โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“หลากหลายใต้ตัวเลข” ชีวิตทางเพศ LGBTIQN+ ไทย ผลักดันข้อมูลสู่การสร้างนโยบายที่เท่าเทียม

TODAY

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 19.00 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. • workpointTODAY

ในยุคที่สังคมไทยเริ่มเปิดกว้างมากขึ้นต่อความหลากหลายทางเพศ การยอมรับในสิทธิและอัตลักษณ์ที่แตกต่างกำลังขยายวงในหลายมิติ ทั้งในเชิงวัฒนธรรม สื่อ และนโยบาย แต่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมี “ข้อมูล” ที่แม่นยำเป็นฐานสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการออกแบบบริการสาธารณะที่ตอบโจทย์ได้จริง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดเวทีเผยแพร่ผลการวิจัย “หลากหลายใต้ตัวเลข: ชีวิตทางเพศ LGBTIQN+ ไทย” เพื่อสะท้อนข้อเท็จจริงจากการสำรวจประชากรกลุ่มเพศหลากหลายอย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรกของประเทศ เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การขับเคลื่อนสังคมไทยให้ปลอดภัยและเท่าเทียมสำหรับทุกอัตลักษณ์ทางเพศ

‘ภรณี ภู่ประเสริฐ’ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า กลุ่มประชากรเพศหลากหลายเป็นตัวแทนของความแตกต่างทางเพศวิถีและอัตลักษณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความหลากหลายในเชิงวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้ยังคงเผชิญกับความเหลื่อมล้ำ ทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ (จากการถูกเลือกปฏิบัติ) และโอกาสทางสังคม แม้จะมีศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ (Pink Economy) และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะประเด็นความเท่าเทียม

สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการมีข้อมูลทางสถิติที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับกลุ่ม LGBTIQN+ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการออกแบบนโยบายและบริการต่าง ๆ งานวิจัย “การคาดประมาณขนาดประชากร LGBTQ+ ในประเทศไทย”จึงเกิดขึ้น โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยทางสถิติและประชากรศาสตร์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อพัฒนาแนวทางและเครื่องมือการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบครั้งแรกในประเทศ

โดย สสส. ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการสำรวจชีวิตทางเพศและสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัยในปี 2567 ครอบคลุม 2,466 ครัวเรือน รวม 9,588 คน จากการนับจดครัวเรือน พบประชากรที่มีความหลากหลายทางเพศคิดเป็น 2.37% และยังพบประเด็นสุขภาพเฉพาะกลุ่มที่น่าสนใจอีกหลายประเด็น

“การมีข้อมูลที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย โดยมุ่งเน้นสร้างระบบสุขภาวะที่ส่งเสริมความเท่าเทียม ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สังคมไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกอัตลักษณ์ทางเพศ” ‘ภรณี’กล่าว

‘รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล’สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล เปิดเผยว่า การสำรวจชีวิตทางเพศและสุขภาพของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 2,426 คน โดยใช้แบบสอบถามชุดเดียวกัน พบว่า 7.4% ระบุตัวเองเป็น LGBTQ+ และในกลุ่มเยาวชนอายุ 15–25 ปี จำนวน 1,106 คน มีถึง 29.6% ระบุตนเองเป็น LGBTQ+ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 4 เท่า สะท้อนถึงความหลากหลายทางอัตลักษณ์ที่เด่นชัดในกลุ่มเยาวชน

แม้จะมีแนวโน้มการยอมรับในบางครอบครัว แต่เยาวชนจำนวนมากยังเผชิญเงื่อนไขหรือแรงกดดันให้ “เปลี่ยนแปลงตัวตน” ทั้งนี้ ข้อมูลยังระบุว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มแสดงอัตลักษณ์และรสนิยมทางเพศที่หลากหลายกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะกลุ่มไบเซ็กชวล ขณะที่เยาวชนมีแนวโน้ม “ความลื่นไหลทางเพศ” สูงกว่ากลุ่มวัยอื่นถึง 4 เท่า

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลที่น่าห่วงเกี่ยวกับประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ยินยอม โดยเฉพาะในกลุ่มชายที่มีความหลากหลายทางเพศในวัยเยาว์ ซึ่งถึง 1 ใน 5 เคยประสบเหตุการณ์ดังกล่าว สะท้อนแรงกดดันและการเลือกปฏิบัติที่คนเพศหลากหลายต้องเผชิญในรูปแบบต่าง ๆ

จากผลสำรวจดังกล่าว นักวิจัยเสนอให้มีการศึกษากลไกเชิงอำนาจและโครงสร้างที่กีดกันคนที่มีเพศวิถีไม่เป็นไปตามขนบ พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยซ้อนทับที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อขยายผลเชิงนโยบายและสร้างระบบสังคมที่รองรับความหลากหลายได้อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...