ก.ล.ต.ลั่นเชื่อมั่นตลาดทุนฟื้น หลังปรับเกณฑ์ชอร์ตเซล-HFT
#ก.ล.ต.#ทันหุ้น-ก.ล.ต. เผย หลังจากปรับเกณฑ์-ออกมาตรการกำกับดูแล “ชอร์ตเซล-โปรแกรมเทรด-HFT” หนุน นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น จากปิดข้อกังวลของนักลงทุน ยันหลังจากตรวจสอบไม่พบ
นายสุรศักดิ์ ฤทธิ์ทองพิทักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายธุรกิจตัวกลางและตลาด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากที่ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ร่วมกันในการปรับเกณฑ์และมีมาตรการการกำกับดูแล ธุรกรรมการขายชอร์ต โปรแกรมเทรด และ HFT ในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต. มองว่าช่วยทำให้นักลงทุนหรือผู้ร่วมตลาดมีความเชื่อมั่นในการลงทุนมากขึ้น เพราะเข้าแก้จุดที่นักลงทุนแต่ก่อนหน้ามองว่าเป็นการกระทำที่เอาเปรียบ และมีความเลื่อมล้ำ โดยหากมีประเด็นอะไรที่ทำให้เกิดข้อกังวลใจเพิ่มขึ้นอีก ก.ล.ต.ก็จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง)เพิ่มอีกได้
@ลั่นตรวจไม่พบเน็กเก็ตชอร์ต
สำหรับประเด็นในช่วงที่ผ่านมามีความกังวลว่าจะมีการขายหุ้นโดยที่ไม่มีหุ้นดังกล่าวครอบครองก่อนขาย (เน็กเก็ตชอร์ต)นั้น จากที่ตลาดหลักทรัพย์ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการตรวจสอบเรื่องการกระทำไม่เป็นธรรมในการซื้อขายนั้น ก็ได้เข้าไปตรวจสอบ และก.ล.ต.เองก็เข้าไปตรวจสอบอีกครั้งนั้นก็ไม่พบว่าที่ผ่านมามีการทำเน็กเก็ตชอร์ตในตลาดหุ้นไทย
ส่วนกรณีที่ก.ล.ต.มีการเปรียบเทียบปรับบริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กรณีเน็กเก็ตชอร์ตในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เป็นการขายหุ้นให้ลูกค้าแล้วลูกค้าไม่มีหุ้นในมือ แต่เป็นความบกพร่องในเรื่องระบบงาน เพราะหุ้นที่มีการขายไปนั้นมีปริมาณหุ้นเพียงหลักร้อยหุ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ก.ล.ต.มีเคสการตรวจสอบการกระทำที่ไม่เป็นธรรมในการซื้อขายจำนวนหลายเคส ซึ่งมีทั้งการพยุงราคา สร้างราคา การใช้ข้อมูลภายใน (อินไซเดอร์) ปั่นหุ้น การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ
@เตรียมเฮียริ่งมาร์จิ้นโลน
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ก.ล.ต. เตรียมที่จะมีการเฮียริ่งปรับปรุงเกณฑ์มาร์จิ้นโลนอีกครั้งใน 1-2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากที่ก.ล.ต.เฮียริ่งไปครั้งก่อนที่ปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568พบว่ามีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเฮียริ่งเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ ก.ล.ต. ต้องนำข้อเสนอแนะดังกล่าวมาปรับปรุงเพื่อที่จะเปิดเฮียริ่งรอบที่ 2
โดยการเฮียริ่งครั้งแรกนั้น ก.ล.ต.ได้มีการปรับเกณฑ์ คือ ปรับปรุงอัตรามาร์จิ้นเริ่มต้น (IM) ของหุ้น IPO ,ปรับปรุงหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ให้สอดคล้องกับฐานะของ บล. ,กำหนดสัดส่วนการกระจุกตัวในหลักทรัพย์ที่เป็นหลักประกันของลูกค้าแต่ละราย ,กำหนดให้ บล. คำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ของลูกค้าอย่างเหมาะสม,ยกเลิกหน่วยลงทุนจากการเป็นหลักทรัพย์ที่ให้กู้ยืมเพื่อซื้อในบัญชีมาร์จิ้น (Marginable Securities) และการเป็นหลักประกันในธุรกรรม Margin Loan และธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) ,กำหนดให้ บล. มีมาตรการดูแลเพื่อให้การกู้ยืมเงินผ่านบัญชีมาร์จิ้นเป็นไปเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์โดยพิจารณาถึงข้อเท็จจริงหรือสาระที่แท้จริง (Substance)
@เปิดข้อกังวล
สำหรับการปรับเกณฑ์เฮียริ่งครั้งแรกที่ผ่านมา เพราะก.ล.ต.พบประเด็นข้องกังวล 1.กรณีการปล่อยกู้หุ้น IPO มีราคาไม่สะท้อนมูลค่า ที่แท้จริง/ขาดสภาพคล่อง เพราะกังวลว่าราคายังไม่ Stabilize / อาจใช้ Margin Loan เพิ่มอำนาจซื้อเพื่อเพิ่มความผันผวนของราคา 2.ความกังวลปล่อยกู้มากจน กระทบฐานะบล.และ 3 กระจุกตัวของหุ้นที่เป็นหลักประกันและลูกค้าบางราย จากกรณี เช่น กรณี ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ นำหุ้นมาวางเป็นหลักประกันจำนวนมาก เช่น บล. ได้รับเงินจากการ Force sell น้อยกว่าที่ควร จนกลายเป็นหนี้เสีย อาจนำไปสู่ Domino Effect และ Systemic Risk ได้ นอกจากนี้ หาก Force sell มาก อาจสร้างความผันผวนในตลาดได้
4.พบมีการใช้ Margin Loan เพื่อนำเงินที่ได้ไปซื้อหุ้น เป็นเครื่องมือให้กู้ยืมโดยใช้หุ้นเป็นประกัน แต่พบว่าบล. มีการทำธุรกรรม Loan against securities ที่ไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของเกณฑ์การปล่อยมาร์จิ้นโลน และ 5.รับหน่วยลงทุนเป็น Marginable และเป็นหลักประกัน โดยการใช้หน่วยลงทุน Daily Redemption เป็นหลักประกัน อาจกระทบเสถียรภาพของกองทุน หรือผู้ถือหน่วยรายอื่น
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
Facebook คลิก [https://www.facebook.com/thunhoonnews
](https://www.facebook.com/thunhoonnews)
Youtube คลิก [https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
](https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial)