โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ศิริกัญญา’ ห่วงเศรษฐกิจไทย ชี้ หนี้สาธารณะท่วมแตะ 69% ของ GDP

The Reporters

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.00 น.

เสี่ยงเบียดบังเงินคงคลัง รัฐต้องพึ่งปันผลวิสาหกิจโปะรายได้ ถาม ‘กระทรวงการคลัง‘ รับมืออย่างไร หลังเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าต่อเนื่อง ถาม ’แบงก์ชาติ‘ ไทยกำลังเข้าสู้ภาวะเงินฝืดจริงหรือไม่

วันนี้ (11 มิ.ย. 68) ที่รัฐสภา การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ที่มี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยเชิญหน่วยงานและสถาบันการเงิน 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงบประมาณ เข้าชี้แจงภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ สอบถามถึงปัญหาภาพรวมเศรษฐกิจว่า พูดเรื่องนี้ทุกปีจนเหมือนคนที่มีอาการวิตกจริต แต่คิดว่าปีนี้มีเหมาะสมที่จะพูดเรื่องนี้มากสุด ไม่ใช่การตามจับผิด แต่เข้าใจว่าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าจึงต้องการฟังยุทธศาสตร์ในการเตรียมตัวรับมือ

ข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ และรายงานนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า GDP ที่เป็นตัวเงิน หรือ Nominal GDP ลดลง คาดว่าจะกระทบกับประมาณการรายได้ ประมาณ 0.85% และยังมีตัวแปรอื่น เช่น ราคาน้ำมันดิบโลกที่ลดลง 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล รวมแล้วจะทราบผลกระทบต่อประมาณการรายได้ราว 2% จึงน่าจะจัดเก็บรายได้ตกเป้าไปแล้วประมาณ 63,000 ล้านบาท

"เรื่องนี้ไม่ได้โทษใคร เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสงครามการค้าจะหนักขนาดนี้ แต่แนวทางในการรับมือดังกล่าวควรจะเป็นอย่างไร" ศิริกัญญา กล่าว

จากรายงานของงบประมาณปี 2567 พบว่ารายได้การจัดเก็บภาษีตกเป้าไปเกือบ 8 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังพยายามทำให้ปิดหีบได้ด้วยเงินปันผล ปตท. ก่อนหมดปีงบประมาณ รวมถึงกองทุนวายุภักดิ์ และกองสลาก ต่อมาช่วง 7 เดือนแรกของปี 68 เหตุการณ์เหมือนกลับมาซ้ำเดิม การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตกเป้าแล้ว 3.3 หมื่นล้าน ทำให้รัฐวิสาหกิจต้องมาแบกรับภาระ รายได้นำส่งคลังจึงเพิ่มขึ้นกว่าประมาณการ 26.5% ฝากกระทรวงการคลังชี้แจงว่า รัฐวิสาหกิจใดรับภาระอยู่ตอนนี้

สำหรับปีงบประมาณ 69 มีความพยายามปรับเป้าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตลงมา 3.1 หมื่นล้านบาทจากปีก่อนหน้า ถือเป็นแนวโน้มที่ดี จึงอยากสอบถามว่าปัญหาเดิม ๆ ที่เคยทำให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตได้ไม่ตรงเป้าสามารถจัดการได้หรือไม่ ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีรถยนต์มีอุปสรรคจากปริมาณรถยนต์ที่ขายได้น้อยลง ประเภทรถยนต์ที่เปลี่ยนไปใช้รถ EV ขณะที่ภาษีบุหรี่จัดเก็บได้น้อยลง เนื่องจากผู้บริโภคเปลี่ยนไปสูบบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อนมากขึ้น ทำให้แนวโน้มภาษียาสูบลดลงจากปี 60 เกือบ 20,000 ล้าน อยากทราบเหตุผลที่ปรับเป้าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตลงว่าได้แก้ไขปัญหาเดิมแล้วหรือไม่

สำหรับคาดการณ์รายจ่ายที่ 3.78 ล้านล้านบาท อาจมีบางส่วนที่ไม่พอและจำเป็นต้องเบียดบังงบกลางเงินสำรองฉุกเฉิน หรือไปจนถึงเงินคงคลัง อย่างงบตาม พ.ร.บ.ที่ต่ำกว่าเบิกจ่าย ทั้งในส่วนของเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ เหตุใดสำนักงบประมาณกับกรมบัญชีกลางจึงไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะมีข้าราชการเกษียณหรือเสียชีวิตกี่คน

ส่วนงบชำระดอกเบี้ยก็มีการตั้งงบประมาณไว้ต่ำกว่าแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งในปี 68 ต้องชำระดอกเบี้ยสูงถึง 11.3 % แต่เมื่อชำระจริงผ่านการตั้งงบประมาณในปี 67 กลับอยู่ที่เพียง 8% กว่า ๆ ท้ายที่สุดในปี 67 ต้องใช้เงินคงคลังนำมาจ่ายดอกเบี้ย และในปี 69 จะเกิดเหตุการณ์แบบเดิมอีก เมื่อต้องใช้ชำระดอกเบี้ยสูงถึง 11.5% แต่ร่างงบประมาณปี 69 กลับตั้งงบประมาณไว้เพียง 9.2%

"ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ถ้าไม่ทำไปตามที่วางแผนไว้ตามแผนการคลังระยะปานกลางเลย เพราะนอกจากกรอบวงเงินแล้ว ส่วนข้างในที่เหลือแทบจะไม่ปฏิบัติตามเลย แล้วเราจะยังมีแผนการคลังระยะปานกลางเอาไว้ทำไม" ศิริกัญญา กล่าว

ขณะที่งบประมาณในการกู้ ตั้งแต่ปี 2568 ยอดหนี้สาธารณะใกล้จะชนเพดาน จนมาปี 2569 มีการกู้ 13.5 ล้านล้านบาท ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 69% เหลือพื้นที่ให้กู้เพิ่มได้เพียง 2.1 แสนล้านบาท ไม่ช้าก็เร็วคงต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะ จึงถามความเห็นจากกระทรวงการคลังว่าจะทำอย่างไร

นอกจากนี้ นางสาวศิริกัญญา สอบถามไปถึงธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่องภาวะเงินฝืดว่า วานนี้ (10 มิ.ย. 68) มีนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืด กำลังซื้อเราอ่อนแอลงจริงหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...