โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศาลปกครองสูงสุดสั่ง ปรับศาลหลักเมืองนครศรีฯ ให้กลับสภาพเดิม

77kaoded

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.25 น. • 77Kaoded

”สายัณห์“ บินด่วนเข้ากรุง ขอคัดคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดให้ปรับแก้ศาลหลักเมืองนคร ให้กลับสู่สภาพเดิม จี้ทำตามคำพิพากษา “มันผู้ใดบังอาจดัดแปลงหรือตกแต่งให้ผิดแปลกออกไป จะต้องพบกับความหายนะ”

สายัณห์ ยุติธรรม อดีต สส.นครศรีฯ รีบเดินทางเข้ากรุงเทพ มุ่งหน้าไปยังศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอคัดคำพิพากษา กรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ปรับแก้ศาลหลักเมืองนคร ให้กลับสู่สภาพเดิม

สายัณห์ ในฐานะผู้ฟ้อง จึงขอคัดคำพิพากษา เพื่อให้ผู้ถูกฟ้องดำเนินการตามคำพิพากษา ซึ่งหมายถึงเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

“ช่วงการบูรณะมีการปรับเปลี่ยนหลายจุดให้ผิดเพี้ยนไปตามเดิม เช่น การนำพระประจำวันเกิดของใครไม่รู้ไปตั้งไว้บนยอดสุดของศาล การนำเสาหินอ่อน 12 ต้น เข้าไปใส่ไว้ในศาล ไม่รู้ว่าเพื่อค้ำบัลลังค์ใคร การแก้ไขเพิ่มเกล็ดให้พระยานาคตรงบันไดซึ่งจากเดิมไม่มีเกล็ด เป็นต้น” สายัณห์กล่าว

ตอนสร้างศาลหลักเมืองก็มีคำสาปคำแช่งไว้ว่า ใครปรับแก้ขอให้มีอันเป็นไป และมีภัยพิบัติเกิดขึ้น โดยงบปรับปรุงแก้ไขครั้งที่ผ่านมาได้รับบริจาคมาจากเสี่ยใหญ่แห่งซอยรางน้ำ (วิชัย) ประมาณ 30 ล้านบาท ผ่านเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ความเชื่อ ความศรัทธา ต่อการสร้างพระบรมธาตุและการตั้งศาลหลักเมือง และน่าจะผู้โยงกับดวงเมือง เมื่อคนไม่เชื่อ ไม่ปฏิบัติตาม แถมดูหมิ่นดูแคลน จึงทำให้เมืองนครศรีฯ ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ มีความขัดแย้งทางการเมืองสูง มีภัยพิบัติเกิดขึ้น ผู้คนอยู่กันอย่างยากแค้นแสนสาหัส

ศาลหลักเมือง กับความเชื่อถึงความเป็นไปของบ้านเมือง
ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครศรีธรรมราชและมีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์และความเชื่อของประชาชนในพื้นที่ การบูรณะศาลหลักเมืองในปี พ.ศ. 2560 ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงที่ถูกมองว่าผิดไปจากรูปแบบดั้งเดิมและอาจกระทบต่อความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ ปี พ.ศ. 2560 ทางเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้รับงบบริจาคจากเจ้าสัวแห่งซอยรางน้ำนับ 30 ล้านบาท เพื่อบูรณะซ่อมแซมศาลหลักเมืองแบบเงียบๆ ไม่มีคนนอกรับรู้ว่าทำอะไรบ้าง มีการล้อมรั้วสังกะสีไม่ให้ใครเห็นในช่วงบูรณะ

ตำนานและการก่อสร้างศาลหลักเมือง
ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชเริ่มก่อสร้างในช่วงปี พ.ศ. 2530 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครศรีธรรมราช และเป็นการถอนคำสาปดวงชะตาเมืองที่เชื่อกันว่าผูกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2373 การก่อสร้างนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ เช่น พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช และ พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ซึ่งมีบทบาทในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ

ไม้ที่ใช้ทำหลักเมือง คือ “ไม้ตะเคียนทอง” ที่ขึ้นอยู่บนยอดของเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช ส่วน“ลูกตาดำ” อันเป็นแก้วตาของพรหม 8 หน้ายอดศาลหลักเมือง ทำมาจาก “ไม้ค้ำฟ้า” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีความพิเศษเหนือกว่าต้นไม้อื่น ๆ

การบูรณะและข้อวิพากษ์วิจารณ์
ในปี พ.ศ. 2560 มีการบูรณะศาลหลักเมืองที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ เช่น การเพิ่มเสาหินอ่อน 12 ต้น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของนาคที่อยู่รายรอบศาลหลักเมือง และการนำพระพุทธรูปไปประดิษฐานบนซุ้มยอดศาล การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นการละเมิดความเชื่อดั้งเดิม ซึ่งอาจนำไปสู่ความหายนะหรือภัยพิบัติตามความเชื่อโบราณ

การเพิ่มเสาหินอ่อนเข้าไปในศาลหลักเมือง เป็นการนำเสาหินอ่อนมาจากอิตาลี มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการทำเพื่อค้ำจุนใครหรือเปล่า เมื่อบูรณะเสร็จ สังคมจึงรับรู้ว่า มีการนำเสาหินอ่อนเข้ามาใส่ไว้ด้วย

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีบทบาทในการก่อสร้างศาลหลักเมืองในอดีต ได้แสดงความกังวลต่อการบูรณะดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการทำลายอัตลักษณ์ของศาลหลักเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

นอกจากนี้ ยังมีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช เพื่อระงับการบูรณะและเรียกร้องให้คืนรูปแบบศาลหลักเมืองให้กลับสู่สภาพเดิม

ความเชื่อและคำพยากรณ์
ในพิธีกรรมการสร้างศาลหลักเมือง มีความเชื่อเกี่ยวกับคำพยากรณ์ที่ว่า“มันผู้ใดบังอาจดัดแปลงหรือตกแต่งให้ผิดแปลกออกไป จะต้องพบกับความหายนะ ภัยพิบัติ” ความเชื่อนี้ยังคงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและการกระทำของประชาชนในพื้นที่

ข้อกังวลของ“สัมพันธ์ ทองสมัคร”
ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์และความเชื่อของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2560 ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบูรณะและต่อเติมศาลหลักเมืองที่ถูกมองว่าผิดไปจากรูปแบบดั้งเดิม หนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนคือ นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างและประกอบพิธีกรรมศาลหลักเมืองในอดีต

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ได้แสดงความกังวลต่อการต่อเติมศาลหลักเมืองที่ผิดไปจากรูปแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของนาคที่อยู่รายรอบศาลหลักเมือง ซึ่งจากเดิมเป็นนาคที่ไม่แสดงปาฏิหาริย์ มาเฝ้าพิทักษ์ศาลหลักเมือง แต่การทำขึ้นใหม่นั้นกลับเป็นนาคที่แสดงอิทธิฤทธิ์

นอกจากนี้ นายสัมพันธ์ยังชี้ให้เห็นว่าการบูรณะดังกล่าวไม่ได้เป็นการซ่อมแซม แต่เป็นการสร้างขึ้นใหม่ที่ผิดจากรูปแบบเดิม ซึ่งเป็นการทำลายอัตลักษณ์ของศาลหลักเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

สำหรับคำว่า “กีบทำนาย” หรือ “คำพยากรณ์” ที่เกี่ยวข้องกับศาลหลักเมืองนั้น มีความเชื่อว่าในการสร้างศาลหลักเมืองจะมีการประกอบพิธีกรรมและคำพยากรณ์เกี่ยวกับอนาคตของเมือง โดยในกรณีของศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช มีการกล่าวถึงคำพยากรณ์ที่ว่า “มันผู้ใดบังอาจดัดแปลงหรือตกแต่งให้ผิดแปลกออกไป จะต้องพบกับความหายนะ ภัยพิบัติ”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับคำพยากรณ์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือการบันทึกอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ “กีบทำนาย” ของศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช แต่ความเชื่อเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและการกระทำของประชาชนในพื้นที่

ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่กับสิ่งศักดิ์ศรี บ้านเมืองนครศรีธรรมราชเป็นอยู่อย่างนี้ อาจจะเกิดจากการปรับเปลี่ยนศาลหลักเมืองก็เป็นได้

ตอนต่อไปจะกล่าวถึงคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ที่ถึงที่สุดแล้ว ให้ปรับแก้ให้กลับไปอยู่สภาพเดิม

#นายหัวไทร
#ศาลหลักเมืองนคร
#การมืองศาลเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...