"นิติสงคราม" เกมพลิกนรก | ลึกแต่ไม่ลับ
ลึกแต่ไม่ลับ | จรัญ พงษ์จีน
“นิติสงคราม” เกมพลิกนรก
“พรรคภูมิใจไทย+ส.ว.สีน้ำเงิน” ชั่วโมงนี้เหมือนคนขับรถหลงทาง ตีโค้งเข้าถนนพระราม 2 เคราะห์ใหญ่หลวงกำลังจะมาเยือน เลยกอดคอกันเหนื่อยและอันตรายทุกอิริยาบถ ตามรูปเกมหากตั้งรับไม่ดี มีโอกาสแตกพ่ายทางการศึก มีเปอร์เซ็นต์สูง
แต่ไม่ถึงกับจนแต้มกลางกระดาน ยังมีสะพาน ยังมีบันได มีทางออกให้ก้าวข้าม นั่นก็คือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 วางกรอบอำนาจของวุฒิสภาไว้กว้างใหญ่ไพศาลเกี่ยวกับบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระทุกคณะ ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ส.ว.ในการดำรงตำแหน่งขั้นตอนสุดท้าย ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งประกอบด้วย
1.ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2.คณะกรรมการการเลือกตั้ง 3.ผู้ตรวจการแผ่นดิน 4.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 5.คณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน 6.ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน 7.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 8.อัยการสูงสุด 9.ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 10.เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา 11.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแห่งชาติ
ทั้งนี้ สำหรับกระบวนการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งในศาลและองค์กรอิสระ ขั้นตอนแรกจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหาก่อนว่าบุคคลที่มาสมัครรับคัดเลือกนั้นสมควรดำรงตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ หลังจากนั้นจะต้องส่งรายชื่อมายังวุฒิสภา วุฒิสภาจะมีอำนาจในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนั้น และสามารถรวบรวมข้อเท็จจริง เมื่อแล้วเสร็จส่งให้วุฒิสภาพิจารณาลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลมาดำรงตำแหน่งของศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระแต่ละองค์กร
ซึ่ง ส.ว.สีน้ำเงินโชว์พาวให้ดูชมมาแล้ว กับการเปิดบริสุทธิ์ครั้งแรกในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ผ่านกระบวนการสรรหามาเรียบร้อยแล้วให้ดำรงตำแหน่ง “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง” เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา
ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากไม่ให้ความเห็นชอบ “ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” 136 เสียง ให้ความเห็นชอบ 43 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง ขณะที่ “นายชาตรี อรรจนานันท์” เช่นเดียวกัน ไม่ให้ความเห็นชอบ 115 เสียง ให้ความเห็นชอบ 47 เสียง งดออกเสียง 22 เสียง
จึงถือว่าทั้งสองคนที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการสรรหา มีคะแนนเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ จึงไม่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
สถานการณ์ “นิติสงคราม” หลังจาก “คณะกรรมการสอบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26” องค์ลงทยอยออกหมายเรียก ส.ว.และแกนนำค่ายสีน้ำเงินไปชี้แจงข้อเท็จจริงข้อกล่าวหาการได้มาซึ่ง ส.ว.โดยการฮั้วหลายสต๊อก ดังที่บอกว่า “หลงเข้าถนนพระราม 2” ส่อเค้าเล่าอาการว่าหนักมาก บาดแผลไม่ใช่แค่แมลงสัตว์กัดต่อย ใช้ยาหม่องเสลดพังพอนทาถูแล้วหาย มีแนวโน้มจะโดนกระซวกไส้แตก ต้องหามส่งโรงพยาบาลให้หมอเย็บลำไส้ บางคนอาจรอดปาฏิหาริย์ แต่บางรายอาจจะสี่คนหาม สามคนแห่ พึ่งบริการอุเบกขาส่งศาลาวัด
แต่ตราบใดที่ดนตรียังบรรเลง ต้องร้องเพลงและเต้นรำต่อไป และแล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริง “ส.ว.สีน้ำเงิน” ก็เจอสะพาน พบบันได เมื่อมีการเปิดสมัยประชุมสภาวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของรัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 28-31 พฤษภาคม
ภาครัฐบาลถือโอกาสนี้เคลียร์ปัญหา ชง พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ร.ก.ดิจิทัลฯ เข้าไปถกแถลง
ปรากฏว่า “ส.ว.” ที่วุ่นวายขายปลาช่อนและทำท่าจะเสียงรังวัดอยู่กับ “คดีฮั้ว ส.ว.” ถูกลากเข้าห้องเชือดหลายสิบราย พลิกเกมถือโอกาสชิงจังหวะเสนอเรื่อง “เร่งด่วนเข้าเสียบ” หลายกรรมหลายวาระด้วยกัน
อาทิ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ประกอบด้วยกรรมการเลือกตั้ง-ศาลรัฐธรรมนูญ และอัยการ แบ่งเป็น กกต. 1 คน เสนอชื่อให้ตรวจสอบประวัติ “นายณรงค์ กลั่นวารินทร์” ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
“ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” 2 คน ที่ผ่านจากคณะกรรมการสรรหามารอบที่ 2 ที่หะแรก ถูก ส.ว.เสียงข้างมากคว่ำกระดาน ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ตรวจสอบประวัติคือ 1. “ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ” อาจารย์คณะสังคมและมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ 2. “นายสราวุธ ทรงศรีวิไล” อดีตอธิบดีกรมทางหลวง
บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด 1 คน เสนอชื่อให้ตรวจสอบประวัติ “นายอิทธิพร แก้วทิพย์” รองอัยการสูงสุด
การรับรอง ป.ป.ช. 3 คน แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องเพราะ “พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ” พ้นจากตำแหน่ง มีอายุครบ 70 ปี “นายวิทยา อาคมพิทักษ์-นางสุวณา สุวรรณจูฑะ” พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ
โดยมี 3 รายขึ้นแท่งว่าที่ ป.ป.ช.ใหม่ที่ผ่านเกณฑ์จากกรรมการสรรหาคือ 1. “นายประกอบ ลีนะเปสนันท์” ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนาญพิเศษ 2. “นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง” อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ 3. “นายประจวบ ตันตินนท์” อดีตผู้บริหารบริษัทมหาชน และผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ “นางนันทนา นันทวโรภาส” ส.ว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ หยิบยกลัทธิเอาอย่างจากกรณีศาลสั่งให้ “พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรมหยุดปฏิบัติหน้าในส่วนที่กำกับดูแลดีเอสไอ นำมาขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ เอาไว้ก่อน
ด้วยการล่ารายชื่อเพื่อน ส.ว. 1 ใน 10 คือ 20 คน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว
แต่น่าจะยากถึงยากมาก เพราะ ส.ว.พันธุ์ใหม่มีจำนวนน้อยและเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศกันเป็นว่าเล่น กับกรณีที่เข้าชื่อกันได้ 1 ใน 10 ตามรัฐธรรมนูญกำหนด ก็ต้องยื่นผ่านประธาน ส.ว. คือชื่อ “นายมงคล สุระสัจจะ” ซึ่งไม่ยอมทุบหม้อข้าวตัวเองแน่
ถ้าทุกอย่างราบรื่น ถือว่าเกมนี้พลิกนรกกันทีเดียวครับ
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “นิติสงคราม” เกมพลิกนรก | ลึกแต่ไม่ลับ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com