โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รับมือกับเพื่อนร่วมงานที่มีนิสัย "Passive-Aggressive" อย่างไรดี

Mission To The Moon

เผยแพร่ 02 ส.ค. 2565 เวลา 12.00 น.

เคยไหม? มีเพื่อนร่วมงานที่ไม่พอใจเรา แต่ไม่พูดออกมาตรงๆ เขากลับแสดงออกทางอ้อมหลายรูปแบบแทน ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาเชิงประชดประชันต่อหน้า กระแนะกระแหนเราผ่านอีเมล แกล้งไม่บอกข้อมูล ไปจนถึงแกล้งทำงานช้า
.
รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่พอใจแต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพอเราถามตรงๆ อีกฝ่ายกลับบ่ายเบี่ยงว่า “เปล่านะ เราไม่ได้อะไรกับเธอเลย” หรือบอกว่าเราคิดไปเอง
.
การกระทำเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของฝ่ายที่โดนกระทำอย่างมาก ทั้งหงุดหงิด สับสน และเสียความรู้สึก ยิ่งไปกว่านั้น นิสัยสุด Toxic เช่นนี้ยังพบได้บ่อยในที่ทำงาน แถมจะจัดการกับมันก็ยากเสียด้วย!
.
หากเราต้องเจอแบบนี้บ้างคงเหนื่อยแย่ มาดูกันดีกว่าว่าจะรับมือกับพฤติกรรมแบบนี้ได้อย่างไร
.
.
#ผลสำรวจเรื่องนิสัย Passive-Aggressive ในที่ทำงาน
.
การศึกษาหนึ่งสอบถามชาวอเมริกันกว่า 1,200 คน เรื่องพฤติกรรม Passive-Aggressive โดย 20% บอกว่าเพื่อนร่วมงานมักแสดงพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยกว่าเพื่อน หรือ คนในครอบครัว ส่วนอีกกว่า 73% รายงานว่าพวกเขาเคยเจอพฤติกรรมเช่นนี้จากเพื่อนร่วมงาน และ 52% ระบุว่าพวกเขาเจอพฤติกรรมเช่นนี้ ‘ทุกสัปดาห์’
.
การสื่อสารเชิง Passive-Aggressive ที่คนลงความเห็นว่าแย่ที่สุด คือ การโยนความผิด (26%) การสั่งสอน (16%) และการบอกว่าตนไม่ได้โกรธ (15%) ส่วนพฤติกรรมที่คนลงความเห็นว่าแย่ที่สุด ได้แก่ การแสร้งทำเป็นสุภาพหรือเป็นมิตร (24%) การแสร้งทำเป็นใสซื่อ (17%) และ ทำเป็นใจดีด้วยเพื่อหลอกใช้ (14%)
.
.
#รับมือกับพฤติกรรมไม่พอใจแบบอ้อมๆ
.
แม้จะเป็นเรื่องที่จัดการด้วยยากเพราะเปิดใจคุยทีไรอีกฝ่ายก็บอกว่า “ไม่ได้มีปัญหาอะไร” แต่เราก็พอจะมีทางออกให้ทุกคนอยู่บ้าง
.
1) จดพฤติกรรมหรือคำพูดของอีกฝ่ายไว้
เรารู้ว่าอีกฝ่ายไม่พอใจเราอยู่ก็จริง แต่บางครั้งเราก็ระบุชัดเจนไม่ได้ว่า มันเป็นเพราะประโยคที่เขาเลือกใช้ วิธีการพูด น้ำเสียง หรือพฤติกรรมไหนของเขาที่ทำให้เรารู้สึกแย่ ดังนั้นขั้นตอนแรกลองตั้งสติ และระบุพฤติกรรมหรือคำพูดของอีกฝ่ายให้ชัดเจนก่อน โดยเราอาจจดโน้ตไว้พร้อมบริบทเล็กน้อย เพื่อให้เราอธิบายได้ถูกในภายหลัง
.
2) ปรึกษาหัวหน้าหรือคนที่สามารถช่วยเหลือได้
เราอาจอธิบายสถานการณ์ให้หัวหน้า หรือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลฟัง ว่าเรารู้สึกไม่สบายใจเพราะอะไร เพราะคำพูดและพฤติกรรมอะไรบ้าง จากนั้นก็ขอให้ช่วยจัดการการพูดคุยระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยมีคนอื่นเป็นคนกลาง
.
3) เตรียมหลักฐานให้พร้อม
ในการพูดคุยตรงๆ เพื่อแก้ปัญหากับคนเหล่านี้นั้น เราควรอธิบายอย่างหนักแน่นและเป็นเหตุเป็นผล ว่าการกระทำของอีกฝ่ายกระทบเราอย่างไร และที่สำคัญเราควรเตรียมหลักฐานที่จดไว้มาด้วย เพราะถ้าหากเราพึ่งพาความทรงจำกับความรู้สึกเฉยๆ ล่ะก็ อาจจะไขว้เขวได้ เนื่องจากอีกฝ่ายมักจะมีข้ออ้างและพร้อมปฏิเสธตลอดเวลา
.
4) สร้าง Safe Space ในการออกความเห็น
ส่วนใหญ่คนที่มีพฤติกรรม Passive-Aggressive มักจะทำไปเพราะไม่กล้าที่จะยอมรับตรงๆ ว่าตนไม่พอใจ อาจจะเพราะกลัวเสียหน้าหรือกลัวคนอื่นมองไม่ดี จึงกลายเป็นพฤติกรรมอ้อมๆ แต่สุดแสนจะ Toxic แทน
.
การสร้าง Safe Space ระหว่างพนักงานด้วยกัน และ ระหว่างพนักงานกับหัวหน้า จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากพนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะเสนอความเห็นของตัวเองออกมา อาจช่วยลดพฤติกรรมไม่พอใจอ้อมๆ เหล่านี้ได้
.
5) ให้ความรู้เรื่อง Passive Aggressive
การให้ความรู้ว่าพฤติกรรมและคำพูดใดเข้าข่ายแสดงอาการ Passive-Aggressive จะช่วยให้พนักงานตระหนักถึงพฤติกรรมของตนเองและคนรอบข้าง
.
Sankalp Chaturvedi ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมองค์กร จาก Imperial College London ยังบอกอีกว่า ควรมีการฝึก ‘หัวหน้า’ ให้รู้จักสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้อย่างจริงจัง เพราะบ่อยครั้งมันระบุยากว่าเจตนาของอีกฝ่ายคืออะไรกันแน่ กว่าจะรู้ว่ามีพนักงานที่ทำพฤติกรรมแบบนี้ คนอื่นๆ รอบตัวอาจจะทนความ Toxic ไม่ไหวจนลาออกไปแล้วก็ได้
.
.
สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญมาก พนักงานเพียงคนเดียวทำพฤติกรรมแย่ๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานหลายคนได้ ดังนั้นมาทำความเข้าใจกับพฤติกกรรมนี้ เพื่อจะรับมือได้ถูกต้อง และไม่เผลอทำพฤติกรรมแย่ๆ เหล่านี้เอง
.
.
อ้างอิง
https://bbc.in/3PKSXcg
https://bit.ly/3zHfwZK
https://bit.ly/3zCRAXn
.
เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ
- อ๊ะ อ๊ะ ตาวิเศษเห็นนะ! งานวิจัยเผยยิ่งจับตามอง พนักงานยิ่งไม่อยากทำงาน : https://bit.ly/3JdDXky
- “มั่นหน้า” vs “มั่นใจ” ภัยความมั่นในที่ทำงาน เส้นบางๆ ระหว่างมั่นใจและอีโก้ : https://bit.ly/3cSwWK4
.
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#psychology

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...