โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กองปราบ โต้ "ชูวิทย์" แจงยิบปมยังไม่คืนเงินของกลาง 6 ล้าน "สารวัตรซัว"

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 06.12 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 06.12 น.
ภาพไฮไลต์

ตำรวจกองปราบตั้งโต๊ะโต้ "ชูวิทย์" แจงปมยังไม่คืนเงินของกลาง 6 ล้าน "สารวัตรซัว" เหตุยังไม่ได้ข้อยุติ ตรวจพิสูจน์ทราบที่มาของเงิน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ รอง ผบก.ป. ร่วมแถลงชี้แจงกรณีการจัดเก็บเงินสดจำนวน 6 ล้านบาทของกลางคดีสารวัตรซัว พัวพันเว็บพนันออนไลน์

พล.ต.ต.วิทยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวานที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า เงินสดจำนวน 6 ล้านบาท ที่นำมามอบให้กองปราบตรวจสอบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ผ่านมา 3 ปี ยังไม่ได้รับคืน อยากขอชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อกลางปี 2566 มีบุคคลนำเงินสดมาวางให้นายชูวิทย์ จำนวน 6 ล้านบาท ก่อนที่ต่อมานายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จะออกมากล่าวอ้างว่าเงิน 6 ล้านบาทดังกล่าวเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ขณะเดียวกันเวลานั้น นายชูวิทย์เองให้สัมภาษณ์ยอมรับกับสื่อมวลชนต่างๆ เองว่า เป็นเงินสารวัตรซัว เจ้าพ่อเว็บพนันออนไลน์ แต่ได้นำไปบริจาคต่อให้กับโรงพยาบาลแล้ว

พล.ต.ต.วิทยา กล่าวต่อว่า จากนั้นไม่นาน นายอัจฉริยะ ก็ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับนายชูวิทย์ ในความผิดฐานฟอกเงิน ทางด้านนายชูวิทย์ จึงนำเงินดังกล่าวมามอบให้กับทางตำรวจกองปราบดำเนินการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นเงินของใคร มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ประกอบกับภายหลังพนักงานสอบสวนกองปราบได้รับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดี เงินที่นายชูวิทย์นำมามอบให้ตรวจสอบไว้นั้นจึงเปลี่ยนสถานะเป็นเงินของกลางในคดีอาญา หลังจากนั้นกองปราบเองก็ได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนสืบสวนขึ้นมา ซึ่งขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

พล.ต.ต.วิทยา กล่าวต่อว่า กรณีที่นายชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ทำไมตำรวจกองปราบจึงยังเก็บเงินไว้ไม่ยอมส่งคืน อยากเก็บไว้ใช้เองหรือไม่นั้น อยากขอชี้แจงว่า ขณะนี้คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบให้แน่ชัด และได้ข้อยุติว่าเงินของกลางนี้เป็นของใคร มีที่มาที่ไปอย่างไร และเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่ และที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 2 ปี นายชูวิทย์ได้กล่าวอ้างว่าเงินก้อนนี้มาจากสารวัตรซัว แต่ก็มีอีกหนึ่งบุคคลมาแสดงตัวว่า นำเงินก้อนนี้มามอบให้นายชูวิทย์เพื่อให้ไปบริจาคต่อ จึงทำให้ต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม

“ขณะนี้คดีดังกล่าวมีการเรียกสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ ไปแล้ว 16 ปาก คดีมีความคืบหน้าไปกว่า 90% ส่วนที่ทางตำรวจยังไม่สามารถคืนเงินให้กับนายชูวิทย์ได้ เพราะจะต้องตรวจสอบให้ได้ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนตามที่กล่าวข้างต้น อีกทั้งมี ปปง. เข้ามาทำงานร่วมกันด้วย”

พล.ต.ต.วิทยา กล่าวถึงอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การตรวจสอบช้า เนื่องจากเงินดังกล่าวเป็นเงินสดที่ถูกแปรสภาพ โดยนายชูวิทย์นำไปบริจาคให้ 2 โรงพยาบาล และเมื่อโรงพยาบาลรู้ว่าเงินก้อนนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดจึงนำมาให้คืน ทำให้ยากต่อการพิสูจน์ ซึ่งเงิน 6 ล้าน ขณะนี้อยู่ในบัญชีธนาคารของกลาง ของ กก.1 บก.ป. และได้แจ้งไปยัง ปปง. เพื่อให้พิจารณาตรวจยึดอายัด เนื่องจากต้องสงสัยว่าได้มาจากการพนันที่เป็นความผิดมูลฐานของการฟอกเงิน

“อย่างไรก็ตามคาดว่าภายในเดือนหน้าสำนวนจะเสร็จสิ้น และยืนยันว่าการออกมาชี้แจงครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับที่นายชูวิทย์มาทวงถามแล้วเราจึงออกมา เราทำคดีนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากนายชูวิทย์อยากได้รับเงินคืน ก็สามารถทำเรื่องขอรับเงินคืนได้ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องให้การตรวจสอบสิ้นสุดก่อน ถึงจะได้รับเงินคืน ส่วนความคืบหน้าของคดีสารวัตรซัว มีผู้กระทำผิดทั้งหมด 9 คน ศาลพิพากษาไปแล้ว 4 คน ส่วนอีก 1 คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วตำรวจไปรับตัวมาจากเวียดนามเพื่อดำเนินคดีทราบว่าเป็นหญิงสาวคนสนิทของสารวัตรซัว ส่วนตัวสารวัตรซัวอยู่ระหว่างติดตามจับกุม ซึ่งสารวัตรซัวนั้น เชื่อว่าหลบหนีอยู่ต่างประเทศ ขณะนี้มีการออกหมายแดงไว้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเจ้าตัวอยู่ประเทศใด แต่เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่าสารวัตรซัวกลับเข้ามาที่ไทย ส่วนคดีนี้จะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อไป” ผบก.ป. กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กองปราบ โต้ "ชูวิทย์" แจงยิบปมยังไม่คืนเงินของกลาง 6 ล้าน "สารวัตรซัว"

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...