โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วลพ.สั่งสภาทนายความ ให้นักศึกษาแต่งกายตามเพศสภาพได้ ชี้ต้องปรับตัวให้ทันยุค

Khaosod

อัพเดต 03 พ.ค. 2565 เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2565 เวลา 04.02 น.

วลพ.สั่งสภาทนายความ ให้นักศึกษาแต่งกายตามเพศสภาพได้ หลังสภาทนายอ้างระเบียบห้ามเข้าสอบ อดีตเลขาฯสภาทนาย ชี้ต้องปรับตัวให้ทันสมัย

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.65 ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง อดีตเลขาธิการสภาทนายความ ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า มีผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความกับสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ แห่งสภาทนายความ ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.)

ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง อดีตเลขาธิการสภาทนายความ

ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 ว่าระเบียบของสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความไม่อนุญาตให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้หญิงแต่งกายในชุดผู้หญิงตามเพศสภาพ ในการเข้าสอบข้อเขียน แม้ผู้ร้องจะทำศัลยกรรมหน้าอกและได้รับการผ่าตัดแปลงเพศแล้วก็ตาม ผู้ร้องเห็นว่าระเบียบดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ จึงยื่นคำร้องต่อ วลพ.

ต่อมาในวันที่ 27 เม.ย.65 คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) มีคำวินิจฉัยสรุป ว่า เนื่องจาก มาตรา 27 วรรค 3 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ยืนยันว่า ความแตกต่างในเรื่องเพศไม่อาจถือเป็นเหตุที่จะทำให้เกิดการปฏิบัติต่อบุคคลให้แตกต่างกันได้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ คำว่า เพศให้หมายความ

รวมถึงความหลากหลายทางเพศ บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิกำหนดอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองด้วยการแต่งกายตามเพศสภาพที่ตนประสงค์หรือต้องการอันถือเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิความเป็นส่วนตัว ที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองแก่บุคคลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน การที่ผู้ร้องประสงค์จะแต่งกายตามเพศสภาพ จึงเป็นสิทธิในการแต่งกายตามเพศสภาพของบุคคลในสถานศึกษา

ข้ออ้างของสภาทนายความว่า ระเบียบของสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ อ้างอิงจากการแต่งกายของเนติบัณฑิตยสภา และในการปฏิบัติงานของผู้ผ่านการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ ต้องสัมพันธ์กับเนติบัณฑตยสภา และศาลยุติธรรมหรือหน่วยงานเกี่ยวกับวิชาชีพทางกฎหมาย

ซึ่งได้มีการกำหนดเรื่องการแต่งกายของเพศชายและเพศหญิงไว้เฉพาะนั้น มิอาจรับฟังได้ เพราะไม่เป็นไปตามข้อยกเว้น ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 มาตรา 17 วรรค 2 ซึ่งยกเว้นให้เฉพาะเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัย หรือตามหลักศาสนา หรือ เพื่อความมั่นคงของประเทศ

คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) จึงมีคำสั่งให้ สภาทนายความ และสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความอนุญาตให้ผู้ร้องแต่งกายในการ สอบสัมภาษณ์หรือสอบวัดผลอื่นๆ ตามเพศสภาพได้ และให้ปรับปรุง แก้ไข กฏ ระเบียบ ประกาศ หรือแนวปฏิบัติให้บุคคลที่แสดงออกทางเพศแตกต่างจากเพศโดยกำเนิดแต่งกายตามเพศสภาพได้ โดยให้ใช้บังคับได้โดยทั่วไปและไม่มีเงื่อนไข และให้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน

คำวินิจฉัยนี้ เดินตามแนวทางของกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่เคยมีมติว่าการที่มหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้นักศึกษาที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดข้ามเพศ (Transgender) แต่งกายตามเพศสภาพในการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่เคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และละเมิดสิทธิมนุษยชน กสม. ยังมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้มหาวิทยาลัยพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการแต่งกายของนักศึกษาที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด

โดยให้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องการแต่งกายเข้าเรียน การเข้าสอบ ตลอดจนการเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อสำเร็จการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลให้เป็นไปตามหลักการสิทธิมนุษยชนต่อไป ซึ่งมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ดำเนินการแก้ไขกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ต่างๆ ตามแนวทางนี้แล้ว

แนวคิดเรื่องการรับรองและเคารพสิทธิมนุษยชนในระดับโลกเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ประเทศไทยก็มีการเปลี่ยนแปลงในการรับรองสิทธิมนุษยชนมากขึ้น เช่นเดียวกัน หน่วยงานและองค์กรต่างๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

กฏ ระเบียบ ข้อบังคับใด ที่ยังเป็นอุปสรรคหรือไม่สอดคล้องกับยุคสมัย จึงจำเป็นต้องได้รับการทบทวนและปรับปรุงแก้ไขให้ทันโลกทันเหตุการณ์ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...