โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครั้งแรกของโลก Gripen ไทยใช้อาวุธในสมรภูมิจริง ในภารกิจสนับสนุนกองทัพบก

THE STANDARD

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 02.31 น. • thestandard.co
ครั้งแรกของโลก Gripen ไทยใช้อาวุธในสมรภูมิจริง ในภารกิจสนับสนุนกองทัพบก

ในการปะทะระหว่างไทยและกัมพูชาในครั้งนี้ มีระบบอาวุธในกองทัพไทยที่ถูกใช้งานในสงครามจริงเป็นครั้งแรกหลายแบบ และแสดงประสิทธิภาพได้ค่อนข้างดี อย่างเช่นระเบิดนำวิถี KGGB ซึ่งผลิตโดยบริษัท LIG Nex1 ของเกาหลีใต้ ที่จริงๆ แล้วคือการติดตั้งชุดปีกบนระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ขนาด 500 ปอนด์ ชุดนำวิถีนี้ช่วยทำให้ระเบิดนำวิถีปกติสามารถทิ้งได้ในระยะที่ไกลขึ้นมาก ในเงื่อนไขที่เหมาะสม เราสามารถทิ้งระเบิดได้จากระยะไกลถึง 100 กิโลเมตรเลยทีเดียว

นอกจากนั้นยังมีรถถังหลัก VT-4 ซึ่งผลิตโดยบริษัท Norinco จากประเทศจีน ซึ่งกองทัพบกทยอยจัดหาเข้าประจำการในหน่วยทหารม้าของกองทัพภาคที่ 2 มาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นรถถังหลักที่ทันสมัยที่สุดของไทยในปัจจุบัน แม้ช่วงแรกๆ จะมีข่าวเรื่องความพร้อมรบและการซ่อมบำรุงอยู่บ้าง ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องปกติของระบบอาวุธที่ใช้งานใหม่ แต่ล่าสุดกองทัพบกค่อนข้างมั่นใจในประสิทธิภาพและการใช้งาน อย่างที่ผู้บัญชาการทหารบกกล่าวในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณ 2569 ว่า ปัจจุบัน VT-4 เป็นรถถังที่มีความพร้อมสูงสุดของกองทัพบกไทย

ซึ่งในการรบครั้งนี้ รถถัง VT-4 ก็พิสูจน์ประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดีในบทบาทของการเป็นฐานยิงสนับสนุนการดำเนินกลยุทธ์ของทหารฝ่ายเรา เนื่องจากมีอำนาจการยิงที่สูงโดยใช้ปืนใหญ่ขนาด 125 มม. และระบบกล้องเล็งที่ทันสมัยแบบ Catherine-FC ของ Thales พร้อมเลเซอร์วัดระยะ ทำให้การยิงอาวุธเป็นไปได้อย่างค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่ารถถังในตระกูลนี้อาจจะเคยออกปฏิบัติการจริงไปแล้วคือ MBT-3000 ของไนจีเรียในภารกิจการรบกับกลุ่มกบฏโบโกฮาราม แต่ถ้านับเฉพาะรุ่นย่อยอย่าง VT-4 นี่ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกของการรบจริง และเป็นการรบตามแบบ คือการรบระหว่างกองทัพและกองทัพ ดำเนินกลยุทธ์ตามหลักการทั้งหมด ซึ่ง VT-4 ก็มีส่วนช่วยให้กำลังทหารราบของกองทัพบกสามารถยึดพื้นที่กลับคืนจากกัมพูชาได้ และยิ่งเมื่อเทียบกับรถถังของกัมพูชาที่ใช้ T-55 แล้ว ความทันสมัยและประสิทธิภาพต่างกันมากแบบเรียกได้ว่าหลายสิบปี โดยเฉพาะเทคโนโลยีเกราะที่ VT-4 ดีกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้

กองทัพบกกำลังทยอยจัดหา VT-4 ทุกปีตามงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งก็น่าจะมาทดแทนตามอัตราเดิมของ M41 ต่อไป

นอกจากนั้นยังมีรายงานข่าวว่ากองทัพบกไทยใช้งาน DTI-1G เป็นครั้งแรกในการรบครั้งนี้เช่นกัน DTI-1G เป็นจรวดหลายลำกล้องนำวิถีพิสัยไกลที่มีระยะยิง 150 กิโลเมตร เป็นการจัดหาเทคโนโลยีการวิจัยและผลิตจากจีนโดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศของไทย โดยทำวิจัยและทำการผลิตในประเทศไทย แม้ว่าจะยังมีจำนวนแท่นยิงและลุกจรวดน้อย แต่ก็มีรายงานว่ากองทัพบกได้ใช้งาน DTI-1G ไปแล้ว โดยไม่ทราบว่าเป้าหมายของจรวดแบบนี้คืออะไร

สิ่งที่สำคัญของจรวดหลายลำกล้องแบบนี้คือความแม่นยำ เพราะ DTI-1G นั้นเป็นจรวดนำวิถีที่แม้จะยิงเต็มระยะ 150 กิโลเมตรก็มีความคลาดเคลื่อนน้อยไม่กี่เมตรเท่านั้น สามารถใช้ในการโจมตีเป้าหมายที่มีความสำคัญและมีคุณค่าสูงหรือ High-Value Target ของกัมพูชาได้

ซึ่งก็หวังว่าผลจากการบในครั้งนี้จะทำให้กองทัพบกจัดหา DTI-1G เข้าประจำการเพิ่มขึ้นเพื่อให้เป็นระบบอาวุธทางยุทธการหลักแบบหนึ่งของกองทัพบกไทยต่อไป เพราะจะได้เป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยด้วย

สุดท้าย ระบบอาวุธที่น่าจะมีชื่อเสียงและคนไทยสนใจกันมากที่สุดแบบหนึ่งก็คือเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ของกองทัพอากาศ ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ด้วย โดยทำการทิ้งระเบิดสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก

ทั้งนี้ Gripen เป็นเครื่องบินรบที่ผลิตในสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศที่วางตัวเป็นกลางทางการทหารมานานก่อนที่จะเข้าร่วมกับ NATO หลังการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ทำให้ที่ผ่านมาสวีเดนเข้าร่วมในสงครามและความขัดแย้งต่างๆ น้อยมาก ยกเว้นที่ลิเบียซึ่งกองทัพอากาศสวีเดนเข้าร่วมในภารกิจเฝ้าตรวจและบังคับใช้เขตห้ามบิน

วันศุกร์ที่ผ่านมากองทัพอากาศวางกำลัง Gripen C/D ที่กองบิน 1 โคราช และมีรายงานว่าพบเห็น Gripen ทำการบิน ดังนั้นเมื่อกองทัพอากาศไทยใช้ Gripen ในภารกิจ Battlefield Air Interdiction หรือการขัดขวางทางอากาศในพื้นที่การรบ ก็จะถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ Gripen ใช้อาวุธอากาศสู่พื้นต่อเป้าหมายจริงนั่นคือกำลังทหารของกัมพูชา

นอกจากระเบิดเอนกประสงค์ต่างๆ ที่ไม่นำวิถีแล้ว Gripen ก็สามารถใช้ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์แบบ GBU-12 ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นคาดว่า Gripen จะใช้ระเบิดชนิดนี้เช่นเดียวกับ F-16 ที่มีรายงานการใช้ระเบิดชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง Gripen มีกระเปาะชี้เป้าแบบ LITENING III ใช้งาน ดังนั้นก็สามารถใช้งาน Gripen ชี้เป้าได้ด้วย

อันที่จริงแล้ว จุดเด่นของ Gripen ของไทยก็คือจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำ RBS-15F ซึ่งเป็นจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำแบบเดียวของกองทัพอากาศไทย แต่คงจะไม่มีบทบาทในภารกิจครั้งนี้เนื่องจากกัมพูชามีแต่เรือรบขนาดเล็กและยังไม่มีความขัดแย้งที่นำไปสู่การใช้กำลังทางเรือ

อย่างไรก็ตาม อีกองค์ประกอบหนึ่งที่กองทัพอากาศจัดหามาพร้อมกับ Gripen เมื่อสิบปีก่อนคือ Saab 340 AEW ซึ่งติดตั้งเรดาร์ Erieye จำนวน 2 ลำในบทบาทของอากาศยานแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อใช้ในการตรวจตราน่านฟ้า นอกจากนั้นยังมี Saab 340 ELINT ซึ่งเป็นเครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในภารกิจการข่าวที่เกี่ยวข้องกับสัญญาณและคลื่นวิทยุ สุดท้ายก็คือศูนย์ควบคุมปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพอากาศไทยใช้ระบบ ACCS ของสวีเดนในการควบคุมและบัญชาการการใช้กำลังทางอากาศทั้งหมดของกองทัพอากาศไทยเช่นเดียวกัน

ภาพ: U.S. Air Force Photo by Tech Sgt. Aaron Oelrich / Released

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...