โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตำรวจสระแก้ว สกัดจับแก๊งหลอกดาวน์รถมอ'ไซค์ ส่งข้ามแดนไปขายกัมพูชา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ก.พ. 2565 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2565 เวลา 10.34 น.

ตำรวจสระแก้วสกัดจับแก๊งมิจฉาชีพ หลอกดาวน์รถจักรยานยนต์ส่งขายประเทศกัมพูชา สามารถยึดของกลางรถจักรยานยนต์ใหม่เอี่ยม 7 คันและปิกอัพตู้ทึบ ป้ายแดง 1 คัน ที่ใช้เป็นพาหนะขนส่ง พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ก่อนจะถูกนำข้ามชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว

วันที่ 11 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ,พ.ต.อ.บุญสาน สินทอง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ,พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว และ พ.ต.อ.นิวัฒน์ชัย สุขธนารักษ์ ผกก.สภ.คลองหาด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันเข้มงวดจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตามคำสั่งของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 ก่อนมีการนำส่งไปจำหน่ายยังประเทศกัมพูชาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ซึ่งผลการปฏิบัติงาน พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองหาด สามารถสกัดจับกลุ่มขบวนการนำรถจักรยานยนต์ซึ่งเช่าซื้อดาวน์มาจากต่างพื้นที่ นำส่งออกไปขายนอกราชอาณาจักรตามแนวชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 7 คัน และผู้ต้องหา 1 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติมไปยังเครือข่ายขบวนการดังกล่าว

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยว่า ชุดสืบสวน สภ.คลองหาด สามารถจับกุมตัว นายบอล (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ม.4 ต.คลองเมือง อ.จักราช จ.นคราชสีมา โดยสกัดจับรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว ติดตู้ทึบสแตนเลส ทะเบียนป้ายแดง ก-5329 ปทุมธานี ได้ที่บริเวณถนนสายบ้านไทรเดี่ยว-บ้านไผ่ล้อม ม.7 ต.ไทรทอง อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ภายในรถบรรทุกรถจักรยานยนต์สภาพใหม่เอี่ยม ไม่ติดแผ่นป้าย ยี่ห้อ ฮอนด้า PCX สีเทาดำ ,และสีแดงด้าน รวม 2 คัน ที่เหลือเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ แม็ก สีชมพู-ขาว อีก 5 คัน รวมทั้งหมด 7 คัน บรรทุกมาเต็มคันรถ

โดยผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ตนเองได้รับว่าจ้างให้ขับขี่รถยนต์ซึ่งบรรทุกรถจักรยานยนต์ทั้งหมด เพื่อนำมาส่งขายชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างทางได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้พร้อมของกลาง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า พยายามนำรถจักรยานยนต์ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร

“วิธีการที่ผู้ต้องหากระทำผิด โดยเริ่มจากการโฆษณาด้วยวิธีการต่าง ๆ ให้ประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องเงิน ร้อนเงิน ตกเป็นเหยื่อ และเป็นผู้กระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยกลุ่มผู้กระทำความผิดจะใช้วิธีแจกนามบัตร ,ใบปลิว หรือติดป้ายเงินด่วนตามสถานที่ต่างๆ สำหรับผู้ต้องการเงินด่วน โดยมีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อไว้ให้ เมื่อประชาชนโทรศัพท์เข้าไปจะให้ประชาชนไปเช่าซื้อรถจักรยานยนต์จากร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ซึ่งที่ร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์จะมีพนักงานขาย เร่งทำยอดขายแข่งกัน โดยมีโปรโมชั่นต่าง ๆ เช่น ออกรถไม่มีเงินดาวน์, บัตรใบเดียวออกรถได้ทันที ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และเมื่อทำสัญญาเช่าชื้อและได้รถจักรยานยนต์มาแล้ว กลุ่มผู้ต้องหาจะมารอรับรถจักรยานยนต์ทันที โดยให้เงินผู้เช่าซื้อในจำนวนที่ผู้เช่าซื้อนำรถจักรยานยนต์มาตามรุ่นที่นำมามอบให้ เช่น scoopi จะได้เงิน 15,000 บ. PCX จะได้เงิน 25,000 บ.และให้ผู้เช่าซื้อไปแจ้งความว่า รถจักรยานยนต์หาย หลังจากระยะเวลาผ่านไปแล้วประมาณ 1 เดือน” พ.ต.อ.ปรีชากล่าว และว่า

เมื่อผู้ต้องหาได้รถไปในสภาพใหม่ และนำส่งขายออกนอกราชอาณาจักร ทางผู้เช่าซื้อทุกราย ก็จะมาแจ้งความรถหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะได้นำหลักฐานรถหายไปให้กับร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อมา และให้บริษัทประกันภัยชดใช้ต่อไป ดังนั้น ตามที่ผู้เช่าซื้อมาแจ้งความรถจักรยานยนต์หาย ในส่วนของตำรวจเราทุกสถานีทั่วประเทศ ก็ได้มีการสืบสวนติดตามคดีและทราบว่า รถไม่ได้หายตามที่แจ้งความไว้ ผู้เช่าซื้อจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันพยายามนำรถออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งถือเป็นคดีอาญา มีโทษจำคุก

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจับกุมมิจฉาชีพกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คลองหาด อยู่ระหว่างส่งฟ้องดำเนินคดีกับ นายบอล (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี พร้อมกับประสานงานตรวจสอบหาที่มาของรถจักรยานยนต์ของกลางทั้งหมด และดำเนินการขยายผลไปยังเครือข่ายของแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ เนื่องจากสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เนื่องจากตามสัญญาเช่าซื้อรถจักยานยนต์

เมื่อผู้ให้เช่าซื้อได้เงินจากบริษัทประกันมาไม่เท่ากับราคารถจักรยานยนต์ที่จำหน่ายไป ก็จะมาฟ้องกับผู้เช่าซื้อในจำนวนเงินที่ยังขาดอยู่ ทำให้ผู้เช่าซื้อก็ต้องมาชดใช้เงินให้ครบตามราคารถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อมาตามกฎหมาย ถือว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดได้รถใหม่ไปในราคาถูก ส่วนประชาชนผู้เช่าชื้อได้เงินมาเพียงจำนวนเล็กน้อย และต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา และยังต้องชดใช้ในคดีแพ่งด้วย จึงขอแจ้งเตือนและข้อห่วงใยไปยังประชาชน อย่าตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ ถือว่า ไม่คุ้ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...