โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก 6 หลักสูตรแซนด์บอกซ์ ที่ตลาดพร้อมแย่งตัวเข้าทำงาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มี.ค. 2566 เวลา 09.46 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2566 เวลา 09.46 น.
ภาพจาก:มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ทำความรู้จัก 6 หลักสูตรแซนด์บอกซ์ ที่สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจร่วมกันพัฒนา เมื่อเรียนจบตลาดพร้อมแย่งตัวเข้าทำงานทันที

วันที่ 12 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาทั้งด้านกฎหมาย นโยบาย มาตรการที่หลากหลาย เพื่อปฏิรูประบบการอุดมศึกษาให้เท่าทันโลก และความต้องการกำลังคนที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญที่กระทรวง อว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันขับเคลื่อนคือ การจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าหลักสูตรแซนด์บอกซ์ เป็นแนวทางการจัดการศึกษาแบบใหม่ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ มุ่งเน้นผลิตคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคการผลิต เช่นเรียนกับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมฝึกประสบการณ์ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ซึ่ง ณ ปัจจุบันหลักสูตรแซนด์บอกซ์ได้รับการอนุมัติแล้วทั้งสิ้น 6 หลักสูตร และบางหลักสูตรเริ่มเปิดรับสมัครนิสิต-นักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้

1.หลักสูตรการผลิตและพัฒนากำลังคนสาขาฉุกเฉินการแพทย์

เป็นความร่วมมือระหว่าง 10 สถาบัน ได้แก่ 1.วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 2.มหาวิทยาลัยมหิดล 3.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4.มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 5.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 6.มหาวิทยาลัยพะเยา 7.มหาวิทยาลัยบูรพา 8.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ 9.สถาบันพระบรมราชชนก 10.สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สถาบันพระบรมราชชนก

ทั้งนี้การบริการการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล เป็นงานบริการที่มีความสำคัญต่อระบบสุขภาพของประเทศ โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า การที่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับการปฏิบัติการทางการแพทย์ขั้นสูงตั้งแต่เมื่ออยู่นอกโรงพยาบาล ทำให้มีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ดังนั้นการบริการการแพทย์ฉุกเฉินจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่บริบาลผู้ป่วยฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล

ประเทศไทย ได้เริ่มมีการจัดการศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ระดับปริญญามาแล้วประมาณ 13 ปี ตราบจนปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สำเร็จการศึกษาสาขาฉุกเฉินการแพทย์ที่มีความสามารถในระดับนี้จำนวน 674 คน (ข้อมูลเดือนเมษายน พ.ศ. 2565) และมีอัตราการผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์เพียงปีละ 180-200 คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

ดังนั้นหน่วยงานที่จัดการศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ระดับปริญญาในประเทศไทย จึงได้ร่วมกันหาทางออกเพื่อให้ประเทศมีบุคลากรด้านฉุกเฉินการแพทย์ที่มีความสามารถระดับสูงอย่างเพียงพอและรวดเร็ว โดยตั้งเป้าผลิตกำลังคนสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ระดับผู้ประกอบโรคศิลปะ จำนวน 15,000 คน ภายใน 10 ปี (2566-2567)

2.หลักสูตรการผลิตบุคลากร High-tech Entrepreneur

นำโดย International School of Management (ISM) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ Harbour.Space University ประเทศสเปน, หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (Thaichamber) และบริษัทต่าง ๆ จะร่วมกันสร้างผู้ประกอบการที่มีทักษะทางเทคโนโลยีขั้นสูง

เช่น เจ้าของธุรกิจสตาร์ตอัพ เจ้าของสินค้าที่มีนวัตกรรม หรือทำงานกับองค์กรในสายงานพัฒนาธุรกิจ เป็นต้น โดยจะมีมืออาชีพระดับโลก อาทิ Mr.Kamran Elahian จาก Silicon Valley สหรัฐอเมริกา ผู้มีประสบการณ์สร้างบริษัท Startup ในระดับ Unicorns 4 บริษัท เป็นหัวหน้าหลักสูตร และเป็นผู้สอนในวิชา From Zero to Hero และ Ms.Ann Hiatt ผู้ที่วงการ startup และ Tech ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาในฐานะ Executive Business Partner ของ Jeff Bezos (CEO ของ Amazon) และ Chief-of-Staff ของ Eric Schmidt (CEO และประธานบริหารของ Google/Alphabet)

หลักสูตรนี้ตั้งเป้าผลิตกำลังคนด้านเทคโนโลยี จำนวน 400 คน ภายใน 7 ปี

3.หลักสูตรการผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล

นำโดยมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยมหิดล,มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, และมหาวิทยาลัยขอนแก่น

จัดตั้งสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Engineering Institute; AIEI) ขึ้นเพื่อเป็นแกนกลางในการช่วยประสานงานระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อร่วมกันจัดการศึกษา แบ่งปันทรัพยากร เเละเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยในเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลักสูตรนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลของประเทศที่มีศักยภาพตามสาขาความต้องการด้าน AI เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 หรือประมาณ 7 แสนคน ภายใน 7 ปี เพื่อยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ ที่สำคัญการเรียนจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสนใจ ความถนัด และก้าวหน้าไปตามความสามารถของตนได้อย่างอิสระ อีกทั้งผู้เรียนยังสามารถสำเร็จการศึกษาได้ภายใน 3 ปี โดยไม่ขึ้นกับระยะเวลาเรียน

นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีโอกาสทำโปรเจกต์ต่อเนื่องตั้งแต่ปีแรกร่วมกับองค์กรภาคเอกชนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น หัวเว่ย, ทรู,เอไอเอส, ไมโครซอฟท์ และอื่น ๆ คาดว่าจะมีการผลิตบุคลากรไม่น้อยกว่า 1,880 คน ภายใต้หลักสูตรนี้

4.หลักสูตรการผลิตกําลังคนศักยภาพสูงที่มีความรู้เชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์และแนวคิดเชิงนวัตกรรม

นำโดยวิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ธัชวิทย์) สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และสถาบันอุดมศึกษา ตั้งเป้าผลิตกําลังคนทักษะสูงที่มีความรู้เชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ และแนวคิดเชิงนวัตกรรม 175 คน ภายใน 9 ปี

5.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล

เป็นหลักสูตรของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มุ่งเน้นผลิตคนที่มีทักษะทางด้านดิจิทัลสูง ซึ่งตั้งเป้าผลิตรุ่นแรก 1,200 คน

จุดเด่นของหลักสูตรนี้คือการเปิดโอกาสให้นิสิตได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพผ่านการฝึกงานสม่ำเสมอทุกชั้นปี คือเรียนทฤษฎีของแต่ละชั้นปีจบก็จะได้ฝึกงานทุกปี โดยจะได้รับประกาศนียบัตร (Certificate) รับรองรายภาคการศึกษา หรือกล่าวง่าย ๆ ว่าเมื่อเรียนจบแต่ละชั้นปีนักศึกษาสามารถออกไปประกอบอาชีพได้ด้วยโดยสะสมหน่วยกิตไว้ในคลังหน่วยกิต เมื่อพร้อมกลับมาเรียนก็สามารถมาเรียนต่อได้ทันที

รวมทั้งใช้เทคโนโลยีออนไลน์ในการสอนทำให้สามารถรองรับนิสิตได้จำนวนมากขึ้น หรือราวปีละ 300 คน และใช้โจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรมในการทำโครงงาน และในอนาคตยังสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการ Thailand Plus Package ในการจับคู่ตำแหน่งงานให้นิสิตมีงานทำทั้งในระหว่างเรียนและหลังจบการศึกษา และการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับสถานประกอบการสำหรับการจ้างงานบุคลากรอีก 1.5 เท่า

6.หลักสูตรการจัดการบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการบินนานาชาติ

เป็นหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก เพิ่มการผลิตกำลังคนในกลุ่มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จุดเด่นของหลักสูตรนี้เป็นการจัดการศึกษาร่วมกับภาคผู้ใช้บัณฑิตอย่างเข้มข้น ใช้ผู้สอนที่มีประสบการณ์ตรงในสายงาน

อีกทั้งเป็นหลักสูตรมาตรฐานระดับสากลได้รับการรับรองจากองค์กรการบินนานาชาติ ICAO/IATA พร้อมประกาศนียบัตร โดยบัณฑิตทุกคนจะได้รับการจ้างงาน 100% รวมถึงยังเปิดโอกาสให้กลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 จากหลักสูตรอื่นสามารถเข้าศึกษาและได้รับปริญญาใบที่สอง หรือ Double Degree ได้ โดยทั้ง 2 หลักสูตรที่ได้รับการอนุมัตินี้ สามารถให้สถาบันอุดมศึกษาอื่นใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...