โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องกองหุ้นไทย โอกาสลงทุนฝ่าความผันผวน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 พ.ค. 2565 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2565 เวลา 02.13 น.
Photo by Campaign Creators on Unsplash

จากทิศทางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวและยังไม่มีสัญญาณที่จะเร่งขึ้นดอกเบี้ย ทำให้หุ้นไทยมีโอกาสเติบโตและเป็นอีกตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แม้ผลตอบแทนอาจไม่หวือหวา แต่จะผันผวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลก

โดย“ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า กองทุนหุ้นไทยในกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ (Equity/Large-Cap) กองทุนหุ้นขนาดกลาง-เล็ก (Equity Small/Mid-Cap)

และกองทุนหุ้นไทยตามกลุ่มอุตสาหกรรม (TH Sector Focus Equity) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (ณ 19 พฤษภาคม 2565) อยู่ที่ 6.85 แสนล้านบาท ลดลง 5.7% จากสิ้นปี 2564 เล็กน้อย และยังไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากนัก มีมูลค่าเงินไหลออกสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปี 2.43 หมื่นล้านบาท

ซึ่งเป็นเงินไหลออกจากกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่กองทุนหุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีเงินไหลออกสุทธิ 2,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้ราวครึ่งหนึ่งเป็นเงินไหลออกจากกองทุน LTF

โดยเงินไหลออกสุทธิอาจมีส่วนมาจากทิศทางที่เป็นบวกของหุ้นไทยในไตรมาสแรกที่มี SET TR (ผลตอบแทน) อยู่ที่ 3.2% ประกอบกับเงินลงทุน LTF ที่ครบกำหนดเพิ่มเติม และกองทุนหุ้นไทยตามกลุ่มอุตสาหกรรมมีเงินไหลออกสุทธิ 307 ล้านบาท

โดยกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ที่ผลตอบแทนสูงสุดตั้งแต่ต้นปี คือ กองทุน TISCOWB-A จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 8.67% ขณะที่กองทุนหุ้นขนาดกลาง-เล็กสูงสุด คือ กองทุน PRINCIPAL TDIF-X จาก บลจ.พรินซิเพิลผลตอบแทนอยู่ที่ 11.33% (ดูตาราง)

“ในระยะถัดไปหุ้นไทยบางกลุ่มอาจได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการมากขึ้น จึงยังคงมีความน่าสนใจในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทั้งนี้ หุ้นไทยยังถือเป็นส่วนสำคัญของการจัดพอร์ตการลงทุนจากปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยความเสี่ยงที่ยังมีความต่างจากหุ้นต่างประเทศ” นางสาวชญานีกล่าว

ขณะที่ “ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่ดูผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศ เนื่องจากปัจจัยที่กำลังเกิดขึ้นในโลกตอนนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทยมากนัก

เพราะไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวเป็นหลัก จะเห็นได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่กลับเข้ามามากกว่าทั้งปีที่ 2564 ฉะนั้น เศรษฐกิจปีนี้น่าจะขับเคลื่อนต่อไปได้

ทั้งนี้ ด้วยความที่ประเทศไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้อัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ยจึงไม่มีผลกระทบและไม่น่าจะปรับขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ นอกจากนี้ หุ้นไทยส่วนใหญ่เป็นหุ้นคุณค่า (value stock) มากกว่าหุ้นเติบโต (growth stock)

ดังนั้น ในภาวะที่เศรษฐกิจในต่างประเทศเสี่ยงถดถอยและมีความผันผวน ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัยในระดับหนึ่ง เนื่องจากเงินทุนสำรองของประเทศไทยยังมีอยู่มาก

“ตลาดหุ้นไทยน่าจะประคองตัวเองได้ และไม่น่าจะผันผวนมาก มองว่ามีแนวโน้มที่จะดี แต่ก็ดีแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ดีแบบชัดเจนเพราะว่าหุ้นไทยเป็นหุ้นคุณค่าฉะนั้น จะไม่ได้หวือหวาแต่ก็เป็นตลาดที่ยังสามารถลงทุนได้ และอาจจะเป็นตัวเลือกการลงทุนที่ดีในภาวะที่ต่างประเทศค่อนข้างผันผวน” นางชวินดากล่าว

ฟาก “ภราดร เตียรณปราโมทย์” รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัสกล่าวว่า หุ้นไทยปีนี้ยังถือว่าได้เปรียบเมื่อเทียบกับหุ้นต่างประเทศในหลาย ๆ มุมมองโดยปัจจัยที่หนุนให้ผลตอบแทนหุ้นไทยในปีนี้ยังแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่น ๆ คือ นโยบายการเงินของไทยที่คาดว่าอาจมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปีนี้

หรืออาจจะไม่ปรับขึ้นเลย ทำให้หุ้นไทยยังคงซื้อขายบน P/E ratio ในภาวะที่ปกติ ขณะที่หุ้นต่างประเทศอาจถูกกดดันให้ P/E ratio ลดลงได้ รวมถึงหุ้นไทยเป็นลักษณะของหุ้นคุณค่ามากกว่าหุ้นเติบโต เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนของหุ้นเทคโนโลยีอยู่ไม่ถึง 10% ซึ่งหุ้นคุณค่าจะเป็นหุ้นที่แข็งแกร่งและทำผลงานได้ดีในปีนี้

“สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์อยู่ จากเศรษฐกิจหลายประเทศที่ฟื้นตัวไปถึงช่วงก่อนโควิด-19 แล้ว ซึ่งทำให้การเติบโตค่อนข้างที่จะจำกัดมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เท่าช่วงก่อนโควิด ทำให้หลังจากนี้ยังมีช่องว่างในการเติบโตอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยจะได้เปรียบจากการฟื้นตัว” นายภราดรกล่าว

ทั้งหมดนี้กองทุนหุ้นไทยน่าจะปลอดภัยและน่าสนใจมากขึ้นในปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...