โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ต้องจัดการกัมพูชา ด้วยขนมหวานและไม้เรียว ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ เตือนรัฐบาลไทยอย่าหลงกลกัมพูชา ชี้ JBC ไม่ใช่คำตอบ ต้องพัฒนากรอบใหม่ขึ้นมา

The Structure

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 18.26 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 11.26 น. • The Structure

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง โพสต์ข้อความกล่าวถึงทางออกของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาว่า

“JBC GBC RBC ไม่ใช่คำตอบสำหรับกัมพูชาและไทย: แล้วอะไรจะช่วยให้ไม่ต้องรบกันอีก

  • 30 ปีนับตั้งแต่ปี 2538 ไทยและกัมพูชาพยายามแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยกลไกคณะกรรมการต่าง ๆ หลายประเภท เช่น GBC RBC JBC (ตั้งในปี 2540) และอื่น ๆ แต่ก็ล้มลุกคลุกคลานกันมาโดยตลอด

มีการใช้กำลังปะทะกันตามแนวชายแดนหลายครั้ง ตายกันหลายร้อยศพ มีการปิดด่านหรือจุดผ่านแดนหลายแห่ง มีการเผาสถานทูตไทย ตัดความสัมพันธ์กันหรือลดระดับทางการทูตด้วยกันหลายรอบ กล่าวคือในรอบ 75 ปีของความสัมพันธ์ที่เป็นทางการระหว่างไทยกับกัมพูชานี้ ลุ่ม ๆ ดอน ๆ และปะทุเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาเป็นระยะ ๆ เสมอ

  • ในปี 2543 มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU 43) เพื่อกระชับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกให้ชัดเจนขึ้น ที่สำคัญได้กำหนดให้ทั้งสองฝ่าย – งดเว้นการดำเนินการใด ๆ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน (ข้อที่ 5)
  • แต่ได้มีการละเมิด MOU 43 ข้อที่ 5 นับร้อย ๆ ครั้งในพื้นที่ต่าง ๆ เกือบ 30 แห่ง (อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 เกือบ 10 แห่ง กองทัพภาคที่ 2 เกือบ 20 แห่ง) และหลายจุดก็เชื่อกันว่ากัมพูชารุกล้ำดินแดนไทยและทำให้ไทยหมิ่นเหม่ต่อการเสียอธิปไตยในอนาคต
  • การประชุมคณะกรรมการ JBC ที่นำโดยกระทรวงการต่างประเทศที่แถลงว่าพร้อมแล้วในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ก็เป็นเรื่องที่ดีและควรจะทำกันบ่อยครั้งด้วยซ้ำ ก่อนที่จะเกิดปัญหาการปะทะกันอีกเช่นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา

แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ JBC ก็ไม่ใช่คำตอบแล้ว อีกทั้งโครงสร้างของ JBC ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ระงับยับยั้งการเผชิญหน้าทางการทหารเช่นนี้ โดยเฉพาะที่ว่าใครส่งกำลังเข้ามาละเมิด MOU 43 ที่ไหนและอย่างไร

(GBC และ RBC ที่นำโดยกระทรวงกลาโหมและฝ่ายทหาร จะมีข้อมูลพิกัดการบุกรุกหรือละเมิดที่ชัดเจนกว่า และน่าจะมีความลับทางการทหารการเมืองหลายอย่างที่ไม่เป็นคุณกับกัมพูชาในเวทีนานาชาติถ้าเราเปิดเผย)

กัมพูชาก็คงรู้แกวล่วงหน้า จึงได้รีบปฏิเสธไม่ยอมที่จะคุยเรื่องพื้นที่ที่ตนบุกรุกในเวที JBC วันที่ 14 มิ.ย.นี้ และอ้างว่าจะไปคุยกันที่ศาลโลก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ไทยไม่รับอำนาจศาลโลก และถึงจะไทยจะกลับจุดยืนไปศาลโลก ศาลก็ไม่มีอำนาจชี้เฉพาะว่า ที่ตรงไหนเป็นของใคร

และก็น่าจะบอกว่าให้กัมพูชาว่าให้กลับไปจัดทำหลักเขตแดนกับไทยเอง เหมือนกับคำพิพากษาของศาลในครั้งก่อนในกรณีปราสาทพระวิหาร

  • ดังนั้น ในการประชุม JBC วันที่ 14 มิ.ย.ก็ดี ในการเดินทางไปพบฝ่ายกัมพูชาเมื่อวานนี้ของรองนรม./รมว.ก็กห.ของไทยเมื่อวานนี้ก็ดี ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าโน้มน้าวให้กัมพูชากลับเข้ามาอยู่ในกรอบการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการต่าง ๆ และอยู่กับร่องกับรอย รักษากติกาและข้อตกลงต่าง ๆ ที่ได้ตกลงไว้แล้วกับไทย

รวมทั้งสร้างแรงจูงใจใหม่ ๆ ให้กัมพูชาสนใจที่จะแก้ปัญหากับไทยด้วยสันติวิธี ไม่ใช้กำลังกับไทยก่อน ไม่ไปชักจูงให้นานาชาติมาล้อมกรอบไทยหรือช่วยเหลือหนุนหลังอยู่อย่างที่ทำทุกวันนี้

  • การสร้างแรงจูงใจให้กัมพูชา มีทั้งในด้านบวก (carrot – ขนมหวาน) และด้านลบ (stick – ไม้เรียว) และก็ต้องควบคู่กันไปอย่างสมดุล

เช่น สร้างกระแสความรักชาติ สนับสนุนทหารให้ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ระดมกำลังประชิดและป้องกันชายแดน ซ้อมรบและเตรียมการสงครามถ้าจำเป็น แสวงหาพันธมิตรเพื่อขอสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่และกระสุนสำรองที่เราอาจจะมีไม่เพียงพอ (แต่ก็ต้องบอกด้วยว่าถ้าจำเป็นต้องรบกัน ทั้งสองฝ่ายจะสูญเสียกันมากเท่าไร และทำไมจะมากกว่าในปี 2554)

รวมทั้งการปิดด่านหรือจุดผ่านแดน (จุดผ่อนปรนหลายจุดนั้น กัมพูชาต้องพึ่งพาไทยมากกว่า แต่ก็ต้องช่วยรองรับผลกระทบที่จะตามมาต่อภาคเอกชนและประชาชนด้วย) และควบคุมกิจกรรมข้ามชาติข้ามพรมแดนที่ผิดกฏหมายต่าง ๆ รวมทั้งลดทอนกิจกรรมทางอ้อมอื่น ๆ ที่สนับสนุนส่งเสริมให้กัมพูชามีความได้เปรียบไทยในหลาย ๆ ด้านด้วย

ขณะเดียวกัน ก็ต้องสร้างแรงกดดันหรือแรงจูงใจที่กลาง ๆ หรือเป็นบวกควบคู่ไปด้วย เช่น เร่งประชุมสภาสมช. (สภาสงครามเดิม ที่ล้นเกล้าร.6 ออกแบบให้เรานำมาใช้ในสถานการณ์เช่นนี้)

เพื่อกำหนดนโยบายให้ชัดเจน ซึ่งประเทศคู่กรณีก็จะทราบว่าเราจะเอาจริงแล้ว ตั้งคณะพิเศษ (Special Task Forces) เพื่อกำกับการปฎิบัติของทุกหน่วยให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน (คณะทปษ.ด้านความมั่นคงฯ เคยเสนอให้สมช.ผ่านนรม.ในสมัยหนึ่งมาแล้ว)

รวมทั้งเสนอกรอบใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา เช่น Special HLC (คณะกรรมการชุดเล็กระดับสูงสุดของฝ่ายการเมือง – การทหาร – การต่างประเทศ) ร่วมกันทั้งสองประเทศ หรือยกเลิก/แก้ไขปรับปรุง MOU 43 เสนอจัดตั้ง Special JD (เขตพัฒนาพื้นที่ทางเศรษฐกิจพิเศษด้านพลังงานในทะเล) หรืออื่น ๆ เป็นต้น

  • ที่สำคัญ ไทยเราอย่าหลงทางกัมพูชา อย่าแพ้เหลี่ยมของคนไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง และผู้นำไทยในทุกภาคส่วน ต้องทั้งนุ่มนวลรักสันติ (ดีอยู่แล้ว) และจะต้องเข้มแข็ง รวดเร็วและชัดเจน ไม่นุ่มนิ่มยวบยาบหรือชักช้า ในยามที่บ้านเมืองกำลังเข้าสู่สภาวะที่ล่อแหลมเช่นนี้

ขอให้พระคุ้มครองประเทศไทยครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...