โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

Tohoku: 8 จุดเช็คอินไม่ซ้ำใครในโทโฮขุ! สำหรับแฟนญี่ปุ่นตัวจริง เตรียมต้อนรับญี่ปุ่นเปิดประเทศ!!

Tiewyeepoon

เผยแพร่ 26 พ.ย. 2564 เวลา 10.41 น. • Bird Tiewyeepoon

เมื่อพูดถึง ภูมิภาคโทโฮขุ ภาพของธรรมชาติอันอุมดมสมบูรณ์ และมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ต้องเข้ามาในใจของใครหลายคน พื้นที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เดินทางได้สะดวกหากตั้งต้นจากโตเกียว มีชินคันเซ็นเชื่อมเมื่อพูดถึง ภูมิภาคโทโฮขุ ภาพของธรรมชาติอันอุมดมสมบูรณ์ และมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ต้องเข้ามาในใจของใครหลายคน พื้นที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เดินทางได้สะดวกหากตั้งต้นจากโตเกียว มีชินคันเซ็นเชื่อมถึง

ในฤดูใบไม้ร่วง จะมีอากาศเย็นสบายไม่หนาวเกินไป ไม่ว่าไปมุมเมืองไหนก็จะได้เจอสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ยิ่งใหญ่ตระการตา เรียกได้ว่ามีมุมถ่ายรูปสำหรับอัพ IG ที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากโซนนี้เท่านั้น เราได้คัดเลือกสถานที่ที่ยังคงคอนเซ็ปต์เที่ยวญี่ปุ่นไม่ซ้ำใคร เต็มที่ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ให้ได้ไปตามรอยกัน ตามไปชมกันเลย!

1. ต้นแปะก๊วยยักษ์คิตะคะเนะกะซะวะ

เมืองคิตะคะเนะกะซะวะ จังหวัดอะโอโมริ

ต้นแปะก๊วยคิตะคะเนะกะซะวะ (Kita-Kanegasawa Ginkgo) ตั้งอยู่ในเมืองคิตะคะเนะกะซะวะ (Kita-Kanegasawa) จังหวัดอะโอโมริ (Aomori) มีอายุกว่า 1,000 ปีตั้งแต่สมัยคามาคุระ และยังเป็นต้นแปะก๊วยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยเส้นรอบวง 22 เมตร และความสูงถึง 31 เมตร เทียบเท่ากับอาคาร 10 ชั้นเลยทีเดียว เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ราวช่วงกลางเดือนพ.ย. ใบแปะก๊วยก็จะค่อยๆเปลี่ยนสีกลายเป็นสีเหลืองทองโดดเด่นทั่วทั้งต้น จนคนท้องถิ่นตั้งชื่อให้ว่า “Big Yellow”

**2. อุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมันไต

จังหวัดอิวาเตะ และ อาคิตะ**

ฮาจิมันไต (Hachimantai) ที่ราบสูงแนวภูเขาไฟที่มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดอิวาเตะและอาคิตะ ซึ่งบริเวณเชิงเขามีออนเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์จำนวนมาก และยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีเสน่ห์น่าค้นหา ช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้บริเวณโดยรอบจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีส้ม โดยเฉพาะบริเวณสะพาน Mori no Ohashi ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมในการชมใบไม้เปลี่ยนสีจากสะพาน

**3. หุบเขาโอยาสุเคียว

เมืองยูซาวะ จังหวัดอาคิตะ**

หุบเขาโอยาสุเคียว (Oyasukyo Gorge) ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเมืองยูซาวะ (Yuzawa) ทางตอนใต้สุดของจังหวัดอาคิตะ (Akita) สามารถชมบ่อน้ำพุร้อนได้จากสะพานแดงคาวารายุที่สูง 60 เมตร แบบไม่มีอะไรมาบดบังวิว อย่าพลาดที่จะแชะรูปกันนะและยังมีสถานที่ยอดนิยมอย่าง แหล่งน้ำพุร้อนโอยาสุ (Oyasukyo Onsenkyo) ที่มีบ่อแช่เท้าและห้องอาบน้ำสาธารณะให้บริการอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทิวทัศน์รอบๆจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสีแดง ประกอบกับไอน้ำสีขาวและบ่อน้ำพุร้อน ทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่สีสันตัดกันได้อย่างลงตัว

**4. เกาะทาชิโระจิมะ

เมืองอิชิโนมากิ จังหวัดมิยางิ**

เกาะทาชิโระจิมะ (Tashirojima Island) เป็นเกาะเล็กๆที่มีเส้นรอบวงประมาณ 11 กม. มีผู้คนอาศัยอยู่เพียง 65 คนเท่านั้น แต่มีแมวที่อาศัยอยู่ในเกาะถึง 130 ตัว จึงเรียกได้ว่าเป็น “เกาะแมว” ตัวจริงเสียงจริง พอเดินทางมาถึงท่าเรือก็จะมีแมวเข้ามาคลอเคลียใกล้ๆด้วยความสนิทสนมซึ่งแต่ละตัวก็จะมีรูปร่างและนิสัยต่างกันออกไปอีกด้วย หากได้มาเกาะทาชิโระจิมะในฤดูใบไม้ร่วง ต้องไม่พลาดที่จะถ่ายรูปใบไม้แดงสวยๆที่ล้อมรอบเกาะ พร้อมน้องแมวสุดน่ารักที่จะช่วยเยียวยาหัวใจคุณอย่างแน่นอน จะมาเป็นคู่หรือครอบครัวก็ฟินกันถ้วนหน้า เหล่าทาสแมวพลาดไม่ได้เลยทีเดียว

**5. กระเช้าลอยฟ้าซะโอ

เมืองซะโอ จังหวัดยะมะกะตะ**

เทือกเขาซะโอ (Zao) เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวตัดระหว่างจังหวัดมิยะงิ (Miyagi) และจังหวัดยะมะงะตะ (Yamagata) ในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงปลายเดือนก.ย.ถึงต.ค. ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีส้มและแดงอิฐ ไล่ลีกันอย่างสวยงามลงมาจากด้านบนภูเขา ซึ่งสามารถเพลิดเพลิดไปกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบ 360 องศาได้จากกระเช้าลอยฟ้า ราวกับกำลังเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีกลางอากาศเลยทีเดียว เรียกได้ว่าสายถ่ายรูปต้องมาให้ได้เลย นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีสำหรับนักเดินทางมือใหม่ เริ่มต้นที่สถานีบริเวณเชิงเขาและเนินเขาได้อีกด้วย

6. ศาลเจ้าฮานิทสึ

เมืองอินะวะชิโระ จังหวัดฟุคุชิมะ

ศาลเจ้าฮานิทสึ (Hanitsu Shrine) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับมาซายุกิ โฮชินะ ไดเมียวผู้ครองแคว้นไอสึในช่วงแรกของสมัยเอโดะในปีค.ศ.1675 เมื่อเข้าฤดูใบไม้ร่วงช่วงปลายเดือนต.ค.-ต้นพ.ย. สามารถเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางความเงียบสงบ ใบเมเปิ้ลสีส้มแดงแต่งแต้มเพิ่มสีสันทั่วทั้งบริเวณสวนรอบวัด และเมื่อถึงเวลาใบร่วงลงสู่พื้นเป็นอีกภาพที่งดงามราวกับมีพรมแดงปูพื้นทางเดิน เรียกได้ว่าหาชมที่ได้แค่ที่นี่เท่านั้น และยังเป็นสถานที่ที่จะพบเห็นคู่รักมาถ่ายรูปจำนวนมาก รวมถึงมีถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่บ่อยครั้งด้วย ถึงมาเป็นครอบครัวก็มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้เช่นกัน

7. หุบเขาคิโยตสึ

เมืองโทคามาจิ จังหวัดนีงะตะ

หุบเขาคิโยตสึ (Kiyotsu Gorge) หุบเขาที่ใหญ่และสวยที่สุดติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนีงะตะ (Niigata) เป็นสถานที่ถ่ายรูปแนวศิลปะที่กำลังฮิตในหมู่นักท่องเที่ยว ได้ถูกปรับปรุงและรังสรรค์เป็นผลงานศิลปะโดยใช้ชื่อว่า “Tunnel of Light” มีความยาว 750 เมตร เมื่อมองจากอุโมงค์ครึ่งวงกลมออกไปจะเห็นธรรมชาติที่แผ่ขยายออกไปพร้อมกับเงาหรือภาพนักท่องที่ยวที่สะท้อนอยู่ในผืนน้ำ ประกอบการเรียงตัวของแนวหินและทัศนียภาพของแม่น้ำคิโยตสึ ผสานกับใบไม้เปลี่ยนสีตามแนวเขาที่เติมสีสันให้สดใสขึ้น เหมาะกับการเดินทางมาสัมผัสกับมิติใหม่ของศิลปะและธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

8. องค์เจ้าแม่กวนอิมไดคันนงแห่งเซนได

เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ

องค์เจ้าแม่กวนอิมไดคันนงแห่งเซ็นได (Sendai Daikannon) ณ วัดไดคันมิตสุจิ (Daikanmitsuji) เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ ถือเป็นเทวรูปเจ้าแม่กวนอิมที่สูงเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากชินคันเซ็นและเครื่องบิน รวมถึงเนินเขาของเมือง จัดได้ว่าเป็น Landmark ของเมืองเซ็นไดเลยทีเดียว  เทวรูปมีความสูงถึง 100 เมตร ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1989 เพื่อฉลองครบ 100 ปี ในการพัฒนาของเมืองเซนได เปรียบเหมือนเป็นตัวแทนของเซนได ตัวเทวรูปเป็นสีขาวบริสุทธิ์โดดเด่น  โดยมือขวาถืออัญมณีที่จะบันดาลให้สมหวังตามปราถนา มือซ้ายถือแจกันเทน้ำประทานปัญญาให้แก่เรา จัดได้ว่าเป็นที่ที่คนไทยต้องไปกราบไหว้สักครั้ง

อ่านบทความฉบับเต็มได้ทางเว็บไซต์ >> เที่ยวญี่ปุ่นดอทคอม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...