โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐ เกินดุลงบประมาณเดือน เม.ย. กว่า 2.58 แสนล้านดอลล์ ผลพวงรายได้ภาษีสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 03.25 น.

สหรัฐ เกินดุลงบประมาณเดือน เม.ย. กว่า 2.58 แสนล้านดอลล์ เพิ่มขึ้น 23% ผลพวงรายได้ภาษีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ 7 เดือนแรกของปีงบ ขาดดุล 1 ล้านล้านดอลล์

วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 03.12 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐมียอดเกินดุลงบประมาณ 258,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 23% หรือประมาณ 49,000 ล้านดอลลาร์จากปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากรายได้ภาษีที่แข็งแกร่งในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลยื่นภาษี และการจัดเก็บภาษีนำเข้าสูงเป็นประวัติการณ์

ในเดือนเมษายน กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่ามีการจัดเก็บภาษีศุลกากรรวม 16,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 9,000 ล้านดอลลาร์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าสถิติเดิมที่ 9.6 พันล้านดอลลาร์เมื่อสองปีก่อนอย่างมาก โดยการพุ่งขึ้นของรายได้นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนสูงสุดถึง 145% และเก็บภาษีขั้นต่ำ 10% กับสินค้าจากประเทศอื่นๆ

ผลลัพธ์จากงบประมาณแสดงให้เห็นว่า สหรัฐจัดเก็บภาษีศุลกากรได้เฉลี่ยวันละกว่า 500 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลจัดเก็บได้ถึงวันละ 2,000 ล้านดอลลาร์

โดยตลอด 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 สหรัฐเก็บภาษีศุลกากรได้สุทธิ 63,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 48,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตามรายได้จากภาษีนำเข้านี้อาจลดลงในอนาคต เนื่องจากสหรัฐและจีนได้บรรลุข้อตกลงพักการจัดเก็บภาษีที่สูง โดยลดภาษีจาก 145% เหลือ 30% เป็นเวลา 90 วัน ขณะที่จีนลดภาษีจาก 125% เหลือ 10%

รายรับในเดือนเมษายนได้รับแรงหนุนจากการชำระภาษีบุคคลธรรมดาที่ไม่หัก ณ ที่จ่ายซึ่งเพิ่มขึ้น 16% รวมเป็น 460,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน การคืนภาษีก็เพิ่มขึ้น 16% เช่นกัน เป็น 86,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้รายรับสุทธิของงบประมาณเดือนเมษายนอยู่ที่ 850,000 ล้านดอลลาร์

กระทรวงการคลังยังรายงานว่า สหรัฐมีขาดดุลงบประมาณรวม 1.049 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 เพิ่มขึ้น 23% หรือ 194,000 ล้านดอลลาร์จากปีก่อน ในช่วงปีงบประมาณจนถึงเดือนเมษายน สหรัฐมีรายรับรวม 3.11 ล้านล้านดอลลาร์ และรายจ่ายรวม 4.159 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองตัวเลขถือว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้ยอดขาดดุลโดยรวมจะยังไม่ใช่สถิติสูงสุด

เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังอธิบายว่า หากปรับข้อมูลให้สอดคล้องกับความแตกต่างของปฏิทินงบประมาณ และนำรายได้ภาษีมูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์จากรัฐแคลิฟอร์เนียที่ถูกเลื่อนเข้ามาในปีงบประมาณ 2567 มาคำนวณร่วม ขาดดุลงบประมาณปีนี้จะสูงกว่าปีก่อน 4%

รายรับที่เพิ่มขึ้น 5% ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ ส่วนใหญ่มาจากการเก็บภาษีเงินเดือน (paycheck tax withholding) ที่เพิ่มขึ้น 6% เป็น 2.145 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนรายรับหลักของงบประมาณ

ส่วนรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น 9% นั้น มาจากค่าใช้จ่ายของโครงการ Medicare สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการที่เพิ่มขึ้น 16% เป็น 658,000 ล้านดอลลาร์ และโครงการ Medicaid สำหรับชาวอเมริกันรายได้น้อยที่เพิ่มขึ้น 6% เป็น 378,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งสองโครงการมีจำนวนผู้เข้าร่วมและต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้น

นอกจากนี้รายจ่ายของโครงการประกันสังคม (Social Security) เพิ่มขึ้น 9% เป็น 945,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายสำหรับหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 10% เป็น 684,000 ล้านดอลลาร์

เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังระบุว่า อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในเดือนล่าสุดอยู่ที่ 3.29% เพิ่มขึ้น 0.06% จากปีก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...