โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Boat and Beyond เรือหางยาวที่พาล่องทะเลกระบี่ในความไพรเวท พรีเมียม ลักซ์ชัวรี่

ONCE

อัพเดต 03 เม.ย. 2566 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2566 เวลา 00.00 น.

ไปล่องเรือหางยาวกัน…

จากภาพจำเรือประมงเดิมๆ คงชวนให้ใครหลายคนคิดถึงการนั่งเรือท้องถิ่นออกทริปรับกลิ่นอายทะเลทั่วไป หรือไม่ก็สัมผัสเสน่ห์วิถีชุมชนของที่ไหนสักแห่ง แต่สำหรับ Boat and Beyond นี่คือธุรกิจนำเที่ยวโดยเรือหางยาวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ผสมผสานเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความหรูหราสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน

Boat and Beyond คือบริษัทเรือนำเที่ยวทะเลกระบี่รูปแบบใหม่ จากแนวคิดของ โบ-รัตน์ศรัณย์ และ บี-ทิพยาภรณ์ สะมาน 2 สาวพี่น้องที่เติบโตมากับธุรกิจท่องเที่ยวของครอบครัว และกล้าเปิดตัวธุรกิจใหม่สวนกระแสยุคโควิด-19 เมื่อปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยเน้นจุดขายการท่องเที่ยวแบบไพรเวท ตอบโจทย์วิถี New Normal ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์และบริการไม่เหมือนใคร

ที่สำคัญ…เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการรูปสวยๆ อัพลง IG!

เรือหางยาวอัพเกรด

ไอเดีย luxury long-tail boat เริ่มต้นมาจากครอบครัวของโบกับบี ทำธุรกิจเรือนำเที่ยวอยู่แล้วคือ บาราคูดัส ทัวร์ เป็นเจ้าแรกของกระบี่ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 27 ปี และคุณพ่อมักจะมักจะพาไปช่วยงานอยู่บ่อยๆ ทำให้ทั้งคู่ได้คลุกคลี เรียนรู้ และบ่มเพาะประสบการณ์ในวงการท่องเที่ยวมาไม่น้อย รวมทั้งมองเห็นข้อจำกัดของตลาด Mass และโอกาสการต่อยอดธุรกิจตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

กระทั่ง 6 ปีที่แล้ว หลังจากเรียนจบปริญญาโทด้านบริหารจาก Queen Mary University of London และทำงานในตำแหน่ง Management Trainee ที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ทอยู่ 6 เดือน โบ ออกมาช่วยงานธุรกิจที่บ้านอย่างเต็มตัวและเริ่มมีแนวคิดอยากเพิ่มความพรีเมียมให้กับเรือหางยาว หนึ่งในเอกลักษณ์โดดเด่นของท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยชื่นชอบ แต่กลับเป็นเกรดรองทั้งในแง่ของราคาและการบริการเมื่อเทียบกับสปีดโบ๊ต

“เราอยากเจาะตลาดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาความพรีเมียมมาประยุกต์เข้ากับความเป็นท้องถิ่น บวกกับพอเห็น Pain Point ที่นักท่องเที่ยวไม่ชอบจอยกรุ๊ป และบางคนไม่ได้อยากออกทริปแบบทั้งวัน จึงเกิดเป็นไอเดียนำเรือหางยาวมาทำเป็นรูปแบบไพรเวทที่ไม่เหมือนกับที่ให้บริการอยู่ทั่วไป พอช่วงปลายปี 2019 บี อยู่ปี 4 และกลับมาเรียนออนไลน์ที่บ้าน จึงได้ชักชวนกันลุยโปรเจ็กต์นี้ด้วยกัน”

โบ วัย 27 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Boat and Beyond

บัณฑิตจากคณะ Business English Communication มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วัย 22 ปี เสริมต่อจากพี่สาวว่า พวกเธออยากจะปรับปรุงแบรนด์เก่าของครอบครัวให้มีความหลากหลายและเติมความพรีเมียมมากขึ้น แต่ด้วยปัญหาเรื่องความแตกต่างทางความคิดของ 2 เจเนอเรชั่นคงหาจุดลงตัวได้ยาก จึงตัดสินใจเปิดแบรนด์ใหม่ภายใต้การบริหารจัดการด้วยตัวเองทั้งหมดแทนการ Rebranding ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

Exclusive- Stylish- Leisure

คำว่าพรีเมียมในที่นี้ไม่ได้หมายความแค่การตกแต่งรูปลักษณ์เรือหางยาวให้สวยงาม ทันสมัย พร้อมอาหารมื้อพิเศษเท่านั้น แต่ยังใส่ใจตั้งแต่การเลือกสี คัดสรรของกิน ของใช้ ตลอดจนรูปแบบการบริการที่ 2 สาวใต้ยืนยันว่า ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

เป็นเจ้าแรกของกระบี่อีกครั้ง…แต่ครั้งนี้เป็นคิวของรุ่นลูก

“ยังไม่มีใครทำโปรดักต์หรือการบริการรูปแบบนี้มาก่อน รูปลักษณ์ของเรืออาจเหมือนเดิม แต่เราเพิ่มเรื่องของ Emotional และ Experience ลูกค้าจะต้องกลับไปด้วยความประทับใจ เราคัดสรรทุกอย่างมาอย่างดี ตั้งแต่การไปดูเทรนด์ปิคนิค แคมปิ้งแล้วเอามาประยุกต์ใช้ แม้แต่เรื่องสีก็เลือกมาเพื่อให้ถ่ายรูปออกมาสวย ตัดกับน้ำทะเล พร็อบต่างๆ ก็คัดกันนานมาก เลือกแล้วเลือกอีกเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด ถ้าเปรียบเป็นโรงแรม Boat and Beyond ก็คือโรงแรมระดับ 4-5 ดาว”

นอกจากการออกแบบภายในตัวเรือให้สะดวกสบาย เพิ่มเบาะนั่ง ดีไซน์ที่นั่งแบบมีโต๊ะกลาง และทำที่ปิดกั้นระหว่างคนขับเรือกับส่วนผู้โดยสารเพื่อลดเสียงดังของเครื่องยนต์แล้ว ยังมีของใช้และบริการระดับมาตรฐานโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นกระจก ยางรัดผม ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูชายหาดพร้อมหมอนอิง กาแฟ cold brew จาก TAN CAFE x JUST FINE หรือผู้ช่วยส่วนตัวบริการบนเรือ เป็นต้น

“สำหรับ Assistant เราก็คัดเลือกและเทรนด์เหมือนพนักงานโรงแรม คอยช่วยอำนวยความสะดวกระหว่างทริป แต่ต้องเว้นระยะให้ลูกค้ามีความเป็นส่วนตัว อธิบายข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวและแนะนำมุมถ่ายรูปสวย โดยที่ลูกค้าต้องปิดทริปด้วยความประทับใจ ถ้าให้อธิบายความเป็นเราในแบบสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ Exclusive Stylish Leisure นี่แหละ…Boat and Beyond”

เทรนด์หรูโดนใจ

แม้วิกฤตโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนักหน่วง แต่เมื่อประเมินจากต้นทุนที่มีอยู่บวกกับความต้องการของตลาดในประเทศแล้ว นั่นทำให้ โบกับบี ยังคงเดินหน้าเปิดตัวกิจการนำเที่ยวทะเลกระบี่โดยเรือหางยาวสุดหรูอย่างไม่เป็นทางการช่วงก่อนสงกรานต์

“เรือหางยาวเราก็มีอยู่แล้ว แค่เอามารีโนเวทไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด กัปตันเรือก็เช่นกัน เราเป็นเหมือนธุรกิจสตาร์ตอัพ มีพนักงานแค่ 5 คน เรื่องมาร์เกตติ้งและโอเปอเรชั่น เราสองคนทำกันเอง ส่วนเรื่องอาหารก็มาจากอ่าวนาง คลิฟฟ์ วิว รีสอร์ท ซึ่งเป็นโรงแรมของครอบครัวอยู่แล้ว และคิดว่าขายได้เพราะมีคนอยากเที่ยวมากมาย และด้วยรูปแบบไพรเวทก็เหมาะกับยุคโควิด ซึ่งเป้าหมายของเราในช่วงแรกคือกลุ่มคนไทย” บี อธิบายเหตุผลของการคิดต่างในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ

บริการของ Boat and Beyond จะมีให้เลือก 2 เส้นทาง คือ Exclusive Hong Islands Trip และ Exclusive 4 Islands Trip ได้แก่ ทะเลแหวก เกาะไก่ เกาะปอดะ และไร่เลย์ สำหรับ 4 คนต่อทริป 4 ชม.ครึ่งต่อรอบ และ 2 รอบต่อวัน ซึ่งแบ่งเป็น Sunrise 8.00-12.30 น. และ Sunset 14.00-18.30 น.

“เราเปิดให้บริการในกลุ่มเพื่อนๆ และบล็อกเกอร์ในช่วงแรก และเปิดจองสำหรับคนทั่วไปในเดือนเม.ย. ปรากฎว่าภาพและทริปของเรากระจายไปเร็วมาก มียอดจองในเดือนเม.ย. เข้ามาเต็มทุกวันทุกเที่ยว และมีต่อเนื่องไปถึงเดือนพ.ค. โดยเส้นทางที่ได้รับความนิยมคือ เกาะห้องที่มีราคาสูงกว่าด้วย

ผลตอบรับดีเกินคาดมาก จากที่วางกลุ่มเป้าหมายไว้ที่คนรุ่นใหม่ แต่เรากลับได้ลูกค้าหลายกลุ่ม บางกลุ่มคิดว่าอาจไม่ได้รับความสนใจด้วยซ้ำ เช่น ลูกค้าสูงอายุที่มาเที่ยวกับเพื่อน ซึ่งรู้จากลูกๆ หลานๆ ที่เอาภาพให้ดู เดือนแรกเราไม่คิดว่าจะเต็มขนาดนี้ แต่เปิดมาตอบลูกค้ากันไม่ทันเลย” โบ เล่าด้วยน้ำเสียงชื่นใจ

เรือไทย(ต้อง)ดังไกลไปทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม กระแสการตอบรับที่กำลังไปได้สวยกลับต้องหยุดชะงักลงเพราะการแพร่ระบาดระลอกล่าสุด เมื่อมีมาตรการล็อกดาวน์และบวกกับเงื่อนไขด้านความปลอดภัยต่างๆ ทำให้ไม่มีลูกค้ามานานนับเดือนแล้วเช่นกัน แต่ทั้งคู่ยังเชื่อว่า เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจะกลับมาได้เหมือนเดิม

“อาจจะเหนื่อยหน่อย เพราะคงต้องเริ่มการสร้าง Brand Awareness กันใหม่อีกครั้ง แต่เราเห็นแล้วว่ากลยุทธ์มันเวิร์ก คนไทยอยากมาเที่ยว เอเยนต์จีนก็เริ่มติดต่อเข้ามา ที่ผ่านมาเราได้กำลังใจจากความประทับใจของลูกค้ามากมาย มีเคสหนึ่งที่เป็นลูกค้าคนดังในวงการแฟชั่น ซึ่งจองมาเอง เขาชอบและให้คำแนะนำเพิ่มเติมในบางเรื่องที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เราก็นำมาปรับปรุงแก้ไข จนตอนนี้กลายเป็นเพื่อนกันไปแล้วและมีการแนะนำต่อให้เพื่อนๆในวงการมาเที่ยวกันด้วย” บี ซึ่งถือโอกาสช่วงนี้ไปฝึกงานและหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่อเมริกาเพื่อนำมากลับพัฒนาธุรกิจต่อ กล่าว

หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ พวกเธอเตรียมจะ Grand Opening ในเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ โดยหวังว่าปีหน้าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นกลับมาได้ พร้อมวางแผนขยายฐานกลุ่มลูกค้าจากภายในประเทศ ไปสู่เอเชียและยุโรป และตรียมปรับกรุ๊ปใหญ่ขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว 7-8 คนรวมทั้งเพิ่มเส้นทางมากขึ้นในเฟสต่อไป ซึ่งต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง โดยโบย้ำว่าพวกเธอต้องการสร้างแบรนด์เรือหางยาวนี้ให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

“เป้าหมายของเราคือการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทุกเคส อยากให้กลายเป็นจุดเช็กอินของกระบี่ที่มาแล้วต้องไปกับเรา Boat and Beyond จะต้องดังไกลไปทุกทวีป”

ขอบคุณภาพจาก : Boat and Beyond

Boat and Beyond
โทร. 092 246 6993
Instagram: boatandbeyond
Facebook: Boat and Beyond

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...