โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์" เผยไทย - กัมพูชา จับมือหยุดยิงลดตึงเครียด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 10.34 น.

จากกรณีที่นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ได้ออกมาเปิดเผยผลการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งมีผู้แทนจากสหรัฐฯ และจีนร่วมสังเกตการณ์ โดยมีข้อตกลงหยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขมีผลเที่ยงคืนวันนี้ (28 กรกฎาคม 2568) และ จะมีการประชุมระหว่างกองทัพ 2 ฝ่ายในเวลา 07.00 น. วันพรุ่งนี้ (29 กรกฎาคม 2568 ) ต่อจากนั้นจะเป็นการประชุม GBC ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ซึ่ง ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ

ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ในเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่ดีทั้งสองฝ่าย คือ ไทย และ กัมพูชา หยุดยิงชั่วคราว เพราะทั้งสองฝ่ายต้องการหาทางออกเหตุปะทะ ที่สำคัญถูกแรงกดดันจากชาตินิยม เพราะเหตุปะทุทั้งไทย และ กัมพูชา เริ่มกินเวลานานพอสมควร

“ทั้งไทยและกัมพูชา ต้องการหาทางออกเหตุปะทะจะจบอย่างไรไม่ให้เสียหน้าทั้งสองฝ่าย ดังนั้น สหรัฐอเมริกา เห็นว่าเหตุการณ์ปะทะเป็นผลเสียหายทั้งสองฝ่าย จึงให้ ประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนหาทางออกในเรื่องนี้”

ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

ดร.สมชาย ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แม้จะมีการประกาศหยุดยิงชั่วคราวเพื่อลดความตึงเครียดต้องดูว่าจะเคารพมติขนาดไหน เพราะเมื่อหยุดยิงชั่วคราวดังนั้นต่างคนต่างถอย แต่ถ้าใครยิงก่อนก็จะเกิดแรงกดดันจากประเทศสหรัฐอเมริกาเรื่องภาษีทรัมป์ที่ประกาศในวันที่ 1 สิงหาคม 2568

“การเจรจาเป็นแค่การหยุดยิงชั่วคราวเท่านั้น แต่จะให้หยุดยิงถาวรเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องดูประวัติศาสตร์ด้วย การหยุดยิงครั้งนี้เพื่อคลายความตึงเครียดเท่านั้น ก็ต้องรอดูผลหลังจากนี้ต่อไป เพราะประเทศสหรัฐอเมริกากำลังจับตาในเรื่องนี้อยู่”.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...