ไทยเตรียมถก JBC ร่วมกัมพูชา เดินหน้าเจรจาเขตแดนในกรอบ MOU 43
ไทยเตรียมถก JBC ร่วมกัมพูชา เดินหน้าเจรจาเขตแดนในกรอบ MOU 2543 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำ รักษาอธิปไตย–ลดตึงเครียดชายแดน
วันที่ 12 มิ.ย. 2568 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ซึ่งจะจัดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า โดยไทยยึดหลักการเจรจาเพื่อความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน และรักษาอธิปไตยของประเทศภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543
นายนิกรเดช ระบุว่า การประชุมภายในของฝ่ายไทยได้ดำเนินไปแล้ว 2 ครั้ง โดยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มอบนโยบายชัดเจน 3 ข้อ ได้แก่ การลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน , สร้างความชัดเจนในเส้นเขตแดน และ ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างเคร่งครัด
อีกทั้ง ไทยยังคงใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ได้แก่ JBC, GBC และ RBC ควบคู่กับการอ้างอิง MOU ปี 2543 ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่มีผลทางกฎหมายระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยนายณิกรเดชชี้ว่า การที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเชิญจัดประชุมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในความตกลงดังกล่าว
ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนไทยนำโดยนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเขตแดนและกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา มีนายลัม เจีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชายแดนเป็นหัวหน้าคณะ
โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ยังกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เช่นเดียวกับอีก 118 ประเทศจากสมาชิกสหประชาชาติกว่า 190 ประเทศ โดยจะยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีเป็นหลัก
สำหรับการประชุม JBC ครั้งนี้ นายนิกรเดช ระบุว่า วาระหลักคือการหารือเรื่องการสำรวจแนวเขตแดนร่วมกัน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันในระยะยาว พร้อมย้ำว่า แม้การประชุมครั้งเดียวจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการลดระดับความตึงเครียด และวางแนวทางการเจรจาในอนาคต
“รัฐบาลยึดผลประโยชน์ของประชาชนและอธิปไตยของชาติเป็นหลัก ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้แทนไทยล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและมืออาชีพ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเราจะไม่ประนีประนอมในสิ่งที่ไม่ควรประนีประนอม” นายนิกรเดช กล่าว
พร้อมกันนี้ยังเน้นว่า ในตลอด 25 ปีที่ผ่านมา MOU 2543 มีบทบาทสำคัญในการปลดล็อกประเด็นเขตแดนมาแล้วหลายกรณี โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนกว่า 40 จุด และแม้การประชุมรอบนี้จะยังไม่สามารถลากเส้นเขตแดนให้แล้วเสร็จทั้งหมด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเจรจาอย่างต่อเนื่อง