โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

STPI กำไรไตรมาส Q1 ลดฮวบ 80% เหลือ 24.53 ล้านบาท เหตุรายได้ขาย-บริการหด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 03.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 24.53 ล้านบาท ลดลง 80.32% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 124.59 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการดำเนินงานลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลงจากสัดส่วนรายได้งานขายและบริการที่ลดลง หลังงานบริการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2568

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 617 ล้านบาท ลดลง 173 ล้านบาท หรือ 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 791 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 185 ล้านบาท หรือ 71% เนื่องจากงานบริการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันเสร็จสิ้นไปแล้ว ขณะที่งานประเภทเดียวกันซึ่งบริษัทลงนามสัญญาในช่วงต้นปี 2569 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 3/2569 ส่วนรายได้จากงานอื่น ๆ ได้แก่ งานรับจ้างผลิต การขายและบริการเกี่ยวกับไฟฟ้า และการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน

สำหรับต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 518 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นประมาณ 100 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 16% ของรายได้ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 39% เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากการขายและบริการ

ซึ่งเป็นงานที่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างดี ลดลง ประกอบกับงานรับจ้างผลิตในโครงการหลักมีค่าใช้จ่ายเร่งงานช่วงท้ายโครงการ แต่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้บางส่วนได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดี บริษัทอยู่ระหว่างการตกลงค่าเร่งงานดังกล่าวกับลูกค้า ซึ่งจะสามารถเรียกเก็บได้เมื่อครบเงื่อนไขในไตรมาสถัดไป

นอกจากนี้ ปริมาณงานที่ไม่เต็มกำลังการผลิตส่งผลให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 54% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรือประมาณ 37% จากปีก่อน เนื่องจากมีค่าที่ปรึกษากฎหมาย และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโรงไฟฟ้าขยะชุมชน เพื่อเตรียมเปิดดำเนินการขายไฟเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 86 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่รับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 3 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด

ขณะเดียวกันบริษัทตั้งสำรองผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 19 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ตั้งสำรอง 62 ล้านบาท และมีต้นทุนทางการเงิน 43 ล้านบาท ลดลง 11 ล้านบาท หรือประมาณ 20% สอดคล้องกับเงินกู้ยืมระยะยาวที่ลดลงจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ของกลุ่มบริษัท

ด้านเงินลงทุนในการร่วมค้า บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจำนวน 62 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน 16 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากโครงการ Monsoon โรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 600 เมกะวัตต์ในประเทศลาว ซึ่งเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2568 โดยไตรมาส 1 เป็นช่วงที่ปริมาณลมอยู่ในเกณฑ์ดี ส่งผลให้ผลประกอบการของโครงการกลับมาเป็นบวก เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยังมีเพียงค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินในระหว่างการก่อสร้าง

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ STPI มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในไตรมาส 1/2569 จำนวน 24.53 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 124.59 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลงประมาณ 80%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...