โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"นิติสงคราม" เกมพลิกนรก | ลึกแต่ไม่ลับ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 06.17 น.

ลึกแต่ไม่ลับ | จรัญ พงษ์จีน

“นิติสงคราม” เกมพลิกนรก

“พรรคภูมิใจไทย+ส.ว.สีน้ำเงิน” ชั่วโมงนี้เหมือนคนขับรถหลงทาง ตีโค้งเข้าถนนพระราม 2 เคราะห์ใหญ่หลวงกำลังจะมาเยือน เลยกอดคอกันเหนื่อยและอันตรายทุกอิริยาบถ ตามรูปเกมหากตั้งรับไม่ดี มีโอกาสแตกพ่ายทางการศึก มีเปอร์เซ็นต์สูง

แต่ไม่ถึงกับจนแต้มกลางกระดาน ยังมีสะพาน ยังมีบันได มีทางออกให้ก้าวข้าม นั่นก็คือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 วางกรอบอำนาจของวุฒิสภาไว้กว้างใหญ่ไพศาลเกี่ยวกับบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระทุกคณะ ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ส.ว.ในการดำรงตำแหน่งขั้นตอนสุดท้าย ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งประกอบด้วย

1.ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2.คณะกรรมการการเลือกตั้ง 3.ผู้ตรวจการแผ่นดิน 4.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 5.คณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน 6.ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน 7.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 8.อัยการสูงสุด 9.ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 10.เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา 11.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแห่งชาติ

ทั้งนี้ สำหรับกระบวนการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งในศาลและองค์กรอิสระ ขั้นตอนแรกจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหาก่อนว่าบุคคลที่มาสมัครรับคัดเลือกนั้นสมควรดำรงตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ หลังจากนั้นจะต้องส่งรายชื่อมายังวุฒิสภา วุฒิสภาจะมีอำนาจในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนั้น และสามารถรวบรวมข้อเท็จจริง เมื่อแล้วเสร็จส่งให้วุฒิสภาพิจารณาลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลมาดำรงตำแหน่งของศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระแต่ละองค์กร

ซึ่ง ส.ว.สีน้ำเงินโชว์พาวให้ดูชมมาแล้ว กับการเปิดบริสุทธิ์ครั้งแรกในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ผ่านกระบวนการสรรหามาเรียบร้อยแล้วให้ดำรงตำแหน่ง “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง” เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา

ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากไม่ให้ความเห็นชอบ “ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” 136 เสียง ให้ความเห็นชอบ 43 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง ขณะที่ “นายชาตรี อรรจนานันท์” เช่นเดียวกัน ไม่ให้ความเห็นชอบ 115 เสียง ให้ความเห็นชอบ 47 เสียง งดออกเสียง 22 เสียง

จึงถือว่าทั้งสองคนที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการสรรหา มีคะแนนเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ จึงไม่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

สถานการณ์ “นิติสงคราม” หลังจาก “คณะกรรมการสอบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26” องค์ลงทยอยออกหมายเรียก ส.ว.และแกนนำค่ายสีน้ำเงินไปชี้แจงข้อเท็จจริงข้อกล่าวหาการได้มาซึ่ง ส.ว.โดยการฮั้วหลายสต๊อก ดังที่บอกว่า “หลงเข้าถนนพระราม 2” ส่อเค้าเล่าอาการว่าหนักมาก บาดแผลไม่ใช่แค่แมลงสัตว์กัดต่อย ใช้ยาหม่องเสลดพังพอนทาถูแล้วหาย มีแนวโน้มจะโดนกระซวกไส้แตก ต้องหามส่งโรงพยาบาลให้หมอเย็บลำไส้ บางคนอาจรอดปาฏิหาริย์ แต่บางรายอาจจะสี่คนหาม สามคนแห่ พึ่งบริการอุเบกขาส่งศาลาวัด

แต่ตราบใดที่ดนตรียังบรรเลง ต้องร้องเพลงและเต้นรำต่อไป และแล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริง “ส.ว.สีน้ำเงิน” ก็เจอสะพาน พบบันได เมื่อมีการเปิดสมัยประชุมสภาวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของรัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 28-31 พฤษภาคม

ภาครัฐบาลถือโอกาสนี้เคลียร์ปัญหา ชง พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ร.ก.ดิจิทัลฯ เข้าไปถกแถลง

ปรากฏว่า “ส.ว.” ที่วุ่นวายขายปลาช่อนและทำท่าจะเสียงรังวัดอยู่กับ “คดีฮั้ว ส.ว.” ถูกลากเข้าห้องเชือดหลายสิบราย พลิกเกมถือโอกาสชิงจังหวะเสนอเรื่อง “เร่งด่วนเข้าเสียบ” หลายกรรมหลายวาระด้วยกัน

อาทิ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ประกอบด้วยกรรมการเลือกตั้ง-ศาลรัฐธรรมนูญ และอัยการ แบ่งเป็น กกต. 1 คน เสนอชื่อให้ตรวจสอบประวัติ “นายณรงค์ กลั่นวารินทร์” ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

“ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” 2 คน ที่ผ่านจากคณะกรรมการสรรหามารอบที่ 2 ที่หะแรก ถูก ส.ว.เสียงข้างมากคว่ำกระดาน ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ตรวจสอบประวัติคือ 1. “ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ” อาจารย์คณะสังคมและมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ 2. “นายสราวุธ ทรงศรีวิไล” อดีตอธิบดีกรมทางหลวง

บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด 1 คน เสนอชื่อให้ตรวจสอบประวัติ “นายอิทธิพร แก้วทิพย์” รองอัยการสูงสุด

การรับรอง ป.ป.ช. 3 คน แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องเพราะ “พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ” พ้นจากตำแหน่ง มีอายุครบ 70 ปี “นายวิทยา อาคมพิทักษ์-นางสุวณา สุวรรณจูฑะ” พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ

โดยมี 3 รายขึ้นแท่งว่าที่ ป.ป.ช.ใหม่ที่ผ่านเกณฑ์จากกรรมการสรรหาคือ 1. “นายประกอบ ลีนะเปสนันท์” ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนาญพิเศษ 2. “นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง” อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ 3. “นายประจวบ ตันตินนท์” อดีตผู้บริหารบริษัทมหาชน และผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ “นางนันทนา นันทวโรภาส” ส.ว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ หยิบยกลัทธิเอาอย่างจากกรณีศาลสั่งให้ “พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรมหยุดปฏิบัติหน้าในส่วนที่กำกับดูแลดีเอสไอ นำมาขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ เอาไว้ก่อน

ด้วยการล่ารายชื่อเพื่อน ส.ว. 1 ใน 10 คือ 20 คน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว

แต่น่าจะยากถึงยากมาก เพราะ ส.ว.พันธุ์ใหม่มีจำนวนน้อยและเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศกันเป็นว่าเล่น กับกรณีที่เข้าชื่อกันได้ 1 ใน 10 ตามรัฐธรรมนูญกำหนด ก็ต้องยื่นผ่านประธาน ส.ว. คือชื่อ “นายมงคล สุระสัจจะ” ซึ่งไม่ยอมทุบหม้อข้าวตัวเองแน่

ถ้าทุกอย่างราบรื่น ถือว่าเกมนี้พลิกนรกกันทีเดียวครับ

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “นิติสงคราม” เกมพลิกนรก | ลึกแต่ไม่ลับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...