โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธุรกิจ AI กำไรโต สวนทางธุรกิจพึ่งพาผู้บริโภคทรุดหนักจาก ‘ภาษีทรัมป์’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 19.39 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.30 น.

รอยเตอร์รายงานว่า ธุรกิจที่เน้นด้าน AI กำลังไปได้ดีและทำกำไรได้มาก สวนทางธุรกิจที่ให้บริการแก่ผู้บริโภคทั่วไปที่เผชิญกับ นโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนของสหรัฐที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักและทำกำไรได้น้อยลง

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Alphabet บริษัทแม่ของ Google, SK Hynix, และ Infosys ต่างทำกำไรได้สูงกว่าคาดการณ์

ธุรกิจ AI ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างกรณีของ IBM ธุรกิจ AI เติบโตถึง 25% ทำรายได้ 7.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด นอกจากนี้ SK Hynix ยังทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากความต้องการชิป AI และการกักตุนสินค้าก่อนภาษีศุลกากร

AI ดันเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นโต

ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงได้รับแรงหนุนอย่างมากจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เรียกว่า "Magnificent Seven" ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ ปัจจุบันกลุ่มบริษัทเหล่านี้มีสัดส่วนมากกว่า 30% ของมูลค่าตลาดรวมของดัชนี S&P 500 แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลอย่างสูงต่อภาพรวมของตลาด

Adam Sarhan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ 50 Park Investments กล่าวว่า "AI เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับเศรษฐกิจ และตลาดก็สะท้อนถึงเศรษฐกิจ" แสดงให้เห็นว่าการเติบโตของเทคโนโลยี AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นในปัจจุบัน

ธุรกิจ AI โตสวนกระแส ‘ภาษีทรัมป์’ กดดันตลาด

เทคโนโลยี AI ยังคงก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว และธุรกิจที่มุ่งเน้น AI ยังคงทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องในไตรมาสล่าสุด ตัวอย่างเช่น SK Hynix ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ชิปให้กับ Nvidia รายงานกำไรในไตรมาสนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงลูกค้าที่กักตุนสินค้าไว้ล่วงหน้าก่อนที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีศุลกากร

ในทางตรงกันข้ามกับธุรกิจ AI ภาคส่วนที่พึ่งพาผู้บริโภคโดยตรงกลับมีแนวโน้มที่ไม่ดีนัก เนสท์เล่ ผู้ผลิตอาหารบรรจุหีบห่อรายใหญ่ที่สุดของโลก รายงานว่าความต้องการสินค้าลดลง

สายการบินรายใหญ่อย่าง เซาท์เวสต์ และ อเมริกันแอร์ไลน์ของสหรัฐ ต่างออกมาเตือนว่าคนอเมริกันเดินทางน้อยลง ซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ส่วนผู้ผลิตของเล่นอย่าง แมทเทล และ ฮาสโบร ก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าความไม่แน่นอนเรื่องภาษีศุลกากรเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

ภาษีทรัมป์กดดันอุตสาหกรรมยานยนต์หนักสุด

ผู้ผลิตรถยนต์ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด และกำลังพยายามไม่ขึ้นราคาสินค้าเพื่อคงฐานลูกค้าไว้ แม้จะต้องแบกรับภาระภาษีนำเข้าที่อาจทำให้สูญเสียรายได้ไปหลายล้านหรือหลายพันล้านดอลลาร์

ฮุนได มอเตอร์ ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่ากำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สองลดลง 16% โดยระบุว่าภาษีศุลกากรของสหรัฐทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ถึงประมาณ 606.5 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่ 2 และคาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักกว่าเดิมในไตรมาสปัจจุบัน ขณะที่ เจเนอรัล มอเตอร์ส (GM) ก็ยังคงคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะลดลง 4,000 ถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

ด้านเทสลา ก็เผชิญความท้าทายเช่นกัน อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัท กล่าวเมื่อวันพุธว่า การที่รัฐบาลสหรัฐลดการสนับสนุนผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าอาจนำไปสู่ "ไตรมาสที่ยากลำบาก" ซึ่งสอดคล้องกับรายงานยอดขายไตรมาสที่ลดลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษของบริษัท

อ้างอิง Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...