัตริย์สยามแห่งเมืองสุพรรณ รัฐสุพรรณภูมิ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นพิเศษกับจีน จึงชำนาญการค้าสำเภากับจีนและการค้าระยะไกลทางทะเลกับบ้านเมืองต่างๆ ทั่วคาบสมุทรมลายู และนอกภูมิภาคอุษาคเนย์

[ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้านครอินทร์มีมากในเอกสารจีน ดูในบทความเรื่อง “สมเด็จพระนครินทราธิราช : ความขัดแย้งทางอำนาจและความคลาดเคลื่อนของหลักฐาน” โดยรุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล (คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง) พิมพ์ในหนังสือ Ayutthaya Underground ประวัติศาสตร์อยุธยาจากวัด วัง ชั้นดิน และสิ่งของ (พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ บรรณาธิการ) สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2562 หน้า 136-183]

ต่อมากลุ่มสยามยึดกรุงศรีอยุธยาโดยได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ได้แก่ เครือญาติกับเครือข่าย และจีน เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...