โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อผู้หญิงไม่เคยตกเป็น 'เหยื่อ' และความกำกวมในหนัง 'เวอร์โฮเวน' / คนมองหนัง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 เม.ย. 2565 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 12.00 น.

คนมองหนัง

เมื่อผู้หญิงไม่เคยตกเป็น ‘เหยื่อ’

และความกำกวมในหนัง ‘เวอร์โฮเวน’

หลายสัปดาห์ก่อน เคยแปลบทสัมภาษณ์ผู้กำกับฯ อาวุโส “พอล เวอร์โฮเวน” เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง “Benedetta” ของเขา มาแผยแพร่ ณ คอลัมน์นี้

สัปดาห์นี้ ขออนุญาตนำแง่มุมความคิดของ “แดฟเน พาทาเกีย” นักแสดงชาวกรีซ-เบลเยียม ซึ่งสวมบทเป็นตัวละคร “บาร์โตโลเมอา” ในหนังเรื่องเดียวกัน ได้อย่างน่าประทับใจและน่าจดจำ มาเล่าสู่กันฟัง

โดยอ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ของเธอในเว็บไซต์ https://schonmagazine.com

: ก่อนหน้าจะมาเล่นหนังเรื่อง “Benedetta” คุณเป็นแฟนภาพยนตร์ของ “พอล เวอร์โฮเวน” มาก่อนหรือไม่?

ฉันไม่ได้คุ้นเคยกับงานของเวอร์โฮเวนมากนัก แต่ฉันเคยดูหนังเรื่อง “Basic Instinct” เมื่อฉันรับรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้แคสติ้งเข้าไปเป็นนักแสดงในหนังของเขา ฉันก็ทยอยดูหนังของเวอร์โฮเวนจนครบเกือบทุกเรื่อง

เรื่องที่ฉันชอบมากที่สุดคือ “Flesh and Blood” ภาพยนตร์พูดภาษาอังกฤษเรื่องแรกของเขา ซึ่งได้ “เจนนิเฟอร์ เจสัน ลีห์” มาร่วมแสดง ตอนนั้นเธออายุแค่ 22 ปี แต่กลับฝากฝีมือไว้น่าทึ่งมาก

หนังเรื่องนั้นไม่ใช่ผลงานของเวอร์โฮเวนที่โด่งดังหรือเป็นที่รักมากที่สุด แต่ฉันชอบมันเพราะคิดว่า “Flesh and Blood” มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับ “Benedetta”

มันถ่ายทอดเรื่องราวในยุคกลาง ที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของกาฬโรค แม้แต่การถ่ายภาพของหนังสองเรื่องก็มีบางมุมที่เหมือนกัน

ด้วยความที่ “Flesh and Blood” มีจุดเชื่อมโยงกับ “Benedetta” ฉันจึงรักหนังเรื่องนั้นมากๆ ฉันพบว่ามันสนุกสุดๆ

: แสดงว่าตอนนี้คุณเป็นแฟนหนังของเวอร์โฮเวนเรียบร้อยแล้ว?

ฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเวอร์โฮเวนไปแล้ว ฉันชื่นชอบผลงานของเขาเพราะว่าฉันรักในวิถีทางที่เขาปฏิบัติกับผู้หญิง ฉันรักคาแรคเตอร์ของตัวละครสตรีในหนังของเขา เพราะพวกเธอจะมีบุคลิกภาพที่สลับซับซ้อนอยู่เสมอ และไม่เคยตกเป็นเหยื่อของใคร

ตัวละครเหล่านี้จะเริ่มปรากฏตัวขึ้นในบริบทที่พวกคุณมักคิดว่าพวกเธอคือเหยื่อ แต่แล้วพวกเธอจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้เสมอ ยิ่งกว่านั้น ผู้หญิงในหนังของเวอร์โฮเวนยังไม่เคยสร้างภาพตอกย้ำให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อ พวกเธอสามารถทำในสิ่งที่ตนเองปรารถนาได้อยู่ตลอดเวลา

หนังของเขามักเต็มไปด้วยฉากเซ็กซ์และความรุนแรง แต่ฉากเหล่านั้นจะถูกเล่าด้วยวิธีการที่น่าสนใจมากๆ ฉากเซ็กซ์ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเร้ากามารมณ์ แต่มันมีหน้าที่ในการบอกเล่าอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น

เช่นจริงๆ แล้ว ฉากเซ็กซ์ใน “Basic Instinct” ไม่ได้มุ่งยั่วยวนให้เกิดตัณหาราคะ ฉันดูฉากนั้นอย่างกระวนกระวายใจ ด้วยเหตุผลว่าเราไม่ได้กำลังจับจ้องว่าตัวละครในจอร่วมเพศกันอย่างไร แต่เรากำลังตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวเมื่อตัวละครหญิงหยิบที่เจาะน้ำแข็งขึ้นมาฆ่าผู้ชายไม่ใช่เหรอ? ดังนั้น นั่นจึงเป็นฉากระทึกขวัญ

หรือใน “Showgirls” แม้ในระดับพื้นผิว หนังจะถูกปกคลุมด้วยฉากเซ็กซ์ แต่เรื่องราวจริงๆ ของมันกลับตลกเอามากๆ

เช่นเดียวกันกับ “Benedetta” ฉันรู้สึกว่าในบางคราว หนังของเรา ก็มีแง่มุมของความตลกขบขันแฝงอยู่ในฉากเซ็กซ์ ฉากเหล่านั้นส่งผลต่อเรื่องราวโดยรวมไม่มากก็น้อย และมันไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศเท่านั้น

: ตัวละคร “บาร์โตโลเมอา” ที่คุณสวมบทไม่ได้มีแค่เพียงบุคลิกภาพที่สลับซับซ้อน แต่เธอยังมีความกำกวมคลุมเครืออยู่สูงมาก คุณรับมืออย่างไรกับความกำกวมดังกล่าว?

ความกำกวมคลุมเครือคือสิ่งที่ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในหนังของพอล เวอร์โฮเวน เมื่อฉันได้อ่านบทภาพยนตร์ ฉันจำได้ว่าทุกๆ ครั้งที่พลิกไปยังหน้าถัดไป ฉันไม่เคยคิดว่ามีฉากไหนที่เป็นองค์ประกอบตื้นๆ พื้นๆ หรือไม่จำเป็นต้องมีอยู่ในหนังเลย ทุกครั้งที่คุณคิดว่าคุณรู้แล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าคุณจะคาดการณ์ผิด

กระทั่งสำหรับหนังเรื่องนี้ จุดที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ คุณไม่สามารถรู้ได้จริงๆ ว่านี่เป็นภาพยนตร์ตระกูลอะไร? ในบางแง่ คุณอาจคิดว่ามันเป็นหนังดราม่า แต่แล้วต่อมา คุณก็จะพูดขึ้นว่า “โอ้! ไม่ บางทีมันอาจจะเป็นหนังตลก”

ไม่ต่างอะไรจากบรรดาตัวละครในหนัง ซึ่งคุณจะไม่มีทางหยั่งรู้ถึงแรงจูงใจที่ผลักดันให้พวกเธอลงมือทำเรื่องราวต่างๆ

แน่นอนที่สุด เมื่อมันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะถ่ายทอดแสดงออกมา ความกำกวมคลุมเครือก็เป็นอะไรบางอย่างที่เราสามารถรู้สึกได้ แม้มันจะไม่ใช่แสงสว่างที่ช่วยส่องนำทางให้เรา

ในสถานการณ์แบบนี้ เราต้องตัดสินใจเลือกเอาเองว่าอะไรที่ใช่หรือไม่ใช่แรงจูงใจของตัวละคร เวอร์โฮเวนอยากให้นักแสดงได้รู้สึกถึงความกำกวมคลุมเครือ ยกตัวอย่างเช่น เขาจะไม่ยอมพูดถึงสภาวะทางจิตวิทยาของตัวละครเลย เขาไม่ชอบสนทนาเรื่องนั้น

ตอนฉันไปแคสติ้ง เขาพูดกับฉันว่า “แล้วเจอกันที่กองถ่าย” เมื่อฉันถามต่อว่า “เราจะมีการซักซ้อมอะไรกันก่อนไหม?” เขาก็ตอบว่า “คุณรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องทำอะไร”

ในกองถ่าย ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับนักแสดงอย่างพวกเรา เวอร์โฮเวนอนุญาตให้เรามีเสรีภาพในการนำเสนอวิธีการทำงานได้อย่างที่เราต้องการ ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาแล้วกำกับเราอีกที แต่สัญชาตญาณแรกที่เกิดขึ้นจะเป็นสัญชาตญาณของนักแสดงที่มีต่อตัวละครนั้นๆ นั่นแหละคือสิ่งที่เขาต้องการ เขาคือคนหนึ่งที่ต้องรับรู้ถึงความกำกวมคลุมเครือ

แม้กระทั่งเมื่อเวอร์โฮเวนมีแนวทางที่ชัดเจนมากๆ ว่านักแสดงอย่างพวกเราควรจะทำอะไรแบบไหน แต่แล้วเขาก็มักจะโยนแนวคิดนั้นทิ้งไป เช่น เขาอาจพูดกับฉันว่า “เธอทำอย่างนี้เพราะเธอรักหล่อน” ก่อนจะหันหลังเดินจากไป แล้วสักพัก เขาจะกลับเข้ามาพร้อมคำพูดว่า “หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ” ดังนั้น แม้แต่แนวทางการกำกับการแสดงของเขาก็มีความกำกวม

เหมือนกับที่พวกเราเองไม่รู้อะไรชัดเจนนัก ซึ่งบางครั้งในชีวิต เราก็ไม่ได้รู้อะไรชัดๆ ไปเสียทั้งหมด

สำหรับการแสดงเป็น “บาร์โตโลเมอา” ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องเพอร์เฟ็กต์ ที่เราจะเข้าไปสวมบทบาทตัวละครรายนี้โดยใช้สัญชาตญาณเป็นหลัก เพราะเธอคือเด็กสาวที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณ เธอคือปุถุชนที่ยังปราศจากการยับยั้งชั่งใจ

ก่อนหน้านี้ ฉันไม่เคยทำงานแสดงโดยใช้สัญชาตญาณนำมาก่อน แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ สำหรับตัวละครรายนี้ ฉันรู้สึกว่านี่คือวิธีการแสดงแบบที่เวอร์โฮเวนต้องการ •

เนื้อหาจาก https://schonmagazine.com/interview-daphne-patakia/

อ่าน ‘Benedetta’ : ความสนุก, ศาสนจักร และเซ็กส์ | คนมองหนัง ได้ที่นี่

‘Benedetta’ : ความสนุก, ศาสนจักร และเซ็กส์ | คนมองหนัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...