โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ประเสริฐ” ลงพื้นที่สมุทรปราการ แก้ปมน้ำทะเลหนุน-กัดเซาะชายฝั่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 15.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (6 มิ.ย.68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลอันเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบนโยบายเชิงรุกแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมผลักดันการจัดทำแผนแม่บทระดับประเทศในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น

ทั้งนี้มีนายฉัตริน จันทร์หอม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ, นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและน้ำทะเลหนุนสูงได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่ง พื้นที่เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนกว่า 12 ล้านคนในเขตอ่าวไทยตอนบน หากไม่เร่งดำเนินการอาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง โดยพื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน ซึ่งครอบคลุมจังหวัดฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม มีความยาวชายฝั่งรวมทั้งสิ้น 147.33 กิโลเมตร จากการสำรวจพบว่าพื้นที่บางส่วนประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระดับต่าง ๆ โดยแบ่งออกเป็นพื้นที่กัดเซาะรุนแรง 0.43 กิโลเมตร พื้นที่กัดเซาะปานกลาง 1.09 กิโลเมตร และพื้นที่กัดเซาะน้อย 0.1 กิโลเมตร

ในด้านการแก้ไขปัญหา พบว่ามีพื้นที่ที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้วรวม 120.76 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ยังมีบางพื้นที่แม้ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ยังคงประสบปัญหาการกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง โดยในจำนวนนี้พบว่ามีพื้นที่ที่ยังคงถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงอีก 4.52 กิโลเมตร และพื้นที่ที่ยังคงถูกกัดเซาะในระดับปานกลางอีก 3 กิโลเมตร

โดยรัฐบาลจึงได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำแผนแม่บทการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยครอบคลุมการศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่อให้ได้แนวทางที่มีความเหมาะสม ยั่งยืน และสามารถนำไปใช้จริงในระดับพื้นที่ คาดว่าแผนแม่บทจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ของปี 2569

ทั้งนี้ ขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 2 ประเด็นเร่งด่วน ที่ควบคู่ไปกับการจัดทำแผนแม่บท ได้แก่ 1.ปัญหาน้ำท่วมและน้ำทะเลหนุนสูง ให้เกิดการเร่งขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางและพัฒนาโครงสร้างระบายน้ำ ให้สำรวจและปรับระดับผิวถนนให้สอดคล้องกับทิศทางการไหลของน้ำ หากจำเป็นให้พิจารณาสร้างประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ หรือเขื่อน และจังหวัดควรบรรจุโครงการที่เกี่ยวข้องไว้ในแผนบูรณาการน้ำ และขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล

2.ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูป่าชายเลน และควบคุมการบุกรุกพื้นที่ชายฝั่ง และพิจารณาใช้มาตรการทางวิศวกรรม เช่น การถมทะเลเพื่อเป็นแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เขื่อนกันคลื่น กำแพงป้องกันน้ำทะเล โดยคำนึงถึง “หลักการเลียนแบบธรรมชาติมากกว่าฝืนธรรมชาติ” เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบในพื้นที่ใกล้เคียง

“รัฐบาลหวังว่าจากมาตรการดังกล่าว จะช่วยให้ประเทศไทยมีแนวทางการรับมือกับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีความชัดเจน เป็นรูปธรรมเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้ในการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...