โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปธ.กมธ.ทหาร แนะรบ.เป็นศูนย์กลางสั่งการ ยันไม่ใช่แค่กองทัพ กดดันกัมพูชา ยังมีภารกิจอื่น ต้องทำควบคู่ด้วย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 21.00 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 17.30 น.

ปธ.กมธ.ทหาร แนะรบ.เป็นศูนย์กลางสั่งการ ยันไม่ใช่แค่กองทัพ กดดันกัมพูชา ยังมีภารกิจอื่นต้องสนับสนุนด้วย ทำควบคู่ไปด้วย

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กเรื่อง [ รัฐบาลต้องเป็นศูนย์กลางในการสั่งการ พร้อมจัดงบ และสั่งการมาตรการอื่นๆ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพ ]

ตามที่ผมได้นำเสนอไปว่า การอดทนอดกลั้น และการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เราจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชอบธรรม ที่สามารถสร้างแรงจูงใจให้กัมพูชายินดีเข้าสู่โต๊ะเจรจา โดยเคารพต่อ MOU43 ที่ไทย และกัมพูชาได้ลงนามร่วมกัน ภายใต้เงื่อนไขการเจรจาที่สมเหตุสมผล ที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับได้

มาตรการเหล่านี้ จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเบา ไปหาหนัก โดยเริ่มต้นจากมาตรการทางเศรษฐกิจ อาทิ การปิดด่าน การตัดน้ำตัดไฟ มาตรการทางการทูต จนถึงมาตรการการใช้กำลังอย่างได้สัดส่วน ในกรณีที่จำเป็น (แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากัมพูชา จะไม่ล้ำเส้นจนเข้าสู่เงื่อนไขที่ชอบธรรมต่อการใช้กำลังของฝั่งไทย)

ซึ่งปัจจุบันทางกองทัพได้ใช้อำนาจตามมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2547 ในการปิดด่านในเบื้องต้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎอัยการศึกทหารมีอำนาจเฉพาะด้านความมั่นคง และการควบคุมพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจทางการคลัง ในการอนุมัติงบประมาณ เพื่อการเยียวยาหรือสวัสดิการ

เพื่อประสิทธิภาพ และความเข้มแข็ง และการบูรณาการกันของมาตรการต่างๆ ผมคิดว่านายกฯ แพทองธาร ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ควรใช้โครงสร้างของสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นศูนย์กลางในการสั่งการ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 7 มาตรา 16 และมาตรา 17 ของ พ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2559 ในการสั่งการ กำกับติดตามการปฏิบัติงาน พร้อมเสนอแนวทาง และมาตรการควบคู่ต่างๆ อาทิ มาตรการการชดเชยเยียวยาแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ มาตรการทางภาษี มาตรการทางการทูต มาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อขอมติ ครม. ในการสนับสนุนอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขออนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

รัฐบาล ในฐานะที่มีอำนาจอย่างครบถ้วน ในการสั่งการกระทรวงทบวงกรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุมัติงบประมาณ ควรจะต้องเป็นแกนหลักในการแก้ปัญหาข้อพิพาทนี้ การปัดภาระให้กับกองทัพ แล้วรอคอยการร้องขอของกองทัพ จะทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า และอาจบกพร่องในบางมิติได้

ในประเด็นนี้ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.สูงสุด ก็ได้ให้ความเห็นที่สอดคล้องกันว่า กองทัพพร้อมสนับสนุนแนวทางของรัฐบาล ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นการที่ผู้ปฏิบัติงาน จะปฏิบัติงานได้ดี มีความจำเป็นอย่างมาก ที่รัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย จะต้องถือธงนำ ในการวางแผน กำหนดเป้าหมาย จัดสรรงบประมาณ และสั่งการให้หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพ อย่างสอดคล้องบูรณาการกัน

ต่อให้มีกฎอัยการศึก กองทัพก็มีอำนาจเพียงแค่ภารกิจด้านความมั่นคง และการควบคุมพื้นที่เท่านั้น ยังมีภารกิจอีกหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการงบประมาณ มาตรการตอบโต้ทางการทูต และมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการสื่อสารทางการเมืองต่อสาธารณะ และนานาอารยประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจะรักสบาย แล้วปล่อยจอยให้กองทัพไม่ได้นะครับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปธ.กมธ.ทหาร แนะรบ.เป็นศูนย์กลางสั่งการ ยันไม่ใช่แค่กองทัพ กดดันกัมพูชา ยังมีภารกิจอื่น ต้องทำควบคู่ด้วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...