โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองผู้ว่าฯถก ‘รอยเลื่อนเสี่ยง’ ดีลกรมทรัพยากรธรณี ชี้จุดดินอ่อน - ดัน ‘เครื่องวัดดินไหว’ กลับสภากทม.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 09.38 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 09.38 น.

รองผู้ว่าฯ หารือรับมือ ‘รอยเลื่อนเสี่ยง’ เผย กรมทรัพยากรธรณี เล็งเช็กฐานรากมหานคร อีกครั้ง –เล็งประกอบร่าง ทุกความเชี่ยวชาญ เสริมความปลอดภัยให้เมืองหลวง – จ่อดึงเรื่อง ‘เครื่องวัดแรงสั่นในตึก’ กลับเข้าสภากทม.

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมกรมทรัพยากรธรณี ชั้น 1 อาคารเพชร กรมทรัพยากรธรณี เขตราชเทวี น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการหารือเพื่อการเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือเหตุแผ่นดินไหว โดยมี นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นประธานการหารือ

สำหรับประเด็นหารือการเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือเหตุแผ่นดินไหวระหว่างกันในวันนี้ ประกอบด้วย 1. รอยเลื่อนมีพลังที่มีความเสี่ยง 2.แนวทางความปลอดภัย กรณีเกิดแผ่นดินไหว และ 3.แนวทางลดผลกระทบและเตรียมความพร้อม กรณีเกิดแผ่นดินไหว

น.ส.ทวิดา รองผู้ว่าฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาสะท้อนว่าอาคารในกรุงเทพฯ ที่ควบคุมโดย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร มีความแข็งแรงกฎหมายใช้ได้ มีเพียงหนึ่งอาคารที่ถล่มซึ่งสาเหตุต้องไปหาว่าเกิดจากอะไร

“และจากเหตุการณ์นี้ทำให้เรามีความรู้กันมากขึ้นว่า ‘กรุงเทพมหานครเป็นดินอ่อน มีจุดต่ำ’ ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้จัดทำแผนที่เสี่ยงภัยกรุงเทพมหานคร แต่สัณฐานหรือองค์ประกอบข้างใต้ดินต้องอาศัยผู้มีความรู้อย่างกรมทรัพยากรธรณี

“ทั้งนี้ ความร่วมมือแรก คือทางกรมทรัพยากรธรณีอยากทำการสำรวจทบทวนกรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งกรุงเทพมหานครเข้าร่วมโครงการ Resilient City ของ UN คือจะมีการวัดว่าเมืองเตรียมพร้อมและสามารถรับมือกับเรื่องต่างๆ ตลอดจนฟื้นกลับคืนได้ดีเพียงใด

โดยหนึ่งในแผนปฏิบัติการที่ กทม. มีอยู่คือเรื่องของแผ่นดินไหวและหรือภัยใดๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดผลที่ตามมา ก็คืออาคารถล่ม ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงอาคารจะเกี่ยวกับฐานรากข้างล่างด้วย ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีมีความรู้และความเชี่ยวชาญมาก” น.ส.ทวิดาเผย

น.ส.ทวิดากล่าวต่อไปว่า ความร่วมมือเรื่องที่ 2 คือ จากการรับฟังข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีความรู้เรื่องนี้สูงและมีนวัตกรรมมากมาย สิ่งที่เขานำเสนอเป็นเรื่อง ‘การปรับอาคารที่มีอยู่เดิมให้แข็งแรงขึ้น’ การทำให้อาคารยืดหยุ่นมากขึ้น หรือการทำให้อาคารมีอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงรูปแบบการสื่อสารด้วย เขามีความรู้ในเรื่องของการวิเคราะห์สูง

“ดังนั้นสิ่งที่ กทม. ทำอยู่น่าจะสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ ในแง่การวิเคราะห์ทำให้เมืองปลอดภัย เพราะเมื่อเราร่วมมือกับกรมทรัพยากรธรณี ก็สามารถครอบคลุมไม่ใช่เพียงเรื่องแผ่นดินไหว แต่รวมถึงภัยอื่นๆ ด้วย”

ทั้งนี้ สิ่งที่ กทม. ต้องการคือ ‘เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนในอาคารสูง’ โดยเฉพาะติดตั้งในโรงพยาบาล เรายังคงเดินหน้าเสนอเรื่องเข้าสภากรุงเทพมหานครอีกครั้ง กรุงเทพมหานครดูแลโรงพยาบาล 12 แห่ง ซึ่งมีอาคารสูงรวมถึงหอพักแพทย์พยาบาลด้วย โดย วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช อาจสามารถใช้งบวิจัยบางส่วนดำเนินการนำร่องไปก่อนได้ อีกแห่งที่ติดตั้งแล้วอยู่ที่อาคารธานีนพรัตน์ หากในอนาคตเรามีเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่ออาคารที่มีกลุ่มเปราะบางและสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ด้วย

“เมื่อมองกรุงเทพฯ หรือมองประเทศไทย เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายและอาคาร รวมถึงการศึกษาของกรมทรัพยากรธรณีเดิม ว่าจุดใดเป็นดินอ่อน ดินแข็ง จุดใดปลอดภัย ที่ผ่านมาเราทำได้ดี ถ้าไม่นับรวมอาคารที่มีปัญหาถือว่าประเทศไทยใช้ได้เลย เรามีคนมีความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเครื่องมือ ต้องนำออกมาใช้และให้ความสำคัญ ประกอบกับระบบเตือนภัย Cell Broadcast ก็ทดสอบแล้วถึงเวลาที่ต้องนำทุกอย่างมาประกอบร่างกัน และร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อทำให้เมืองเราปลอดภัย**” น.ส.ทวิดา กล่าวทิ้งท้าย

ในการนี้ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ร่วมการหารือ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รองผู้ว่าฯถก ‘รอยเลื่อนเสี่ยง’ ดีลกรมทรัพยากรธรณี ชี้จุดดินอ่อน – ดัน ‘เครื่องวัดดินไหว’ กลับสภากทม.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...