โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตาตี่จนเป็นปัญหา! หนุ่มจีนต้องกดปิดคำเตือน "หลับตาขณะขับรถ" ตลอดเวลา

Khaosod

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 04.50 น.

ชายจีนหัวจะปวด ระบบความปลอดภัยรถยนต์ล้ำสมัยก็เป็นปัญหา เตือนคนขับกำลังจะหลับใน เจ้าตัวเผยโดนเตือนจนรำคาญ เพียงเพราะตาตี่เกินไป

นายหลี่ หนุ่มจากมณฑลเจ้อเจียงของจีน เพิ่งซื้อรถยนต์หรู Xiaomi SU7 Max หนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกในขณะนี้ แต่สำหรับหลี่แล้ว การขับรถกลับเป็นเรื่องน่าปวดหัว เพราะไม่นานหลังจากที่นำรถคันใหม่ออกไปขับ

ชายชาวจีนคนนี้ก็เริ่มได้ยินเสียงเตือนว่า “กรุณาโฟกัสในการขับขี่” แม้ว่าเขาจะไม่ได้เสียสมาธิและกำลังมองถนนข้างหน้าอยู่ก็ตาม ข้อความ “โฟกัสในการขับขี่ ใส่ใจความปลอดภัย” ปรากฏขึ้นบนจอแสดงผลดิจิทัลของรถอยู่เรื่อยๆ และเขาใช้เวลาสักพักจึงเข้าใจว่าปัญหาอยู่ที่ดวงตาของเขา

“ผมทำตาโต แล้วก็ไม่ได้ยินเสียงเตือนอีก แต่พอผมลืมตาปกติ ผมก็ได้ยินเสียงเตือนอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าตาผมเล็กมากจนรถคิดว่าผมกำลังจะหลับ”

หลี่บ่นว่าคำเตือนความเมื่อยล้าของรถทำงานประมาณ 20 ครั้งระหว่างขับรถระยะสั้น ซึ่งเขาพบว่าน่ารำคาญและเสียสมาธิมาก ที่น่าสนใจคือ ความคิดเห็นจำนวนมากในคลิปของเขามาจากผู้ขับขี่ชาวจีนที่อ้างว่าประสบปัญหาคล้ายกันกับรถยนต์จีนยี่ห้ออื่นๆ เช่น Lynk & Co, Deepal และอื่นๆ เจ้าของ Xiaomi SU7 รายอื่นอ้างว่าได้รายงานปัญหาเดียวกันนี้กับผู้ผลิตแล้ว

หลังจากวิดีโอของหลี่กลายเป็นไวรัล Xiaomi ก็ได้ออกแถลงการณ์อ้างว่าผู้ขับขี่รายนี้เคยพบปัญหาฟังก์ชัน 'ตรวจสอบความเมื่อยล้า' ของ SU7 ระบบจะตรวจจับสภาพของผู้ขับขี่ผ่านกล้องที่ติดตั้งบนพวงมาลัยของรถ และหากระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่เสียสมาธิหรือเหนื่อยล้า ระบบจะส่งเสียงและคำเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังจอแสดงผลของรถ

หากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนองต่อคำเตือนเหล่านี้ รถจะเริ่มชะลอความเร็วจนหยุดสนิท ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ชี้แจงว่าสามารถปิดแอปตรวจสอบความเหนื่อยล้าได้ในการตั้งค่า แต่ไม่แนะนำให้ทำเช่นนั้นเนื่องจากมีข้อกังวลด้านความปลอดภัย

ที่มา: odditycentral

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตาตี่จนเป็นปัญหา! หนุ่มจีนต้องกดปิดคำเตือน "หลับตาขณะขับรถ" ตลอดเวลา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...