หน้าด่านคลองลึกต่อแถวข้ามแดนยาวเหยียด กกล.บูรพา สั่งปรับมาตรการจุดผ่านแดนของรถขนส่ง จ.สระแก้ว
สระแก้ว – บรรยากาศหน้าด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ แถวยาวเหยียดไปจนถึงหน้าเซเว่นฯ ข้ามทางรถไฟ ส่วนกองกำลังบูรพา ปรับมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว หลังอนุโลมให้นักเรียนกัมพูชา เดินข้ามแดนไปเรียนได้ในช่วงเช้าเวลา 06.00 – 08.00 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00 – 18.00 น. โดยจำกัดจำนวนรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ที่จะเดินทางข้ามแดน ให้ด่านผ่านแดนถาวรข้ามได้ไม่เกิน 70 คัน/ต่อวัน จุดผ่อนปรนข้ามได้ไม่เกินวันละ 30 คัน/ต่อวัน ซึ่งถือเป็นมาตรการกดดันล่าสุด หลังมีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิดด่าน ครบ 1 สัปดาห์ เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 13 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีคนไทยและกัมพูชาเดินทางมาต่อแถวรอตรวจเอกสารเพื่อรอข้ามแดนไปยังฝั่งปอยเปต จ.บันเตียนเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ก่อนเวลา 08.00 น. โดยเฉพาะคนไทยมีการต่อแถวยาวต่อเนื่องจากบริเวณจุดตรวจคัดกรองของเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 1201 และจุดตรวจเอกสารของ ตม.อรัญประเทศ ยาวไปจนออกไปนอกเส้นทางเดินขาเข้า ยาวไปบนถนน ข้ามทางรถไฟยาวไปจนถึงบริเวณหน้าร้านเซเว่นฯ บริเวณพื้นที่ตลาดโรงเกลือเลยทีเดียว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารได้ตั้งจุดคัดกรองเอกสาร บัตรประจำตัวพนักงาน และเอกสารอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด โดยหลังเวลา 08.00 น.เมื่อด่านฝั่งไทยเปิด คนที่ผ่านขั้นตอน ตม.แล้ว ก็ต้องไปต่อแถวรอเดินข้ามแดน บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ยาวไปจนถึงบริเวณศาลเจ้าพ่อประตูชัย เช่นทุกวัน เพื่อรอให้ ตม.ปอยเปต เปิดประตูด่านในช่วงเวลา 09.00 น. ส่วนขาเข้าประเทศไทย ได้มีคนไทยและคนกัมพูชา เร่งเดินทางเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง หลัง ตม.ปอยเปต เปิดประตูด่านใช่เวลา 09.00 น.เช่นกัน โดยมีการเดินทางเข้าฝั่งไทยต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นวันศุกร์ และต้องเร่งเดินทางเพราะด่านเปิดเพียง ช่วงเวลา 09.00-16.00 น.เท่านั้น คาดว่า ตลอดทั้งวันจะมีการเดินทางข้ามแดนมากกว่าทุกวัน ท่ามกลางกระแสตอบโต้และกดดันมาตรการของฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา ก่อนที่จะมีการประชุม JBC ที่กรุงปอยเปต วันที่ 14 มิ.ย.68 ที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกองทัพบกได้ดำเนินมาตรการควบคุมการเปิด–ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 7 มิ.ย.2568 ที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่รับผิดชอบ จ.สระแก้ว ทางกองกำลังกำลังบูรพา โดยมี พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.พล.ร.2 รอ. และ ผบ.กองกำลังบูรพา ได้มีคำสั่งให้มีการปรับมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนเพื่อการค้า ในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว เพื่อมุ่งอำนวยความสะดวกประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย.68 เป็นต้นไป ประกอบด้วย
1.จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย–กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน) เปิด-ปิด เวลา 08.00 – 16.00 น. และผ่อนปรนให้รถบรรทุกหกล้อขึ้นไป ผ่านเข้า-ออกได้ ไม่จำกัดจำนวนรถบรรทุกเข้าออก ซึ่งปัจจุบันรถเข้า-ออกประมาณ 300-400 คันต่อวัน ทั้งขาเข้าและขาออก 2.จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน เปิด-ปิด เวลา 08.00 – 16.00 น. และผ่อนปรนให้รถบรรทุกหกล้อขึ้นไป ผ่านเข้า-ออกได้ (จากเดิมที่ไม่อนุญาตรถบรรทุก) โดยจำกัดจำนวนคันที่ 70 คัน/ต่อวัน ทั้งขาเข้าและขาออก
2.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ เปิด-ปิด เวลา 08.00 – 12.00 น. และผ่อนปรนให้รถบรรทุกหกล้อขึ้นไปผ่านเข้าออกได้ (จากเดิมที่ไม่อนุญาตรถบรรทุก) โดยจำกัดจำนวนคันที่ 30 คัน/ต่อวัน ทั้งขาเข้าและขาออก 3.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา คงเวลาเปิด – ปิด เวลา 08.00 – 12.00 น. โดยห้ามรถบรรทุกหกล้อขึ้นไปผ่านเข้าออก แต่หากจำเป็นต้องเดินทางสัญจรสามารถใช้เส้นทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย–กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน) แทน
อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพเพิ่งออกมาตรการผ่อนปรน ควบคู่กับการใช้มาตรการที่จำเป็นในการจำกัดการเข้า-ออกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ตามหลักมนุษยธรรม จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยมีการผ่อนปรน อนุโลมในการเดินทางข้ามแดนของนักเรียนชาวกัมพูชา สามารถผ่านจุดผ่านแดน 4 แห่ง ประกอบด้วย จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก, จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน, จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา และจุดผ่อนปรบการค้าบ้านหนองปรือ ในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 06.00 – 08.00 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00 – 18.00 น. เริ่มวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด กัมพูชา ประกาศงดการออกอากาศหนัง-ละครไทยทุกประเภท เริ่ม 13 มิ.ย. 2568 เป็นต้นไป และประกาศหยุดซื้อไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตจากไทยตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา หลังเกิดกระแสข่าวแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับคำขู่ตัดไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตในกัมพูชาจากชาวไทย และการดำเนินการมาตรการเพื่อกดดันกัมพูชาของไทย วันนี้เข้าสู่วันที่ 7 แล้ว
————————–