โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ – จีน เปิดเจรจาการค้ารอบใหม่ คาดหาทางขยายเส้นตายภาษี

PostToday

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจระดับสูงของสหรัฐอเมริกาและจีนจัดการเจรจาในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางเศรษฐกิจที่สะสมมายาวนานซึ่งอยู่ใจกลางของสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก ทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังที่จะขยายระยะเวลาการพักการเก็บภาษีตอบโต้ (tariff truce) ออกไปอีก 90 วัน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในคณะผู้แทนที่เดินทางมายังสำนักงานนายกรัฐมนตรีสวีเดน ณ อาคารโรเซนบัด ใจกลางกรุงสตอกโฮล์มในช่วงบ่าย ขณะที่ฝั่งจีนมี รองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิงเข้าร่วมการเจรจาด้วย

ทั้งนี้ จีนกำลังเผชิญเส้นตายวันที่ 12 สิงหาคม ในการบรรลุข้อตกลงภาษีที่ยั่งยืนกับฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงเบื้องต้นไปแล้วในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อลดระดับมาตรการภาษีและการจำกัดการส่งออกแร่หายาก (rare earth minerals)

คณะเจรจาทั้งสองฝ่ายออกจากสถานที่ประชุมเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และการเจรจาคาดว่าจะดำเนินต่อในวันอังคาร

ทรัมป์แสดงท่าที – ขยายการบังคับใช้ภาษีเพื่อการพบปะกับสี จิ้นผิง

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงการเจรจาดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ที่สกอตแลนด์ โดยระบุว่า

“ผมอยากเห็นจีนเปิดประเทศมากกว่านี้” ทรัมป์กล่าว

การไม่มีข้อตกลงอาจส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลกเข้าสู่ภาวะปั่นป่วนอีกครั้ง โดยเฉพาะหากสหรัฐฯ กลับมาเก็บภาษีระดับสามหลัก ซึ่งจะส่งผลเทียบเท่ากับการคว่ำบาตรทางการค้าระหว่างสองประเทศ

การเจรจาในกรุงสตอกโฮล์มมีขึ้นภายหลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งบรรลุข้อตกลงการค้าครั้งสำคัญกับสหภาพยุโรปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดอัตราภาษี 15% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกจาก EU ไปยังสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์เชื่อว่ามีแนวโน้มที่ทั้งสองฝ่ายจะขยายระยะเวลาพักการบังคับใช้ภาษีที่เริ่มต้นเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมออกไปอีก 90 วัน ซึ่งจะเอื้ออำนวยต่อการวางแผนการพบปะระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมหรือต้นเดือนพฤศจิกายน

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่อาจกระทบการเจรจา

หนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ชะลอการออกข้อจำกัดในการส่งออกเทคโนโลยีไปยังจีน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการเจรจาและส่งเสริมโอกาสในการจัดการประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ

ในขณะเดียวกัน ที่กรุงวอชิงตัน สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากทั้งสองพรรค เตรียมเสนอร่างกฎหมายในสัปดาห์นี้ เพื่อตอบโต้จีนในประเด็นสิทธิมนุษยชน ชาวชนกลุ่มน้อย นักเคลื่อนไหว และไต้หวัน ซึ่งอาจสร้างความซับซ้อนให้กับการเจรจา

แหล่งข่าวเปิดเผยกับ Reuters ว่า ประธานาธิบดีไต้หวัน ไล่ ชิงเต๋อ เตรียมเลื่อนการเยือนสหรัฐฯ ที่กำหนดไว้ในเดือนสิงหาคม ซึ่งอาจทำให้จีนไม่พอใจและส่งผลต่อการเจรจาโดยตรง

สาระสำคัญของการเจรจาก่อนหน้า

ก่อนหน้านี้ การเจรจาในเจนีวาและลอนดอนเมื่อเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน มุ่งเน้นการลดภาษีตอบโต้ที่สูงระดับสามหลัก และฟื้นฟูการค้าด้านแร่หายากและสินค้าสำคัญ เช่น ชิป H20 AI ของ Nvidia

อย่างไรก็ตาม การเจรจาเหล่านั้นยังไม่ลงลึกถึงประเด็นโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เป็นต้นตอของความขัดแย้ง เช่น การที่จีนสนับสนุนอุตสาหกรรมส่งออกจนทำให้สินค้าจีนล้นตลาดโลก และการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งจีนมองว่าเป็นการยับยั้งการเติบโตของตน

เบสเซนต์ ได้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการขยายเส้นตาย และระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการให้จีนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโดยลดการพึ่งพาการส่งออก และหันมาเน้นการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวของนโยบายสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเจรจากับจีนนั้นซับซ้อนมากกว่าการเจรจากับประเทศในเอเชียอื่น ๆ และจำเป็นต้องใช้เวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนยังคงควบคุมตลาดแร่หายากที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมสหรัฐฯ ตั้งแต่การผลิตยุทโธปกรณ์ไปจนถึงมอเตอร์ปัดน้ำฝนในรถยนต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...