โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทรัมป์” ไฟเขียวเจรจาการค้าไทย -กัมพูชา

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.07 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

เอดินบะระ 29 ก.ค.- ผู้นำสหรัฐแสดงความยินดีที่ไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงทันที และได้สั่งการให้คณะเจรจาการค้าของสหรัฐเริ่มดำเนินการเจรจากับไทยและกัมพูชาอีกครั้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ลงในทรูธโซเชียลขณะที่ยังอยู่ในสกอตแลนด์เมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า เขาได้สั่งการให้คณะเจรจาการค้าของสหรัฐกลับมาเจรจากับไทยและกัมพูชาได้อีกครั้ง หลังจากที่ไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกันได้เมื่อวานนี้ จากการเจรจากันที่มาเลเซียซึ่งมีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีที่ขณะนี้ดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของอาเซียนเป็นเจ้าภาพและทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา โดยมีทูตสหรัฐและจีนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

นายทรัมป์ระบุว่า ได้พูดคุยโทรศัพท์กับนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย และนายฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขอแจ้งว่าเขาได้สั่งการให้คณะเจรจาสหรัฐเริ่มการเจรจากับไทยและกัมพูชาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้นายทรัมป์เคยขู่ไทยและกัมพูชาว่า จะไม่มีการเจรจาการค้าหากยังไม่หยุดยิง ขณะที่ไทยและกัมพูชาถูกสหรัฐตั้งกำแพงภาษีร้อยละ 36 เท่ากัน และสหรัฐยังเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของทั้งไทยและกัมพูชาด้วย

นายทรัมป์ได้แสดงความยินดีกับทุกฝ่ายที่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การยุติสงครามครั้งนี้สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้หลายพันคน ขณะนี้เขาได้ยุติสงครามไปแล้วหลายสงครามในเวลาเพียง 6 เดือน ซึ่งทำให้เขาภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ

ด้านสื่อของกัมพูชารายงานว่า ในการพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับฮุน มาเน็ตเมื่อคืนนี้ ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันถึงความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกติดตามและตรวจสอบที่ชัดเจนเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างครบถ้วนและยั่งยืน ซึ่งในประเด็นนี้ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐจะเข้าร่วมในการติดตามการหยุดยิงและจะเดินหน้าทำงานต่อไปโดยใช้กลไกที่มาเลเซียจัดตั้งขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าการหยุดยิงจะประสบความสำเร็จ พร้อมกับแสดงความหวังว่าจะมีสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างไทยกับกัมพูชา.-816(814).-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...