Tohoku: 8 จุดเช็คอินไม่ซ้ำใครในโทโฮขุ! สำหรับแฟนญี่ปุ่นตัวจริง เตรียมต้อนรับญี่ปุ่นเปิดประเทศ!!
เมื่อพูดถึง ภูมิภาคโทโฮขุ ภาพของธรรมชาติอันอุมดมสมบูรณ์ และมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ต้องเข้ามาในใจของใครหลายคน พื้นที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เดินทางได้สะดวกหากตั้งต้นจากโตเกียว มีชินคันเซ็นเชื่อมเมื่อพูดถึง ภูมิภาคโทโฮขุ ภาพของธรรมชาติอันอุมดมสมบูรณ์ และมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ต้องเข้ามาในใจของใครหลายคน พื้นที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เดินทางได้สะดวกหากตั้งต้นจากโตเกียว มีชินคันเซ็นเชื่อมถึง
ในฤดูใบไม้ร่วง จะมีอากาศเย็นสบายไม่หนาวเกินไป ไม่ว่าไปมุมเมืองไหนก็จะได้เจอสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ยิ่งใหญ่ตระการตา เรียกได้ว่ามีมุมถ่ายรูปสำหรับอัพ IG ที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากโซนนี้เท่านั้น เราได้คัดเลือกสถานที่ที่ยังคงคอนเซ็ปต์เที่ยวญี่ปุ่นไม่ซ้ำใคร เต็มที่ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ให้ได้ไปตามรอยกัน ตามไปชมกันเลย!
1. ต้นแปะก๊วยยักษ์คิตะคะเนะกะซะวะ
เมืองคิตะคะเนะกะซะวะ จังหวัดอะโอโมริ
ต้นแปะก๊วยคิตะคะเนะกะซะวะ (Kita-Kanegasawa Ginkgo) ตั้งอยู่ในเมืองคิตะคะเนะกะซะวะ (Kita-Kanegasawa) จังหวัดอะโอโมริ (Aomori) มีอายุกว่า 1,000 ปีตั้งแต่สมัยคามาคุระ และยังเป็นต้นแปะก๊วยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยเส้นรอบวง 22 เมตร และความสูงถึง 31 เมตร เทียบเท่ากับอาคาร 10 ชั้นเลยทีเดียว เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ราวช่วงกลางเดือนพ.ย. ใบแปะก๊วยก็จะค่อยๆเปลี่ยนสีกลายเป็นสีเหลืองทองโดดเด่นทั่วทั้งต้น จนคนท้องถิ่นตั้งชื่อให้ว่า “Big Yellow”
**2. อุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมันไต
จังหวัดอิวาเตะ และ อาคิตะ**
ฮาจิมันไต (Hachimantai) ที่ราบสูงแนวภูเขาไฟที่มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดอิวาเตะและอาคิตะ ซึ่งบริเวณเชิงเขามีออนเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์จำนวนมาก และยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีเสน่ห์น่าค้นหา ช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้บริเวณโดยรอบจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีส้ม โดยเฉพาะบริเวณสะพาน Mori no Ohashi ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมในการชมใบไม้เปลี่ยนสีจากสะพาน
**3. หุบเขาโอยาสุเคียว
เมืองยูซาวะ จังหวัดอาคิตะ**
หุบเขาโอยาสุเคียว (Oyasukyo Gorge) ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเมืองยูซาวะ (Yuzawa) ทางตอนใต้สุดของจังหวัดอาคิตะ (Akita) สามารถชมบ่อน้ำพุร้อนได้จากสะพานแดงคาวารายุที่สูง 60 เมตร แบบไม่มีอะไรมาบดบังวิว อย่าพลาดที่จะแชะรูปกันนะและยังมีสถานที่ยอดนิยมอย่าง แหล่งน้ำพุร้อนโอยาสุ (Oyasukyo Onsenkyo) ที่มีบ่อแช่เท้าและห้องอาบน้ำสาธารณะให้บริการอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทิวทัศน์รอบๆจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสีแดง ประกอบกับไอน้ำสีขาวและบ่อน้ำพุร้อน ทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่สีสันตัดกันได้อย่างลงตัว
**4. เกาะทาชิโระจิมะ
เมืองอิชิโนมากิ จังหวัดมิยางิ**
เกาะทาชิโระจิมะ (Tashirojima Island) เป็นเกาะเล็กๆที่มีเส้นรอบวงประมาณ 11 กม. มีผู้คนอาศัยอยู่เพียง 65 คนเท่านั้น แต่มีแมวที่อาศัยอยู่ในเกาะถึง 130 ตัว จึงเรียกได้ว่าเป็น “เกาะแมว” ตัวจริงเสียงจริง พอเดินทางมาถึงท่าเรือก็จะมีแมวเข้ามาคลอเคลียใกล้ๆด้วยความสนิทสนมซึ่งแต่ละตัวก็จะมีรูปร่างและนิสัยต่างกันออกไปอีกด้วย หากได้มาเกาะทาชิโระจิมะในฤดูใบไม้ร่วง ต้องไม่พลาดที่จะถ่ายรูปใบไม้แดงสวยๆที่ล้อมรอบเกาะ พร้อมน้องแมวสุดน่ารักที่จะช่วยเยียวยาหัวใจคุณอย่างแน่นอน จะมาเป็นคู่หรือครอบครัวก็ฟินกันถ้วนหน้า เหล่าทาสแมวพลาดไม่ได้เลยทีเดียว
**5. กระเช้าลอยฟ้าซะโอ
เมืองซะโอ จังหวัดยะมะกะตะ**
เทือกเขาซะโอ (Zao) เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวตัดระหว่างจังหวัดมิยะงิ (Miyagi) และจังหวัดยะมะงะตะ (Yamagata) ในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงปลายเดือนก.ย.ถึงต.ค. ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีส้มและแดงอิฐ ไล่ลีกันอย่างสวยงามลงมาจากด้านบนภูเขา ซึ่งสามารถเพลิดเพลิดไปกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบ 360 องศาได้จากกระเช้าลอยฟ้า ราวกับกำลังเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีกลางอากาศเลยทีเดียว เรียกได้ว่าสายถ่ายรูปต้องมาให้ได้เลย นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีสำหรับนักเดินทางมือใหม่ เริ่มต้นที่สถานีบริเวณเชิงเขาและเนินเขาได้อีกด้วย
6. ศาลเจ้าฮานิทสึ
เมืองอินะวะชิโระ จังหวัดฟุคุชิมะ
ศาลเจ้าฮานิทสึ (Hanitsu Shrine) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับมาซายุกิ โฮชินะ ไดเมียวผู้ครองแคว้นไอสึในช่วงแรกของสมัยเอโดะในปีค.ศ.1675 เมื่อเข้าฤดูใบไม้ร่วงช่วงปลายเดือนต.ค.-ต้นพ.ย. สามารถเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางความเงียบสงบ ใบเมเปิ้ลสีส้มแดงแต่งแต้มเพิ่มสีสันทั่วทั้งบริเวณสวนรอบวัด และเมื่อถึงเวลาใบร่วงลงสู่พื้นเป็นอีกภาพที่งดงามราวกับมีพรมแดงปูพื้นทางเดิน เรียกได้ว่าหาชมที่ได้แค่ที่นี่เท่านั้น และยังเป็นสถานที่ที่จะพบเห็นคู่รักมาถ่ายรูปจำนวนมาก รวมถึงมีถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่บ่อยครั้งด้วย ถึงมาเป็นครอบครัวก็มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้เช่นกัน
7. หุบเขาคิโยตสึ
เมืองโทคามาจิ จังหวัดนีงะตะ
หุบเขาคิโยตสึ (Kiyotsu Gorge) หุบเขาที่ใหญ่และสวยที่สุดติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนีงะตะ (Niigata) เป็นสถานที่ถ่ายรูปแนวศิลปะที่กำลังฮิตในหมู่นักท่องเที่ยว ได้ถูกปรับปรุงและรังสรรค์เป็นผลงานศิลปะโดยใช้ชื่อว่า “Tunnel of Light” มีความยาว 750 เมตร เมื่อมองจากอุโมงค์ครึ่งวงกลมออกไปจะเห็นธรรมชาติที่แผ่ขยายออกไปพร้อมกับเงาหรือภาพนักท่องที่ยวที่สะท้อนอยู่ในผืนน้ำ ประกอบการเรียงตัวของแนวหินและทัศนียภาพของแม่น้ำคิโยตสึ ผสานกับใบไม้เปลี่ยนสีตามแนวเขาที่เติมสีสันให้สดใสขึ้น เหมาะกับการเดินทางมาสัมผัสกับมิติใหม่ของศิลปะและธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
8. องค์เจ้าแม่กวนอิมไดคันนงแห่งเซนได
เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ
องค์เจ้าแม่กวนอิมไดคันนงแห่งเซ็นได (Sendai Daikannon) ณ วัดไดคันมิตสุจิ (Daikanmitsuji) เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ ถือเป็นเทวรูปเจ้าแม่กวนอิมที่สูงเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากชินคันเซ็นและเครื่องบิน รวมถึงเนินเขาของเมือง จัดได้ว่าเป็น Landmark ของเมืองเซ็นไดเลยทีเดียว เทวรูปมีความสูงถึง 100 เมตร ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1989 เพื่อฉลองครบ 100 ปี ในการพัฒนาของเมืองเซนได เปรียบเหมือนเป็นตัวแทนของเซนได ตัวเทวรูปเป็นสีขาวบริสุทธิ์โดดเด่น โดยมือขวาถืออัญมณีที่จะบันดาลให้สมหวังตามปราถนา มือซ้ายถือแจกันเทน้ำประทานปัญญาให้แก่เรา จัดได้ว่าเป็นที่ที่คนไทยต้องไปกราบไหว้สักครั้ง