โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมศักดิ์! มั่นใจผู้ป่วยกัมพูชายังเลือก รพ.ไทย แจงปมค้างค่ารักษา

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 23.33 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 06.30 น.

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกระแสข่าวว่าผู้ป่วยชาวกัมพูชาจะไม่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของไทยตามนโยบาย รัฐบาลกัมพูชา ภายในงานประชุมวิชาการ เรื่อง “พยาบาลไทยในยุคดิจิทัล & Trend Health Partners ว่า เป็นเพียงข่าวลือที่ไม่สอดคล้องกับความจริงในพื้นที่ และมั่นใจว่าผู้ป่วยชาวกัมพูชายังมีความต้องการเข้ารับการรักษาในประเทศไทย เนื่องจากระบบสาธารณสุขไทยมีคุณภาพทั้งในด้านแพทย์และสถานพยาบาล

"คนป่วยก็ต้องเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลหรือแพทย์ที่ดี ซึ่งประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่ดีอยู่แล้ว เรื่องไม่ให้มารักษาในไทยนั้น ไม่น่าจะเป็นจริง คิดว่าเป็นความเข้าใจผิดที่ไม่นานก็คงคลี่คลาย" นายสมศักดิ์กล่าว

ชาวกัมพูชาที่มารักษาในไทยยังค้างชำระค่ารักษาเท่าไหร่นั้นเป็นเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการแก้ไข โดยพบว่ามีแรงงานและบุคคลต่างด้าวที่เข้ามารักษาในไทยจำนวนมาก บางส่วนไม่มีทะเบียน หรือไม่ได้อยู่ในระบบประกันสุขภาพ ซึ่งทำให้การติดตามค่าใช้จ่ายเป็นไปอย่างยากลำบาก

ทั้งนี้ มีมติคณะรัฐมนตรีในอดีตเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยต่างด้าวอยู่แล้ว แต่ยังไม่นำมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมผลักดันการบังคับใช้ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อป้องกันการขาดทุนของโรงพยาบาล และรักษาระบบให้มีความยั่งยืน โดยเฉพาะการจัดทำบัญชีและระบบประกันสุขภาพให้แรงงานกลุ่มนี้อย่างเป็นระบบ

จำนวนเยอะหรือไม่ที่ค้างชำระค่ารักษากับรพ.ไทย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะชาวกัมพูชา ยังมีชาวเมียนมา และคนจากประเทศอื่นๆ รวมแล้วกว่าล้านคน หรืออาจมากกว่า เพราะไม่มีการลงทะเบียน ไม่มีบัญชีที่ชัดเจน ซึ่งคนที่มาทำงานในประเทศไทยจะมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ขึ้นทะเบียนมีบัญชีขึ้นตรงกับกระทรวงแรงงาน และประกันสังคม ส่วนอีกส่วนคือ ไม่ได้ขึ้นทะเบียน เรื่องนี้จึงต้องเร่งจัดระบบให้เรียบร้อย ตอนนี้เรื่องเสนอ ครม. ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุม ส่วนในกรณีชาวกัมพูชาสวมสิทธิ 30 บาท หรือบัตรทอง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และต้องมีการดำเนินคดีตามขั้นตอนหากตรวจสอบพบก็ต้องว่ากันตามขั้นตอน

ที่มา hfocus.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...